ข่าว

ถกทำบุญล้างป่าช้าวัดไผ่เงินเสาร์นี้

ถกทำบุญล้างป่าช้าวัดไผ่เงินเสาร์นี้

22 พ.ย. 2553

มาร์คชี้ณรงค์ทำแท้งไม่ถึงกลุ่มเสี่ยง คณะกรรมการฟื้นซากเด็กทารก ถกทำบุญล้างป่าช้าครั้งใหญ่ในวันเสาร์ที่ 27 นี้ ส่วนการปรับปรุงภูมิทัศน์โกดังเก็บศพ และเผาผี 2002 ซากยังไม่ได้ข้อสรุป เตรียมชกเรื่องเสนอสำนักพระพุทธศาสนาตัดสินด้านตำรวจ

(22พ.ย.) เมื่อเวลา 13.00 น. นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ นายกรัฐมนตรี กล่าวตอนหนึ่งใน การประชุมวิชาการสุราระดับชาติครั้งที่ 6 สุราในโลกสรี ณ ห้องประชุมแกรนด์บอลรูม ชั้น 1 โรงแรมรามาการ์เดนถึงปัญหาการทำแท้งว่า ปัญหาของการพบซากทารกก็เป็นปัญหาการตั้งครรภ์โดยไม่พร้อม อยากเน้นย้ำว่าเราต้องทำงานเจาะกลุ่มเป้าหมาย เพราะเวลาเรารณรงค์เรื่องเหล่านี้คนที่ไม่มีปัญหาจะมานั่งฟัง แต่คนที่เป็นปัญหาไม่มาหรือเรายังเข้าไม่ถึง

ถกทำบุญล้างป่าช้าวัดไผ่เงินเสาร์นี้

เมื่อเวลา 09.00 น. วันที่ 22 พ.ย.2553 เจ้าหน้าที่ฝ่ายรักษาความสะอาด และเทศกิจสำนักงานเขตบางคอแหลม กว่า 50 คน ได้เดินทางมาทำความสะอาดสภาพแวดล้อมภายในวัดไผ่เงินโชตนาราม โดยเฉพาะการเก็บกวาดกิ่งไม้ ใบไม้แห้ง และซากโลงศพที่เริ่มผุพัง บริเวณโกดังเก็บศพด้านหลังเมรุ ซึ่งเป็นจุดที่นายสุเทพ ชะบางบอน อายุ 46 ปี และนายสุชาติ ภูมี อายุ 38 ปี สองสัปเหร่อช่วยกันนำซากเด็กทารก จำนวน 2,002 ศพ มาซุกซ่อนเอาไว้ โดยมีกลุ่มชาวบ้าน และบรรดาเซียนหวยจำนวนหนึ่ง ต่างพากันเดินทางมาวางเครื่องเซ่นวิญญาณทารกอย่างไม่ขาดสาย

ต่อมาเมื่อเวลา 11.00 น. วันเดียวกัน นายองอาจ คล้ามไพบูลย์ รัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรี ได้เดินทางมาที่ศาลาสำเนียง วัดไผ่เงินโชตนาราม เพื่อหารือเรื่องการทำบุญอุทิศส่วนกุศลครั้งใหญ่ ให้กับทารกทั้ง 2,002 ศพ โดยมีเจ้าหน้าที่จากหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เข้าร่วมประชุมอย่างพร้อมเพียง อาทิ พระครูวิจิตรสรคุณ เจ้าอาวาสวัด , พ.ต.อ.เมธี รักพันธุ์ ผกก.สน.วัดพระยาไกร , นายบัณฑิต สิทธินามสุวรรณ ผอ.เขตบางคอแหลม , นายแพทย์สมชัย ภิญโญพรพาณิชย์ อธิบดีกรมสนับสนุนบริการสุขภาพกระทรวงสาธารณสุข , นายแพทย์ธเรศ กรัษรวีวงค์ ผอ.สำนักสถานพยาบาลและการประกอบโรคศิลปะ , นายชาตรี พินใย นิติกรชำนาญการกระทรวงสาธารณสุข และหน่วยงานอื่นๆ โดยใช้เวลาหารือร่วมกันประมาณ 1 ชั่วโมง

