
เผยประเด็นหลักบอลไทยไม่ผ่านประเมินเอเอฟซี
เผย 7 ประเด็นหลัก ฟุตบอลไทยไม่ผ่านมาตรฐานเอเอฟซี แชมเปี้ยนส์ลีก รอปาฏิหาริย์ "บังยี" วรวีร์ มะกูดี ในฐานะบอร์ดบริหาร ที่เป็นหนึ่งในคณะกรรมการตัดสินใจสูงสุด ประกาศผล 24 พ.ย.นี้ ขณะที่ 2 ทีมลูกหนังจากลีกเกาหลีใต้ และออสเตรเลีย ถูกตัดสิทธิร่วมศึกในฤดูกาลหน้า
ตามที่สมาพันธ์ฟุตบอลแห่งเอเชีย (เอเอฟซี) ประเมินศักยภาพของสโมสรประเทศสมาชิก เพื่อสิทธิเล่นถ้วยเอเอฟซี แชมเปี้ยนส์ลีก ฤดูกาลหน้า รอบแบ่งกลุ่มแบบอัตโนมัติ ซึ่งมีประเทศไทยรวมอยู่ด้วย โดยกำหนดประกาศผลในวันที่ 24 พฤศจิกายนที่จะถึงนี้นั้น ล่าสุด ทีมข่าวกีฬา "คม ชัด ลึก" ได้รับการเปิดเผยข้อมูลจากแหล่งข่าววงในของเอเอฟซี แจ้งว่า ผลการประเมินของ 16 สโมสรในไทยพรีเมียร์ลีก รวมไปถึงการบริหารจัดการของสมาคมฟุตบอลแห่งประเทศไทย และบริษัท ไทยพรีเมียร์ลีก จำกัด ไม่ผ่านมาตรฐานของเอเอฟซี แชมเปี้ยนส์ลีก ทำให้ประเทศไทย จะยังได้สิทธิเล่นในรอบเพลย์ออฟ เอเอฟซี แชมเปี้ยนส์ลีก และเอเอฟซี คัพ ประเภทละ 1 ทีมต่อไป
สำหรับผลการประเมินที่ไทยสอบตกในครั้งนี้ ประกอบด้วย เรื่องธรรมาภิบาลและการจัดการ ที่ไม่มีตัวแทนจากสโมสรเข้าร่วมเป็นคณะกรรมการบริหารลีก, มูลค่าทางธุรกิจของลีกต่ำกว่ามาตรฐาน เอเอฟซี แชมเปี้ยนส์ลีก, หัวหน้าผู้ฝึกสอน ไม่ผ่านการอบรม เอ ไลเซนส์ (บางสโมสร), การจัดการในวันแข่งขัน ไม่มีการจัดแบ่งทางเข้าสนามให้ผู้ชม สื่อมวลชน ผู้เล่น เจ้าหน้าที่ และแขกวีไอพี อย่างเหมาะสมชัดเจน และมาตรฐานของสนามแข่งขัน ที่สโมสรในไทยพรีเมียร์ลีกยังมีปัญหา 3 ประเด็น ได้แก่ คุณภาพพื้นสนามแข่งขัน, แสงสว่างอย่างน้อย 1,200 ลักซ์ ที่สว่างเท่ากันทั่วทั้งสนาม, ห้องพักนักกีฬา และไม่มีเก้าอี้ที่นั่งของผู้ชม ซึ่งในส่วนของมาตรฐานสนามแข่งขัน มีเพียงสนามมหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ ศูนย์รังสิต รังเหย้าของ "สุภาพบุรุษโล่เงิน" อินทรีเพื่อนตำรวจ ทีมเดียวเท่านั้นที่สามารถเป็นสนามรองรับศึกเอเอฟซี แชมเปี้ยนส์ลีกได้
ขณะเดียวกันเอเอฟซี ยังตัดสิทธิทีมจากเอ-ลีก ของออสเตรเลีย ที่จะได้โควตาลงแข่งเอเอฟซี แชมเปี้ยนส์ลีก 1 ทีม ได้แก่ เวลลิงตัน ฟีนิกซ์ เนื่องจากเป็นทีมจากนิวซีแลนด์ แต่เข้ามาแข่งในลีกของออสเตรเลีย โดยจะเลื่อนอันดับทีมที่ดีสุดเข้ามาแข่งแทน รวมทั้งทีมจากเค-ลีก เกาหลีใต้ ได้แก่ กวางจู ซังมู เนื่องจากไม่มีการดำเนินกิจการของสโมสรด้านธุรกิจ และนักเตะไม่มีสัญญาอาชีพ ซึ่งจะเลื่อนทีมที่มีตำแหน่งสูงสุดในลำดับต่อมาเข้าแข่งแทน
ทั้งนี้ เอเอฟซี จะมีการประชุมตัดสินใจครั้งสุดท้าย โดยกรรมการบริหารสูงสุด ที่มี "บังยี" วรวีร์ มะกูดี นายกสมาคมฟุตบอลแห่งประเทศไทย เป็น 1 ใน 24 คน ในวันที่ 23 พฤศจิกายน ก่อนประกาศผลอย่างเป็นทางการในวันที่ 24 พฤศจิกายนนี้ นอกจากนี้ หากประเทศไทย ไม่ผ่านการประเมินจริง จะต้องรอลุ้นโควตาในรอบแบ่งกลุ่มอัตโนมัติใหม่ โดยเอเอฟซี กำหนดมีการตรวจมาตรฐานของลีกอีกครั้ง ในเดือนพฤศจิกายน 2554 เพื่อโควตาสำหรับการแข่งขันในฤดูกาล 2556



