
ลอยกระทงปีหน้าจะทำอะไรดี
เขียนเรื่องนี้ตอนเช้าวันลอยกระทง แล้วก็นึกว่าปีหน้าลอยกระทงน่าจะมีเรื่องราวอะไรบ้างที่เหมือนหรือต่างจากปีนี้
ความจริงปีนี้มีเรื่องราวหลายอย่างที่น่าสนใจ แต่ออกจะช้าเกินไปที่จะไปปรับแก้อะไร ก็เลยคิดว่าพูดถึงปีหน้าไปเลยดีกว่า
เรื่องแรก ปีนี้เรื่องราวของข่าว “ถ้ำมองลอยกระทง” ดูจะน้อยลงไปหน่อย แต่ก็ไม่ได้หายไปเสียเลย
หมายถึงว่าในทุกปี จะมีเรื่องของข่าวการคาดคำนวณว่าวัยรุ่นจะเสียตัวเพิ่มขึ้นในวันลอยกระทง ราวกับว่าวันนี้เป็นวันเปิดบริสุทธิ์แห่งชาติ ดังที่จะพบบทสัมภาษณ์ของนักวิชาการด้านถ้ำมองศึกษา…เฮ้ย ด้านการศึกษา แต่ชำนาญเป็นพิเศษเรื่องถ้ำมอง…เฮ้ย เรื่องวิพากษ์วิจารณ์ว่าเด็กวัยรุ่นมองไว้ว่าจะมีเพศสัมพันธ์กันในวันลอยกระทง
บางปีถึงกับมีความพยายามโดยภาครัฐที่จะบุกไปตรวจกันในโรงแรมทีเดียว ซึ่งก็ยังดีที่ปีนี้ทางรัฐบาลไม่บ้าจี้ประกาศสถานการณ์ฉุกเฉินห้ามไม่ให้วัยรุ่นมีเพศสัมพันธ์กันในวันลอยกระทง
เอ่อ…หรือว่าเพราะปีนี้ยังมีสถานการณ์ฉุกเฉินอยู่แล้ว ก็เลยไม่ต้องมีเรื่องของการถ้ำมองกันมากนัก แต่ก็อยู่ที่ว่าตกลงเรื่องของการมีเพศสัมพันธ์กันของวัยรุ่นถือว่าขัดต่อภัยมั่นคงของชาติหรือไม่
เรื่องที่กล่าวทีเล่นทีจริงนี้ ความจริงปีนี้ก็มีเรื่องอื่นเข้ามาแทรกที่ทำให้โครงเรื่องของการถ้ำมองนั้นยังดำรงอยู่ได้ (หมายถึงว่าเรื่องของการถ้ำมองนั้นเป็นเรื่องของการจัดระเบียบทางเพศนั่นเอง)
นั่นก็คือ เรื่องของข่าวการค้นพบศพทารกขนานใหญ่ที่มาจากการทำแท้งจากเครือข่ายคลินิกทำแท้งนั่นแหละครับ
ประเด็นนี้น่าสนใจเพราะเรื่องสำคัญกลับไม่ได้อยู่ที่ความเลวร้ายของตัวผู้ที่มีส่วนในการทำแท้ง (คนที่เอาศพมาทิ้ง) และผู้ที่เอาศพไปซ่อน (สัปเหร่อ) เนื่องจากความสลับซับซ้อนของความรู้สึกและปฏิบัติการของเขาทั้งสอง (อาทิเลี้ยงเด็กที่รอด หรือไม่ทำลายศพ)
แต่เรื่องราวของข่าวกลับไปลงที่เรื่องของการพยายามค้นหาว่าใครคือบรรดาดาราที่มีอักษรย่อทั้งหลาย
ทำให้เรื่องราวการไปค้นหาสถิติจากการถ้ำมองในปีนี้ไม่น่าสนใจ เพราะการถ้ำมองนั้นคงเจอคนดังยาก แต่การจัดการกับดาราดังนั้นน่าจะเป็นการใช้กระสุนนัดเดียวยิงดาราได้หลายคน… เพราะถ้าเจอเข้าจริงๆ ข่าวจะมีนัยทางศีลธรรมที่ชัดเจนมากกว่าตัวเลขจำนวนกว้างๆ เท่านั้นเอง
กล่าวโดยสรุป ปีหน้านั้นถ้างานลอยกระทงจะจัดให้น่าสนใจขึ้น แล้วคิดว่าจะเป็นวันเสียตัวแห่งชาติเข้าจริงๆ ก็คงจะต้องหาเรื่องราวในการจัดงานเสียใหม่ เพื่อให้เรื่องราวการให้นิยามความรักในวันลอยกระทงเปลี่ยนไปบ้าง
เรื่องที่สองที่น่าสนใจเกี่ยวกับเรื่องของวันลอยกระทงน่าจะอยู่ที่ความหมายดังเดิมของงาน ที่ให้ความสำคัญว่าการลอยกระทงคือการขอขมาต่อธรรมชาติในเรื่องการใช้น้ำ ซึ่งในปัจจุบันข่าวการลอยกระทงกลับกลายเป็นเรื่องของข้อถกเถียงทางสังคมว่าเราควรจะใช้วัสดุอะไรทำกระทง และจะมีการเก็บกระทงไปทิ้งเร็วแค่ไหน
ซึ่งทั้งหมดนี้กลายเป็นเรื่องตลกร้ายที่ว่าวันลอยกระทงเองต่างหากที่สร้างมลพิษให้แก่แม่น้ำเป็นพิเศษ
ทั้งนี้เพราะแรงผลักในเรื่องการลอยกระทงนั้นกลายเป็นเรื่องของตัวของเรา คือต้องการลอยเคราะห์ของเราออกมา ซึ่งจะว่าไปแล้วก็คือการปล่อยเอาเคราะห์ของเราลงไปในแม่น้ำมากกว่าการขอบคุณแม่น้ำ
ดังนั้นในปีหน้างานลอยกระทงในแบบใหม่น่าจะเป็นเรื่องของการส่งเสริมการรักษาแม่น้ำ เป็นสัปดาห์ของการทำความสะอาดแม่น้ำลำคลอง หนุ่มสาวพากันมาทำความสะอาดแม่น้ำ เทสารชีวภาพลงน้ำ แล้วก็มาชื่นชมความงดงามของแม่น้ำกันก็น่าจะดี
เรื่องราวแบบนี้น่าจะทำให้กิจกรรมการลอยกระทงเปลี่ยนรูปไปได้ และคำนึงถึงสิ่งแวดล้อมมากขึ้น นอกจากนั้นยังสามารถสร้างความเข้าใจเกี่ยวกับลุ่มน้ำ (watershed) ที่เป็นบ่อเกิดของชีวิตและแม่น้ำ และทำอย่างไรที่เราจะรักและรักษาลุ่มน้ำเอาไว้ในทุกๆ ปีครับ