นายองอาจ กล่าวว่า วันนี้ได้เรียกหน่วยงานทุกฝ่ายที่เกี่ยวข้อง เข้ามาหารือร่วมกันทั้งทางเจ้าอาวาสวัด เจ้าหน้าที่ตำรวจ สำนักงานเขต กระทรวงสาธารณสุข ผอ.โรงเรียนวัดไผ่เงิน สมาคมฌาปนกิจสงเคราะห์ และมูลนิธิอื่นๆ โดยผู้ที่เข้าร่วมประชุมทุกท่าน มีความเห็นตรงกันว่า วันเสาร์ที่ 27 พ.ย.นี้ จะร่วมกันประกอบพิธีทำบุญครั้งใหญ่ เนื่องจากหลังมีข่าวการพบซากทารกทั้ง 2,002 ศพออกไปแล้ว มีประชาชนจากทุกสารทิศได้ติดต่อเข้ามาสอบถามยังองค์กรต่างๆ กันเป็นจำนวนมาก ว่าจะสามารถร่วมทำบุญได้ในช่องทางใดบ้าง ซึ่งมติที่ประชุมลงความเห็นว่า ในวันดังกล่าวจะเริ่มทำพีธีกันตั้งแต่เวลา 09.30 น. โดยเริ่มจากนิมนต์พระมาเทศนา สวดเจริญพระพุทธมนต์ ร่วมกันทำพิธีเลี้ยงพระเพล ต่อด้วยพิธีสงฆ์สวดมาติกาบังสุกุล ถวายสังฆทานและจตุปัจจัย เรื่อยไปจนกว่าจะเสร็จสิ้น

นายองอาจ กล่าวด้วยว่า ทั้งนี้ในที่ประชุมเห็นพ้องต้องกันว่า หลังเสร็จสิ้นพิธีทำบุญครั้งใหญ่ ทางสำนักงานเขตจะต้องร่วมมือกับวัด และองค์กรภาคประชาชนในพื้นที่ เพื่อการปรับสภาพภูมิทัศน์บริเวณโกดังเก็บศพให้เหมาะสม ส่วนจะเปลี่ยนแปลงเป็นศาสนสถานประเภทใดต้องตกลงทำความเข้าใจ และหารือกันอย่างละเอียดอีกครั้ง ขณะที่มีผู้สอบถามเข้ามามากว่า จะดำเนินการกับศพทารกทั้งหมดอย่างไร เมื่อคดีสิ้นสุดไปแล้ว เรื่องนี้ตนได้ฟังความเห็นจากหลายฝ่าย แต่ยังขัดแย้งกันอยู่ เพราะบ้างก็ว่าน่าจะฌาปนกิจได้ แต่บางฝ่ายก็บอกว่าไม่ได้ จึงได้ข้อสรุปในประเด็นนี้ว่า ตนจะเป็นผู้ทำหนังสือไปขอความเห็นชอบจากสำนักงานพระพุทธศาสนา ให้ช่วยสั่งการว่าจะดำเนินการอย่างไร เพื่อให้ถูกต้องตามขนบธรรมเนียมความเชื่อของคนไทย โดยจะเร่งรัดให้เร็วที่สุดเนื่องจากทาง พ.ต.อ.เมธี รักพันธุ์ ผกก.สน.วัดพระยาไกร ได้ให้ข้อมูลต่อที่ประชุมมาว่า แพทย์นิติเวช รพ.จุฬาฯ อาจดำเนินการชันสูตรศพทารกทั้งหมดได้ภายในระยะเวลาที่กฎหมายกำหนดคือ 48 วัน

