
เทนนิสไทยดิ้น หนีความตกต่ำ
ทีมนักหวดลูกสักหลาดไทยไม่พอใจผลงานตกต่ำในเอเชี่ยนเกมส์ ครั้งที่ 16 "กวางโจวเกมส์" วางแนวทางพัฒนามากขึ้น ทั้งเพิ่มทัวร์นาเมนต์จัดแข่งขันและอบรมโค้ช
นายวิเชษฐ์ ทีปกากร ผู้จัดการทีมเทนนิสไทยชุดเอเชี่ยนเกมส์ ครั้งที่ 16 "กวางโจวเกมส์" ที่ประเทศจีน เปิดเผยว่า จากผลงานของทีมเทนนิสไทยในเอเชี่ยนเกมส์ครั้งนี้ ซึ่งทำได้ 2 เหรียญทองแดง จากประเภททีมหญิงและคู่ผสม ถือว่าค่อนข้างแย่ โดยล่าสุดในเอเชี่ยนเกมส์ ครั้งที่ 15 "โดฮาเกมส์" ที่ประเทศกาตาร์ ยังทำได้ 1 เหรียญทอง จาก "เจ้าปิ๊ก" ดนัย อุดมโชค 1 เหรียญเงินจากชายคู่ "แฝดต้น-ต้อง" สนฉัตร กับ สรรค์ชัย รติวัฒน์ และ 1 เหรียญทองแดง จากทีมชาย ทำให้ครั้งนี้ทีมเทนนิสไทยพลาดเหรียญทองเป็นครั้งแรกในรอบ 12 ปี
ผู้จัดการทีมเทนนิสไทยกล่าวต่อว่า ในการแข่งขันเทนนิสเอเชี่ยนเกมส์ครั้งนี้ พบว่านักเทนนิสหลายชาติมีการพัฒนาและเตรียมตัวมาเป็นอย่างดี โดยเฉพาะจีน อินเดีย และอุซเบกิสถาน ที่มีนักกีฬาหลายคนลงแข่งระดับเอทีพี ทัวร์ และดับเบิลยูทีเอ ทัวร์ อย่างสม่ำเสมอ ต่างกับเอเชี่ยนเกมส์ครั้งก่อนๆ ที่จะมีนักหวดลูกสักหลาดที่แข็งแกร่งไม่มากขนาดนี้ ส่วนอีกชาติคือ ไต้หวัน ที่ทำผลงานได้ดี เพราะลงทุนทุ่มเงินมหาศาลจ้างโค้ช รวมทั้งจัดการแข่งขันทั้งทัวร์นาเมนต์ ฟิวเจอร์ ทัวร์ และชาลเลนเจอร์ ทำให้นักกีฬามีโอกาสลงแข่งขันและมีประสบการณ์มากขึ้น
ในขณะที่นักเทนนิสไทยทั้งชายและหญิง ยังเล่นได้ตามมาตรฐาน บางประเภทก็แพ้ในช่วงไทเบรกอย่างเฉียดฉิว ซึ่งเป็นเรื่องของสภาพจิตใจที่ต้องมีการปรับปรุงแก้ไขกันต่อไป แม้ทีมไทยจะได้เหรียญน้อยกว่าที่ตั้งเป้าไว้ แต่ยังไม่ได้หมายความว่าเทนนิสไทยถอยหลัง หรืออยู่ในยุคตกต่ำแต่อย่างใด ซึ่งลอนเทนนิสสมาคมแห่งประเทศไทย มีแนวทางที่จะพัฒนากีฬาเทนนิสไทยอย่างต่อเนื่อง โดยปี 2554 จะมีโค้ชและผู้แทนจากสหพันธ์เทนนิสนานาชาติ (ไอทีเอฟ) มาอบรมโค้ชไทย อาจจะจัดขึ้นที่กรุงเทพฯ ปีละ 2 ครั้ง
"ลอนเทนนิสสมาคมมีแผนจะเป็นเจ้าภาพรายการฟิวเจอร์ ทัวร์ ให้มากขึ้นกว่ารอบปีที่ผ่านมา โดยเฉพาะรายการระดับ 10,000-25,000 ดอลลาร์สหรัฐ ที่จะทำให้นักเทนนิสไทยได้ลงแข่งขันมากขึ้น มีโอกาสเก็บแต้มมากขึ้น ซึ่งเป็นส่วนสำคัญต่อการเล่นอาชีพในอนาคตและเป็นผลดีต่อทีมชาติด้วย"



