
ยันไม่รับร่างแก้รธน.เหวงไร้ปัญหาวอร์คเอ้าท์
วิปรัฐบาล ยืนยัน ไม่รับร่างฯ แก้รธน. ฉบับ เหวง ชี้วอร์คเอ้าท์ไม่มีปัญหา ด้าน นพ.วรงค์ เผยที่ประชุมถกมาตรการความปลอดภัย ส.ส.หลัง พธม. ประกาศต้าน ขณะที่ บุญยอด รับ แก้ยาก วิรัตน์ เชื่อพธม.มีเหตุผลชุมนุมค้าน รธน. ชี้ เห็นต่างได้ ส่ง 4 ส.ส.วิปรัฐบาลหารื
(22พ.ย.) ที่ทำเนียบรัฐบาล นายวิทยา แก้วภราดัย ประธานคณะกรรมการประสานงานพรรคร่วมรัฐบาล (วิปรัฐบาล) แถลงผลการประชุมวิปรัฐบาลว่า ที่ประชุมได้มีการพิจารณาระเบียบวาระ ที่จะมีการประชุมร่วมกันในวันที่ 23 พ.ย.นี้ โดยมีระเบียบวาระที่สำคัญ คือ การเสนอขอแก้ไขเพิ่มเติมรัฐธรรมนูญซึ่งมีในระเบียบวาระแล้ว 4 ฉบับ เป็นร่างรัฐธรรมนูญแก้ไขเพิ่มเติมฉบับที่.. พ.ศ.ฯซึ่งภาคประชาชนหรือฉบับนพ.เหวง โตจิราการ แกนนำแนวร่วมประชาธิปไตยขับไล่เผด็จการแห่งชาติ (นปช.) เป็นผู้เสนอ 1 ฉบับ ร่างฯที่ส.ส. 102 คนเสนอ ร่างฯ มาตรา 93 98 และ มาตรา 190 ซึ่งคณะรัฐมนตรีเสนอ ทั้งนี้วิปได้พิจารณา ตามแนวทางที่ได้หารือร่วมกันระหว่างประธานรัฐสภา วุฒิสมาชิก และประธานวิปฝ่ายค้าน ตกลงกรอบกันว่าเราจะพิจารณากฎหมายทั้ง 4 ฉบับรวมกัน อภิปรายรวมกัน และจะลงมติรับหรือไม่รับทีละฉบับ โดยตกลงเบื้องต้นว่าจะใช้เวลาอภิปราย 2 วัน และบริหารเวลาตามสัดส่วนของสมาชิกที่มีอยู่แต่ละฝ่าย
ประธานวิปรัฐบาล กล่าวว่า วิปจะส่งตัวแทน 4 คน เพื่อไปร่วมบริหารเวลากับฝ่ายค้านและส.ว. ทั้งนี้ได้รับแจ้งจากส.ว.เบื้องต้นเวลาที่จะอภิปรายตั้งแต่เวลา 10.00 น. - 24.00 น. โดยส.ว.ได้เวลา 7 ชั่วโมง แต่ส.ว.ต่อรองขอเวลาเพิ่ม วิปจึงให้ตัวแทนไปเจรจาตกลง หากผ่อนผันได้ก็อาจขยายเวลาจาก 24.00 น. - 01.00 น. ส่วนการเจรจากับฝ่ายค้านก็ยึดกรอบนี้ จะมีการเริ่มประชุมตั้งแต่วันอังคาร - พุธ และลงมติในวันพ ฤหัสบดี เพราะการลงมติรัฐธรรมนูญต้องเรียงทีละฉบับ ขานชื่อทีละ การลงมติแต่ละฉบับจะใช้เวลารับรองประมาณฉบับละ 2 ชั่วโมง ทำให้ต้องใช้เวลา 10 ชั่วโมง