ต่อมาพระครูวิจิตรสรคุณ เจ้าอาวาสวัดไผ่เงิน ได้พานายองอาจ คล้ามไพบูลย์ และคณะไปตรวจตราช่องเก็บศพของโกดังทั้ง 20 ช่องอีกครั้ง โดยเจ้าอาวาส ได้ให้สัมภาษณ์ต่อสื่อมวลชนเป็นครั้งแรกว่า ที่ผ่านมาเคยรับศพทารกมาทำการฌาปนกิจอย่างถูกต้องตามกฎหมายเหมือนวัดอื่นๆ โดยญาติต้องนำใบมรณะบัตรมาด้วย แต่ไม่เคยระแคะระคายว่า จะมีเรื่องแบบนี้เกิดขึ้นภายในวัด ทั้งนายสุเทพ ชะบางบอน อายุ 46 ปี และนายสุชาติ ภูมี อายุ 38 ปี ก็ทำงานทำหน้าที่ไปตามปกติ แต่หลังเกิดเป็นคดีขึ้น อาตมาก็ได้ทำหนังสือสั่งการให้เจ้าหน้าที่ทั้ง 2 คนพักงานเอาไว้ โดยไม่กำหนดระยะเวลาจนกว่าคดีจะสิ้นสุด หรือพิสูจน์ได้ว่าไม่ได้กระทำผิดกฎหมาย ทั้งนี้ได้นำหนังสือดังกล่าวติดประกาศไว้รอบบริเวณวัดแล้ว นอกจากนี้ยังอยากฝากสื่อมวลชนให้ช่วยประชาสัมพันธ์ไปถึงญาติโยมที่เคยนำศพมาฝากไว้ที่วัดด้วยว่า ให้รีบติดต่อกลับมานำไปทำพีธีฌาปนกิจ เนื่องจากทางวัดจะปรับปรุงสภาพภูมิทัศน์ทันทีหลังคดีนี้สิ้นสุดลง

ด้าน พ.ต.อ.เมธี รักพันธุ์ ผกก.สน.วัดพระยาไกร กล่าวถึงความคืบหน้าทางคดีว่า หลังจากที่ นายสุชาติ ภูมี อายุ 38 ปี หนึ่งในผู้ต้องหาเคยให้การซัดทอดไปถึง นางสมบัติ หรือ “อารัตน์” สิโนทก อายุ 60 ปี มารดา น.ส.ลัญฉกร หรือ “โกะ” จันทมนัส อายุ 33 ปี ว่ามีส่วนร่วมในการทำแท้งด้วย แต่เมื่อตนส่งเจ้าหน้าที่ฝ่ายสืบสวนไปสอบปากคำ ปรากฏว่า เจ้าตัวได้ให้การปฏิเสธ ทั้งนี้ชุดคลี่คลายคดีกำลังพิจารณาคำให้การอยู่ว่า จะเชื่อมโยงหรือเอาผิด นางสมบัติ เพิ่มเติมหรือไม่ โดยมี พล.ต.ต.อำนวย นิ่มมะโน รอง ผบช.น. คอยติดตามความคืบหน้าอยู่อย่างใกล้ชิด อย่างไรก็ตาม พนักงานสอบสวน สน.วัดพระยาไกร กำลังจะนัด นางสมบัติ เข้ามาให้ปากคำเพิ่มเติมที่โรงพักภายในสัปดาห์นี้ ซึ่งต้องขอเวลาให้ตำรวจทำหน้าที่อีกสักระยะ เนื่องจากการแจ้งข้อกล่าวหา หรือดำเนินคดีกับผู้ใดจำเป็นต้องใช้การพิจารณาอย่างถี่ถ้วนที่สุด

เมื่อผู้สื่อข่าวถามว่า นอกจากนางสมบัติแล้ว พระสงฆ์ของทางวัดจะถูกดำเนินคดีไปด้วยหรือไม่ พ.ต.อ.เมธี ตอบว่า หลังรับแจ้งเหตุได้เข้ามาสอบปากคำท่านเจ้าอาวาส และพระสงฆ์ในวัดแล้ว ยืนยันไม่มีส่วนเกี่ยวข้อง แต่เท่าที่ดูสำนวนการสอบสวน เชื่อว่าไม่ได้มีแค่ น.ส.ลัญฉกร ผู้เดียวที่นำศพมาฝากสัปเหร่อเก็บไว้ที่วัด ตอนนี้พยายามตามหาเบาะแสของผู้ต้องสงสัยรายอื่นๆ อยู่ แต่พยานหลักฐานต่างๆ ยังไม่ชัดเจน ส่วนกรณี นางสมบัติ หากนำมาสอบปากคำแล้ว พบว่ามีส่วนร่วมด้วย ก็จะต้องดูข้อกฎหมายต่อไปว่าผิดเรื่องใด ทั้งกรณีร่วมทำแท้ง หรือแค่ร่วมกันทำลายซ่อนเร้นพยานหลักฐานในการกระทำความผิด เพื่อช่วยเหลือผู้อื่นมิให้ต้องรับโทษ จากนั้นจึงค่อยดำเนินการตามกฎหมาย ส่วนที่สงสัยกันว่าเด็กๆ ที่อยู่ในความดูแลของ นางสมบัติ กับ น.ส.ลัญฉกร นั้นจะใช่ผู้รอดชีวิตจากการทำแท้งเถื่อนหรือไม่ ตนไม่สามารถยืนยันได้ต้องหารือกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้องโดยเฉพาะกระทรวงสาธารณสุขและกระทรวงพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์อีกครั้ง

