ข่าว

ลอยกระทงปีหน้าจะทำอะไรดี

ลอยกระทงปีหน้าจะทำอะไรดี

23 พ.ย. 2553

เขียนเรื่องนี้ตอนเช้าวันลอยกระทง แล้วก็นึกว่าปีหน้าลอยกระทงน่าจะมีเรื่องราวอะไรบ้างที่เหมือนหรือต่างจากปีนี้

 ความจริงปีนี้มีเรื่องราวหลายอย่างที่น่าสนใจ แต่ออกจะช้าเกินไปที่จะไปปรับแก้อะไร ก็เลยคิดว่าพูดถึงปีหน้าไปเลยดีกว่า

 เรื่องแรก ปีนี้เรื่องราวของข่าว “ถ้ำมองลอยกระทง” ดูจะน้อยลงไปหน่อย แต่ก็ไม่ได้หายไปเสียเลย

 หมายถึงว่าในทุกปี จะมีเรื่องของข่าวการคาดคำนวณว่าวัยรุ่นจะเสียตัวเพิ่มขึ้นในวันลอยกระทง ราวกับว่าวันนี้เป็นวันเปิดบริสุทธิ์แห่งชาติ ดังที่จะพบบทสัมภาษณ์ของนักวิชาการด้านถ้ำมองศึกษา…เฮ้ย ด้านการศึกษา แต่ชำนาญเป็นพิเศษเรื่องถ้ำมอง…เฮ้ย เรื่องวิพากษ์วิจารณ์ว่าเด็กวัยรุ่นมองไว้ว่าจะมีเพศสัมพันธ์กันในวันลอยกระทง

 บางปีถึงกับมีความพยายามโดยภาครัฐที่จะบุกไปตรวจกันในโรงแรมทีเดียว ซึ่งก็ยังดีที่ปีนี้ทางรัฐบาลไม่บ้าจี้ประกาศสถานการณ์ฉุกเฉินห้ามไม่ให้วัยรุ่นมีเพศสัมพันธ์กันในวันลอยกระทง

 เอ่อ…หรือว่าเพราะปีนี้ยังมีสถานการณ์ฉุกเฉินอยู่แล้ว ก็เลยไม่ต้องมีเรื่องของการถ้ำมองกันมากนัก แต่ก็อยู่ที่ว่าตกลงเรื่องของการมีเพศสัมพันธ์กันของวัยรุ่นถือว่าขัดต่อภัยมั่นคงของชาติหรือไม่

 เรื่องที่กล่าวทีเล่นทีจริงนี้ ความจริงปีนี้ก็มีเรื่องอื่นเข้ามาแทรกที่ทำให้โครงเรื่องของการถ้ำมองนั้นยังดำรงอยู่ได้ (หมายถึงว่าเรื่องของการถ้ำมองนั้นเป็นเรื่องของการจัดระเบียบทางเพศนั่นเอง)

 นั่นก็คือ เรื่องของข่าวการค้นพบศพทารกขนานใหญ่ที่มาจากการทำแท้งจากเครือข่ายคลินิกทำแท้งนั่นแหละครับ

 ประเด็นนี้น่าสนใจเพราะเรื่องสำคัญกลับไม่ได้อยู่ที่ความเลวร้ายของตัวผู้ที่มีส่วนในการทำแท้ง (คนที่เอาศพมาทิ้ง) และผู้ที่เอาศพไปซ่อน (สัปเหร่อ) เนื่องจากความสลับซับซ้อนของความรู้สึกและปฏิบัติการของเขาทั้งสอง (อาทิเลี้ยงเด็กที่รอด หรือไม่ทำลายศพ)

 แต่เรื่องราวของข่าวกลับไปลงที่เรื่องของการพยายามค้นหาว่าใครคือบรรดาดาราที่มีอักษรย่อทั้งหลาย

 ทำให้เรื่องราวการไปค้นหาสถิติจากการถ้ำมองในปีนี้ไม่น่าสนใจ เพราะการถ้ำมองนั้นคงเจอคนดังยาก แต่การจัดการกับดาราดังนั้นน่าจะเป็นการใช้กระสุนนัดเดียวยิงดาราได้หลายคน… เพราะถ้าเจอเข้าจริงๆ ข่าวจะมีนัยทางศีลธรรมที่ชัดเจนมากกว่าตัวเลขจำนวนกว้างๆ เท่านั้นเอง

 กล่าวโดยสรุป ปีหน้านั้นถ้างานลอยกระทงจะจัดให้น่าสนใจขึ้น แล้วคิดว่าจะเป็นวันเสียตัวแห่งชาติเข้าจริงๆ ก็คงจะต้องหาเรื่องราวในการจัดงานเสียใหม่ เพื่อให้เรื่องราวการให้นิยามความรักในวันลอยกระทงเปลี่ยนไปบ้าง

 เรื่องที่สองที่น่าสนใจเกี่ยวกับเรื่องของวันลอยกระทงน่าจะอยู่ที่ความหมายดังเดิมของงาน ที่ให้ความสำคัญว่าการลอยกระทงคือการขอขมาต่อธรรมชาติในเรื่องการใช้น้ำ ซึ่งในปัจจุบันข่าวการลอยกระทงกลับกลายเป็นเรื่องของข้อถกเถียงทางสังคมว่าเราควรจะใช้วัสดุอะไรทำกระทง และจะมีการเก็บกระทงไปทิ้งเร็วแค่ไหน

 ซึ่งทั้งหมดนี้กลายเป็นเรื่องตลกร้ายที่ว่าวันลอยกระทงเองต่างหากที่สร้างมลพิษให้แก่แม่น้ำเป็นพิเศษ

 ทั้งนี้เพราะแรงผลักในเรื่องการลอยกระทงนั้นกลายเป็นเรื่องของตัวของเรา คือต้องการลอยเคราะห์ของเราออกมา ซึ่งจะว่าไปแล้วก็คือการปล่อยเอาเคราะห์ของเราลงไปในแม่น้ำมากกว่าการขอบคุณแม่น้ำ

 ดังนั้นในปีหน้างานลอยกระทงในแบบใหม่น่าจะเป็นเรื่องของการส่งเสริมการรักษาแม่น้ำ เป็นสัปดาห์ของการทำความสะอาดแม่น้ำลำคลอง หนุ่มสาวพากันมาทำความสะอาดแม่น้ำ เทสารชีวภาพลงน้ำ แล้วก็มาชื่นชมความงดงามของแม่น้ำกันก็น่าจะดี

 เรื่องราวแบบนี้น่าจะทำให้กิจกรรมการลอยกระทงเปลี่ยนรูปไปได้ และคำนึงถึงสิ่งแวดล้อมมากขึ้น นอกจากนั้นยังสามารถสร้างความเข้าใจเกี่ยวกับลุ่มน้ำ (watershed) ที่เป็นบ่อเกิดของชีวิตและแม่น้ำ และทำอย่างไรที่เราจะรักและรักษาลุ่มน้ำเอาไว้ในทุกๆ ปีครับ