ข่าว

 แท้งเสรีไม่มีในโลก

แท้งเสรีไม่มีในโลก

23 พ.ย. 2553

การพบศพทารกกว่า 2,000 ศพ ที่วัดไผ่เงินโชตนาราม นำมาซึ่งปฏิกิริยาของสังคมไทยอย่างกว้างขวาง ข้อเสนอต่างๆ ในการแก้ปัญหาสังคมนี้ ซึ่งก็เป็นปัญหาที่คนไทยรู้ว่า มีอยู่เป็นปกติในเงามืดและซอกมุมที่กฎหมายเอื้อมเข้าไปไม่ถึง

พรั่งพรูออกมา คล้ายเป็นปัญหาใหม่ที่เพิ่งเกิดขึ้น บางคนก็ให้แก้ไขที่ค่านิยมและทัศนคติในการมีเพศสัมพันธ์ก่อนวัยอันควร บางคนให้เด็กวัยรุ่นป้องกันโดยใช้ถุงยางอนามัย เช่น ที่เคยมีโฆษณารณรงค์การมีเพศสัมพันธ์ที่ปลอดภัย “ยืดอกพกถุง” และบางคนไปไกลถึงขนาดรื้อกฎหมายทำแท้งเสรี ที่เคยเป็นความพยายามของรัฐบาลในยุคพล.อ.เปรม ติณสูลานนท์ และถูกวุฒิสมาชิกอันประกอบไปด้วยนายทหาร จปร.7 คว่ำกลางสภา หลังจากการลาออกจากตำแหน่งเลขาธิการนายกรัฐมนตรีของ พล.ต.จำลอง ศรีเมือง

 การทำแท้งเป็นความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 301-305 แต่ไม่ได้เป็นการห้ามทำแท้งในทุกกรณี มีข้อยกเว้น ความจำเป็นเพื่อสุขภาพของหญิงตั้งครรภ์ หรือตั้งครรภ์เนื่องจากการกระทำความผิดอาญา เช่น การข่มขืน ต้องเป็นการกระทำโดยแพทย์และหญิงยินยอม ต่อมาก็มีการขยายข้อยกเว้นการทำแท้ง โดยข้อเสนอของพรรคชาติไทยและประชากรไทย เพิ่มกรณี ทารกในครรภ์คลอดออกมาพิการ หรืออาจจะเป็นพาหะนำโรคร้าย แต่ไม่ว่าอย่างไร การเสนอกฎหมายทำแท้งก็ไม่เคยประสบความสำเร็จ ในขณะที่การเติบโตขยายตัวของคลินิกวางแผนครอบครัว ซึ่งก็คือกิจการทำแท้งเป็นไปอย่างรวดเร็ว สร้างรายได้มหาศาลให้แก่ผู้ประกอบการ เพราะค่าความเสี่ยงนั้นเป็นต้นทุนที่สูงมาก การมีกฎหมายในแง่บวกก็คือ อาจจัดระเบียบกิจการเหล่านี้ ให้มีแพทย์ผู้ชำนาญการประจำ และเป็นการทำแท้งที่มีเหตุจำเป็น

 นักการเมืองมักฉกฉวยสถานการณ์ได้รวดเร็วเสมอ ทั้งๆ ที่รู้ว่า นี่เป็นเพียงปรากฏการณ์ที่เกิดขึ้นต่อเนื่อง หาใช่เป็นปัญหาสังคมที่เพิ่งเกิดขึ้นไม่ ข้อเสนอของนายสาธิต ปิตุเตชะ ส.ส.ระยอง พรรคประชาธิปัตย์ ที่จะรวบรวมข้อมูลและเสนอกฎหมาย “ทำแท้งโดยถูกต้องด้วยความสมัครใจและร้องขอโดยมีเหตุจำเป็น” มีประเด็นเพิ่มขึ้นมาใหม่ เช่น หญิงผู้ตั้งครรภ์และบิดาของทารกไม่มีความสามารถในการเลี้ยงดูเด็กหลังคลอดได้ เนื่องจากวัย ฐานะทางการเงิน สภาพแวดล้อม เพราะถูกคนที่เป็นบิดาทอดทิ้ง และหญิงไม่มีความสามารถในการเลี้ยงดูบุตร ก็ดูเหมือนจะขยับเข้าใกล้การอนุญาตให้ทำแท้งเสรีมากขึ้น เพราะการวินิจฉัยในเรื่องสถานภาพ ฐานะทางเศรษฐกิจ เป็นเรื่องที่กว้างมาก และใครจะเป็นคนบอกได้ว่า หญิงมีครรภ์เข้าเงื่อนไขนี้แล้วหรือไม่

 ความเป็นจริงการทำแท้งเสรี ในแบบที่ใครจะคิดทำแท้งอย่างไรก็ได้ ด้วยวิธีการแบบไหนก็ได้ ไม่เคยมีปรากฏในประเทศใดในโลกนี้ เมื่อมีคนพูดถึงการทำแท้ง ก็มักจะเข้าใจในความหมายนั้น ในขณะเดียวกัน คนในสังคมก็จะเข้าใจว่า กฎหมายห้ามทำแท้งโดยไม่มีเงื่อนไข ซึ่งในทั้งสองกรณีล้วนก่อให้เกิดปัญหาทับซ้อนจนไม่เห็นหนทางแก้ไข นอกจากปล่อยให้เป็นไป และครั้นมีประเด็นร้อนแรงขึ้นมา เช่น กรณีพบศพทารกจากการทำแท้งจำนวนมาก ก็จะมีผู้เสนอและคิดค้นกรรมวิธีในการป้องกันปัญหาขึ้นมาสักคราวหนึ่ง แน่นอนว่า บริบททางสังคมเปลี่ยนไปมาก จากยุคที่ พล.ต.จำลอง ศรีเมือง คัดค้านการทำแท้งเสรี แต่สิ่งหนึ่งที่ไม่เคยเปลี่ยนเลย ก็คือ ชีวิตที่จุติขึ้นมาแล้วในโลกนี้ ไม่ว่าจะมองในแง่ศีลธรรมหรือไม่ เขาเหล่านั้นก็ควรมีชีวิตอยู่ เป็นสิทธิของความเป็นมนุษย์ สิทธิของการเกิด ที่เป็นพื้นฐานที่สุด