
วิปปชป.หวั่นโหวตแก้ไขรธน.หืดขึ้นคอ
วิป ปชป. หวั่น เสียงโหวต แก้ไข ร่าง รธน. หืดขึ้นคอแน่ เหตุต้องมี 310 เสียงขึ้นไป ย้ำ นายกฯ-รมต. ต้องช่วยโหวต "พท."จี้รัฐถ่ายสดขู่วอล์คเอาท์แน่ "ศปก.มท." ประเมินแนวร่วม"พธม."ตจว.มาร่วมค้านรธน.แค่หลักร้อย
(22พ.ย.) ที่ทำเนียบรัฐบาล นายบุญยอด สุขถิ่นไทย คณะกรรมการประสานงานพรรคร่วมรัฐบาล (วิปรัฐบาล) กล่าวถึงการโหวตของรัฐสภาเรื่อง การแก้ไขเพิ่มเติมร่างรัฐธรรมนูญระหว่างวันที่ 23-24 พ.ย. ว่าการเปลี่ยนแปลงของร่างรัฐธรรมนูญเป็นเรื่องที่ค่อนข้างยาก เพราะเป็นเรื่องกฎหมายที่ใหญ่ และเสียงต้องมีไม่เกินกว่ากึ่งหนึ่งของรัฐสภา เพราะฉะนั้นการโหวตต้องมีเสียงตั้งแต่ 310 เสียงขึ้นไป ซึ่งหากมีเสียงในรัฐสภา 309 เสียงก็ไม่สามารถทำให้เกิดผลต่อการเปลี่ยนแปลงรัฐธรรมนูญ ต้อง 310 เสียงเท่านั้น
ผู้สื่อข่าวถามว่า คิดว่าจะสามารถผ่านได้หรือไม่ นายบุญยอด กล่าวว่า เป็นตัวเลขที่หืดขึ้นคอ ถ้าจะให้แก้ให้ได้ แม้รัฐบาลถ้าอยากให้แก้ก็ต้องให้สมาชิกอยู่ในสภาและโหวตในทางเดียวกัน ทั้งนี้ในส่วนของรัฐบาลมี 270 เสียงก็ต้องให้ได้จาก ส.ว.อีก 40 เสียงเป็นอย่างน้อย โดย 270 เสียงของรัฐบาลนั้นต้องเต็ม ซึ่งหมายความว่านายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีทั้งหมดต้องโหวต ไม่โหวตไม่ได้เพราะจะไม่มีทางได้ 310 เสียง และตนเชื่อว่า 150 เสียงจากส.ว.คงไม่มาเข้ามาประชุมกันทุกคน รวมทั้งกลุ่ม 40 ส.ว.คงไม่มาร่วมด้วยอยู่แล้ว
ผู้สื่อข่าวถามว่า จะต้องมีการกำชับส.ส.ไม่ให้ลุกไปไหนหรือไม่ นายบุญยอด กล่าวว่า เรื่องนี้นักการเมืองทุกคนต้องเข้าใจ เพราะเรื่องการแก้ไขรัฐธรรมนูญเป็นเรื่องใหญ่ คุณไม่มาทำงาน ไม่มาปรากฏตัว คุณก็ตอบประชาชนว่า คุณหายหัวไปไหน เพราะเรื่องนี้เป็นเรื่องใหญ่ที่สุด หากไม่อยู่ในที่ประชุมก็ต้องแจ้ง
ผู้สื่อข่าวถามว่า มีการคาดโทษส.ส.ที่ไม่มาร่วมประชุมหรือไม่ นายบุญยอด กล่าวว่า เรื่องนี้ไม่ต้องพูดกัน เพราะเป็นเงื่อนไขที่นักการเมืองเข้าใจ ว่าคุณไม่อยู่โหวตในกฎหมายสำคัญไม่ได้
ผู้สื่อข่าวถามว่า หากร่างแก้ไขรัฐธรรมนูญไม่ผ่านการพิจารณาของรัฐสภา จะเป็นความรับผิดชอบของใคร นายบุญยอด กล่าวว่า เราเคยให้ความเห็นเรื่องนี้แล้วว่า เป็นเรื่องที่รัฐบาลไม่ได้ต้องการจะแก้ไขรัฐธรรมนูญ และเรื่องนี้เป็นเรื่องที่คณะกรรมการส่งเรื่องขึ้นมา และรัฐบาลไม่สามารถที่จะผ่านกฎหมายนี้ได้ด้วยตนเองอยู่แล้ว
จะมาบอกว่าเป็นความรับผิดชอบของรัฐบาลไม่ได้
ผู้สื่อข่าวถามว่า ในส่วนของส.ว.มีการประสานกันหรือไม่ นายบุญยอด กล่าวว่า ก็ต้องพูดคุยกัน เพราะต้องให้เขาเข้าใจว่า เป็นเรื่องสำคัญ แต่รัฐบาลก็ไม่มีการส่งใครไปพูดคุยในเรื่องนี้
"พท."จี้รัฐถ่ายสดขู่วอล์คเอาท์แน่