มีรายงานว่า หลังจากที่รัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรี ให้สัมภาษณ์เชิญชวนประชาชนทั่วประเทศ เดินทางมาร่วมทำบุญครั้งใหญ่ให้กับทารกทั้ง 2,002 ศพผ่านสื่อมวลชนไปแล้ว ทำให้มีองค์กรการกุศลติดต่อเข้ามาขอร่วมพิธีอย่างมากมาย อาทิ มูลนิธิกตเวทิตาธรรม ซึ่งจะนินมต์พระจีนเดินทางมาสวดส่งวิญญาณทารกแบบจีน หรือทำกงเต๊ก ในช่วงบ่ายของวันเสาร์ที่ 27 พ.ย.นี้อีกด้วย

สสจ.ระนองร่วมตำรวจตรวจสถานที่ทำแท้งสาวพม่า

 น.พ.ธงชัย   กีรติหัตถยากร นายแพทย์สาธารณสุขจังหวัดระนอง  เปิดเผยว่าหลังจากที่กระแสข่าวว่ามีหญิงสาวชาวพม่าที่เข้ามาทำงานในจังหวัดระนองและหญิงสาวจากจ.เกาะสอง ที่ท้องก่อนวัยอันสมควรแห่ทำแท้งกับอดีต จนท.พยาบาล และหมอตำแยชาวพม่าในเขตพื้นที่ จ.ระนอง เพื่อตรวจสอบข้อมูล และข้อเท็จจริงในเรื่องดังกล่าวจึงได้ร่วมกับเจ้าหน้าที่ตำรวจ และจนท.มูลนิธิศุภนิมิตแห่งประเทศไทย ออกตรวจสอบย่านชุมชนพม่าบริเวณบ้านปากคลอง ต.ปากน้ำ อ.เมืองระนอง เพื่อหาข้อมูลในเรื่องดังกล่าว พบว่าในเบื้องต้นยังไม่พบหรือมีสถานที่ที่มีการรับทำแท้งให้กับหญิงสาวชาวพม่า

              พ.ต.อ.วีระศิลป์   ขวัญเซ่ง  ผกก.สภ.ปากน้ำ  กล่าวว่าจากการตรวจสอบในเบื้องต้นไม่พบสถานที่ที่มีการทำแท้งแต่ประการใด ซึ่งหากตรวจพบหรือมีข้อมูลว่าบุคคลใดรับบริการทำแท้งให้กับหญิงสาวชาวพม่า ทาง จนท.ตำรวจจะต้องจับกุมและดำเนินคดีตามกฏหมายอย่างเด็ดขาด

              ด้านแหล่งข่าวจากกลุ่มผู้ใช้แรงงานชาวพม่าใน จ.ระนอง   เปิดเผยว่ากับผู้สื่อข่าวว่าได้มีกลุ่มวัยรุ่นผู้หญิงชาวพม่าจากจังหวัดเกาะสอง รวมถึงกลุ่มผู้หญิงวัยรุ่นชาวพม่าที่เข้ามาทำงานในโรงงานและสถานบริการต่างๆในจังหวัดระนอง นิยมทำแท้งมากขึ้นเช่นกัน และมีพฤติกรรมเช่นเดียวกับวัยรุ่นไทยคือการรับกระแสวัฒนธรรมตะวันตก นิยมอยู่กินกันก่อนแต่งงาน แต่เนื่องด้วยวิถีชีวิตที่ต้องดิ้นรน ทำงานทุกวันทำให้กลุ่มวัยรุ่นชาวพม่าที่ไม่รู้จักหักห้ามใจ และคุมกำเนิดเกิด เมื่อต้องก่อนแต่งหรือยังไม่พร้อมที่จะมีลูกต้องใช้สิธีการทำแท้งเป็นทางออก โดยพบว่ามีแหล่งทำแท้งเถื่อนซึ่งทำโดยหมอตำแยพม่า และหมอตำแยไทยโดยการใช้วิธีการทำแท้งแบบโบราณ