ข่าว

ของคนต่างยุค คนต่างสมัย

ของคนต่างยุค คนต่างสมัย

23 พ.ย. 2553

เด็กบ้านนอกอย่างผมเกิดมาในครอบครัวที่ต้นตระกูลประกอบธุรกิจหลายอย่าง รายได้หลักมาจากธุรกิจโรงยาฝิ่นในยุคที่ยังเป็นเรื่องถูกกฎหมาย รายได้รองมาจากธุรกิจโรงสีไฟที่ใช้เครื่องจักรไอน้ำเป็นตัวต้นกำเนิดพลังงาน นอกเหนือจากนั้นก็มีธุรกิจย่อยคือ “วิก” หรือโรงเรือนท

 เมื่อผมเติบโตขึ้นมาธุรกิจของตระกูลบางอย่างก็เสื่อมไปตามกาลเวลาและกฎหมาย โรงยาฝิ่นกลายเป็นสิ่งต้องห้ามก็ต้องปิดไป บ่อนตีไก่กัดปลาก็ปล่อยให้ญาติคนอื่นเขาดำเนินกิจการต่อ ส่วนโรงละครนั้นเลิกพับไปก่อนธุรกิจอย่างอื่นเพราะมีหนังขายยาและหนังกลางแปลงที่ดูได้อารมณ์สนุกสนานมากกว่าเข้ามาแทนที่

 ส่วนโรงสีนั้นก็ต้องปิดกิจการไปเพราะการทำธุรกิจอย่างยโสโอหังของตัวผมเอง ในช่วงที่ผมโตเป็นหนุ่มและหลงคิดว่าตนเองเก่งกล้า หลงอวดตนว่ามีความรู้มากกว่าบรรดาคนแก่ที่ดีแต่ดื่มน้ำชาร้อนๆ และนั่งวางท่ารอให้คนมาเรียกว่า “หลงจู๊” จนท้ายที่สุดต้องเลิกกิจการและขายไป ท่ามกลางน้ำตาของพี่น้องและความเสียดายของพ่อแม่ที่อุตส่าห์สร้างสมมา ทำให้เป็นตราบาปติดตัวผมมาจนทุกวันนี้

 ด้วยภูมิหลังส่วนตัวดังกล่าวจึงทำให้ผมรู้สึกผูกพันกับของเก่าแก่ที่เห็นมาแต่เล็กแต่น้อย เสื่อไม้ไผ่สับฟากที่ใช้ปูนอนในโรงยาฝิ่นถูกผมเก็บเอามาทำมู่ลี่ หมอนกระเบื้องดินเผาที่ขี้ยาใช้หนุนหัวสูบยาผมก็เก็บเอาไว้ดูเล่น ถังตวงข้าวเปลือกเก่าๆ ที่สึกจนดูไร้ค่าผมก็เก็บเอาไว้ แม้แต่ป้ายชื่อเรือยนต์ที่วิ่งในลำน้ำเจ้าพระยาของญาติผู้ใหญ่ ผมก็เก็บเอามาไว้เตือนความทรงจำ

 เสียดายที่ผมต้องโยกย้ายที่อยู่บ่อยครั้ง ของหลายอย่างที่ผมเก็บเอาไว้จึงสาบสูญหายไปเกือบหมด ทั้งที่ในช่วงที่ผมเก็บงำเอาไว้นั้น แม่ของผมในสมัยที่ยังมีชีวิตอยู่ ยังเย้าแหย่ผมเสมอว่าของดีไม่ขวนขวายหาเอาแต่เก็บขยะที่ใช้ไม่ได้เท่านั้น ลูกเมียผมก็บ่นว่าไม่รู้จะเก็บของไร้ค่าบรรดามีเหล่านั้นให้รกบ้านไปทำไม

 แต่ทุกวันนี้เมื่อลูกๆ ของผมตื่นตาตื่นใจกับ “เพลินวาน” ที่หัวหิน กรี๊ดกร๊าดกระตู้วู้ เมื่อได้ไปเดินที่ตลาดสามชุกร้อยปี ไปเห็นของขายที่ตลาดคลองสวนร้อยปีก็ตื่นตาตื่นใจ ผมกลับรู้สึกว่ามันน่าตื่นตาตื่นใจตรงไหนกัน เพราะของเหล่านั้นผมทำลายทุบทิ้งไปมากต่อมาก พ่อแม่พี่ป้าน้าอาของผมล้วนแต่มองเป็นของไร้ค่าทั้งสิ้น

 บ้านทรงไทยยกพื้นใต้ถุนสูงที่มีนอกชานแล่นถึงกันระหว่างเรือนสามหลังที่รายรอบ ก็ถูกผมรื้อทิ้งแล้วสร้างบ้านใหม่เป็นครึ่งตึกครึ่งไม้สองชั้นทรงทันสมัย ทำให้เมื่อถึงฤดูน้ำเหนือหลาก น้ำจึงไม่สามารถไหลผ่านใต้ถุนบ้านไปลงห้วยหนองคลองบึงได้ ท้ายที่สุดจึงเอ่อท่วมทั้งบ้านและเรือกสวนไร่นา   

 วันเวลาที่แปรเปลี่ยนความคิดของผู้คนก็เปลี่ยนตามไปด้วย ของที่คนในยุคสมัยของผมเห็นว่าล้าสมัยใช้ไม่ได้ จนถึงขนาดที่กวาดเก็บทิ้งไปอย่างขยะที่ไร้ค่า พอมาถึงคนยุคใหม่สมัยนี้กลับเห็นว่า เป็นของที่มีค่ามีราคาควรแก่การเสาะแสวงหา ไม้กงล้อเกวียนที่ถูกทิ้งขว้าง ถูกกว้านหาซื้อมาประดับประดาบ้านเรือน จนราคาแพงยากที่จะจับติด

 ความคิดที่สวนทางกันของคนต่างยุคอย่างนี้นี่เอง จึงทำให้เกิดทฤษฎีย้อนกลับไปหาอดีต คนสมัยใหม่จึงโหยหาปัจจัยสี่ทั้งหยูกยาและอาหารแบบออร์แกนิก ในขณะที่คนวัยปูนเดียวกับผมกำลังดิ้นรนแสวงหาทฤษฎีสมัยใหม่ ทั้งเครื่องมือและวิธีการทางวิทยาศาสตร์สารพันเพื่อดำรงชีวิตได้สมกับโลกยุคโลกาภิวัตน์ ที่ดูราวกับอาจจะมีมนุษย์ต่างดาวมาเยือนได้ทุกเมื่อ

 สินค้าและธุรกิจในทุกวันนี้จึงไม่มีทฤษฎีสำเร็จรูป ว่าทำแบบไหนด้วยวิธีการใดจึงจะประสบความสำเร็จได้ มันขึ้นอยู่กับว่าเจ้าของสินค้ากำลังจะขายให้ใคร และใช้วิธีการนำเสนอในรูปแบบใด เพราะคนยุคผมกับคนในรุ่นเดียวกันกับลูกๆ ของผม ต่างแสวงหาในสิ่งที่ต่างกัน โอกาสของธุรกิจสินค้าทุกชนิดจึงมีเท่าเทียมกันแน่นอนครับ

พัฒนเดช อาสาสรรพกิจ