ที่พรรคเพื่อไทย เมื่อเวลา 17.00 น. นายพร้อมพงศ์ นพฤทธิ์ โฆษกพรรคเพื่อไทย แถลงภายหลังประชุม ส.ส.ของพรรคเพื่อไทยว่าที่ประชุมได้หารือประชุมร่วมรัฐบาลพิจารณาวาระแก้ไขร่างรัฐธรรมนูญซึ่งมี 4 ร่าง โดยที่ประชุมได้ท้วงติงรัฐบาลที่จะไม่มีการถ่ายทอดสดในการพิจารณาแก้รัฐธรรมนูญเพื่อให้ประชาชนรับรู้ก็อาจมีการหมกเม็ด ปิดหูปิดาประชาชน ไม่เปิดกว้างให้ประชาชนรับทราบเหตุผลเป็นอย่างไร จึงขอเรียกร้องให้รัฐบาลมีการถ่ายทอดสดให้ประชาชนรับรู้ เพราะหากจะมีการแก้ไขรัฐธรรมนูญทั้งที ก็ควรใจกว้างเพราะรัฐธรรมนูญสูงสุดในการใช้บังคับกับคนทั้งประเทศ อย่างไรก็ตามหากร่างฉบับของประชาชน ไม่ผ่านหรือตกไป ทางส.ส.ของพรรคเพื่อไทย จะวอล์คเอ้าท์ ออกจากห้องประชุมทันทีและจะไม่ร่วมตั้งกรรมาธิการร่วมในการพิจารณาด้วย
"ศปก.มท."ประเมินแนวร่วม"พธม."ตจว.มาร่วมค้านรธน.แค่หลักร้อย
ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ศูนย์ปฏิบัติการกระทรวงมหาดไทย (ศปก.มท.) รายงานความเคลื่อนไหวการเข้าร่วมชุมนุมของกลุ่มพันธมิตรประชาชนเพื่อประชาธิปไตย ( พธม.)ในวันที่ 23-25 พ.ย.นี้ ว่า จะมีกลุ่มผู้ชุมนุมเดินทางจาก จ.นครราชสีมา ประมาณ 50 คน นำโดย นาย สุพจน์ พิริยะเกียรติสกุล เดินทางในวันที่ 23 พ.ย. ด้วยรถบัสโดยเก็บค่าใช้จ่ายคนละ 300 บาท จ . หนองคาย ประมาณ 30 คน นำโดย นาย เฉลียว พงษ์ผาสุข จ . ราชบุรี ประมาณ 25 คน จ . สมุทรสงคราม ประมาณ 50 คน นำโดย นาย ไกรสินธ์ วงศ์ปัจจะ เดินทางโดยรถตู้ และรถยนต์ส่วนตัว ซึ่งหากมีการชุมนุมยืดเยื้อจะใช้วิธีเดินทางไปกลับ
จ.นครปฐม ประมาณ 35 คน ประกอบด้วย กลุ่ม นายสมคิด ภาตินธุ และพล.ต.จำลอง ศรีเมือง เดินทางด้วยรถยนต์ส่วนตัว และรถประจำทาง จ.สุราษฎร์ธานี ประมาณ 20 คน นำโดย นาย เกียรติศักดิ์ ชาครหัตถการ เดินทางโดยสารประจำทาง และรถไฟ จ . ปราจีนบุรี ประมาณ 15 คน นำโดย นาย จิตศักดิ์ มิลินทจินดา จ.ลพบุรี ประมาณ 50 คน นำโดย นาย รัชพล ทรงศิริ จ.เพชรบุรี ประมาณ 60 คน นำโดย นาย นิทัศน์ เกตุแก้ว นาง พรพิมล ศิริโรจน์ และนาง ต่อศรี ประดิษฐ์เจริญ เดินทางโดยรถยนต์ตู้ 2 คัน รถบัส 1 คัน จ.ประจวบคีรีขันธ์ ประมาณ 20 คน นำโดย นาง ลำยอง สุกใส และ นาย นันทปรีชา คำทอง เดินทางโดยรถยนต์ตู้ 2 คัน
ผู้สื่อข่าวรายงานว่า นายสุรพล พงศ์ทัดศิริกุล รองปลัดกระทรวงมหาดไทย ได้ทำหนังสือถึงผู้ว่าราชการจังหวัดทั่วประเทศ โดยระบุว่า ด้วยศูนย์อำนวยการแก้ไขสถานการณ์ฉุกเฉิน(ศอฉ.) ขอให้กระทรวงมหาดไทย ป้องกันผลกระทบจากการชุมนุมของกลุ่มพลังทางการเมือง ขอให้ผู้ว่าฯติดตามตรวจสอบการชุมนุมไม่ให้มีการชุมนุมในลักษณะปลุกปั่น ยั่วยุ สร้างความแตกแยกความไม่สงบเรียบร้อยในบ้านเมือง พร้อมทั้งบันทึกภาพวีดีโอและภาพนิ่ง การชุมนุมเพื่อใช้เป็นหลักฐานและดำเนินการตามกฎหมายต่อผู้กระทำความผิดอย่างเคร่งครัด และกำชับเจ้าหน้าที่ให้ตระหนักถึงประมวลจริยธรรมข้าราชการที่กำหนดให้ข้าราชการต้องจงรักภักดี ไม่ละเมิดต่อพระมหากษัตริย์ พระราชินี และองค์รัชทายาท ไม่ว่าทางกายหรือวาจา ทั้งนี้ ให้การกำชับดูแลดังกล่าวครอบคลุมถึงองค์กรส่วนท้องถิ่นในพื้นที่ด้วย



