
หนาวอีกระลอก
อุณหภูมิการเมืองกำลังเพิ่มสูงขึ้นอีกระลอก ประเด็นการแก้ไขรัฐธรรมนูญ ถูกอัดจนร้อนฉ่า ไม่เว้นแม้พรรคร่วมรัฐบาลด้วยกันเอง
แถมรัฐบาลเองก็โดนทวงบุญคุณจากแกนนำกลุ่มเสื้อเหลืองเรียกว่าลากไส้รัฐบาลค่ายทหารออกมาเลย งานนี้ อภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ นายกรัฐมนตรี โดนไปเต็มๆ
ความเคลื่อนไหวในช่วงก่อนสิ้นปี กำลังแรงขึ้นเรื่อยๆ เพราะก่อนหน้านี้นายกฯ ได้ประกาศว่า อาจมีการยุบสภาช่วงต้นปี จากนั้นการเลือกตั้งก็ตามมาไม่น่าเกิน 2 เดือน
ช่วงนี้จึงมีกระแสการวางเกมการเมืองจากทั้งเสื้อแดง เสื้อเหลือง และรัฐบาลรวมถึงพรรคร่วม
เริ่มมีเสียงเรียกร้องเรื่องการยกเลิก พ.ร.ก.ฉุกเฉิน ซึ่งรัฐบาลเองก็ถูกจับตาจากประชาคมทั้งในและต่างประเทศ ท่ามกลางสถานการณ์ที่ยังไม่นิ่ง การเคลื่อนไหวของคนเสื้อแดงยังดำเนินต่อเนื่อง
แม้หัวหน้าใหญ่จะเก็บตัวเงียบอยู่ต่างประเทศก็ตาม
การเรียกร้องให้รัฐบาลปล่อยตัวแกนนำคนเสื้อแดง เป็นประเด็นที่ นปช.จุดขึ้นอ้างถึงความสมานฉันท์ที่รัฐบาลพยายามสร้างความปรองดอง เงื่อนไขนี้ดูจะสอดคล้องกับการแก้ไขรัฐธรรมนูญ ที่เสื้อแดงต้องการให้ใช่ร่างของ นพ.เหวง โตจิราการ แต่มั่นใจว่ารัฐบาลไม่เอาแน่
ส่วนหนึ่งแกนนำที่ถูกดำเนินคดีอยู่ขณะนี้เป็นกรณีคดีความอาญาสร้างความวุ่นวายในบ้านเมือง มีหลักฐานพยานชัดเจน แกนนำบางคนที่อยู่ในเรือนจำถึงกับเครียดหนักเพราะภาพที่ถูกบันทึกไว้ช่วงยุให้เผาบ้าน เผาเมือง ตำตาอยู่
ไม่ใช่โดนขังด้วยคดีการเมือง
การชุมนุมท่ามกลาง พ.ร.ก.ฉุกเฉิน ไม่ว่าเสื้อเหลือง หรือเสื้อแดง หากไม่อยู่ในกรอบหรือมีเหตุการณ์แทรกซ้อน โอกาสบานปลายมีสูง อย่าลืมว่าการชุมนุมแต่ละครั้งมักมีเงื่อนไขความรุนแรงขนานอยู่เสมอ ไม่ว่าใครที่ส่งสัญญาณการใช้อาวุธ โอกาสที่เหตุการณ์พฤษภาเลือดจะหวนกลับก็มีสูง
เงื่อนไขเหล่านี้รัฐบาลเตรียมพร้อมไว้แล้ว หากต้องยุบสภาในเร็ววัน การแต่งตั้งโยกย้ายในสายปกครองเสร็จสิ้นไปแล้ว ตามมาด้วยโผโยกย้ายตำรวจระดับรอง ผบก.-สารวัตร ครั้งสุดท้ายที่ถูกยื้อออกไปสิ้นปีเพื่อรอให้ฝ่ายการเมืองจัดบัญชีโดยละเอียด เพราะกลุ่มนี้คือ "หัวหมู่ทะลวงฟัน" ในพื้นที่
เมื่อทำบัญชีโยกย้ายข้าราชการเสร็จสิ้นแนวรบส่วนนี้มีความพร้อม การเมืองก็เดินหน้าเต็มกำลัง
ช่วงนี้จึงมีข่าวว่า เมื่อมีเหตุวุ่นวายอีกรอบ จะมีข้ออ้างในการปรับเปลี่ยนผู้นำหน่วยบางคน เพราะเริ่มมีเสียงไม่พอใจจากผู้ใต้บังคับบัญชาและรัฐบาลถึงพฤติกรรมที่เปลี่ยนไป!!