" ส่วนความเห็นวิปฯในร่างที่เสนอมา 4 ร่าง เราได้ได้พิจารณาร่างภาคประชาชนที่นำเสนอขึ้นมา และเนื้อหาสาระเป็นการเปลี่ยนแปลงรัฐธรรมนูญทั้งฉบับ มีหลายเรื่องที่ส่อให้ว่าองค์กรอิสระที่มีอยู่ต้องหมดสภาพไป รวมทั้งการเสนอนิรโทษกรรมการเหตุการณ์หลายเหตุการณ์ ซึ่งจะทำให้สถานการณ์ไม่ดีขึ้นเท่าที่ควรมติ วิปจึงไม่รับร่างภาคประชาชน และร่างที่เหลือก็เป็นร่างทำรองเดียวกันคือแก้ไขเขตเลือกตั้งเขตละ 1 คน มีทิศทางเหมือนรัฐธรรมนูญปี 2540 อันที่ 2 คือการแก้ไขมาตรา 190 ซึ่งให้แต่ละพรรคไปดำเนินการ โดยจะยืนยันมติของแต่ละพรรคได้ในวันที่ 23 พ.ย. ต่อร่างรัฐธรรมนูญทั้ง 3 ร่าง ” นายวิทยากล่าว
ผู้สื่อข่าวถามว่า ถ้าพรรคเพื่อไทยวอร์คเอ้าท์ หากไม่มีการพิจารณาร่างคปพร.ที่ภาคประชาชนเสนอจะบริหารการประชุมอย่างไร นายวิทยา กล่าวว่า ถ้าเขาวอร์คเอ้าท์ประชุมก็ประชุมต่อได้ หากประชุมไม่ได้ก็สภาล่ม ประเด็นการแก้ไขรัฐธรรมนูญนั้นถ้าพูดในแง่พรรคเพื่อไทยนั้นรัฐธรรมนูญปี 2540 ก็เขียนถึงการเลือกตั้งเขตเดียวเบอร์เดียวก็ไม่ได้แตกต่าง แต่ถ้ารับร่างทั้งหมดมีปัญหาแน่สังคมไทย มติรัฐบาลรับไม่ได้
ด้านนพ.วรงค์ เดชกิจวิกรม คณะกรรมการประสานงานพรรคร่วมรัฐบาล ( วิปรัฐบาล ) กล่าวถึง กรอบเวลาในการประชุมร่วมของรัฐสภา เพื่อพิจารณาร่างแก้ไขเพิ่มเติมรัฐธรรมนูญระหว่างวันที่ 23-24 พ.ย. ว่าทางวิปรัฐบาลได้ประชุมกรอบเวลาในการอภิปรายเรื่องนี้ โดยจะมีการอภิปราย 2 วัน วันละ 14 ชม. ใช้เวลาทั้งหมด 28 ชั่วโมง โดยแบ่งให้วุฒิสภา 7 ชั่วโมง สภาผู้แทนราษฎร์ 21 ชั่วโมง โดยแบ่งตามสัดส่วนของ ส.ส.แต่ละพรรค ดังนี้ พรรคประชาธิปัตย์ 7 ชั่วโมง 39 นาที พรรคภูมิใจไทย 1 ชั่วโมง 23 นาที พรรคเพื่อแผ่นดิน 1 ชั่วโมง 23 นาที พรรคชาติไทยพัฒนา 1 ชั่วโมง 5 นาที พรรครวมชาติพัฒนา 24 นาทีพรรคกิจสังคม 13 นาที พรรคมาตุภูมิ 8 นาที ในส่วนของฝ่ายค้าน พรรคเพื่อไทย 8 ชั่วโมง 24 นาที พรรคประชาราช 21 นาที ทั้งนี้หากทางวุฒิสภาจะขอเพิ่มเวลาอีก 1 ชม. ก็ต้องมีการประชุมร่วมกันทั้ง 3 ฝ่ายอีกครั้ง ว่าฝ่ายค้านจะยอมหรือไม่
ผู้สื่อข่าวถามว่า หากฝ่ายค้านขอเพิ่มเวลาในการอภิปราย นพ.วรงค์ กล่าวว่า ก็จะมีการยืนยันตามสัดส่วนที่ให้ไป หากเขาไม่ยอมก็ไปว่ากันอีกที
นพ.วรงค์ กล่าวถึงการมาชุมนุมของกลุ่มพันธมิตรประชาชน (พธม.) จากการพูดคุยกันคราว ๆ เป็นสิทธิในการชุมนุมตามรัฐธรรมนูญ ซึ่งวิปรัฐบาลสามารถอธิบายเหตุผลในการแก้ไขรัฐธรรมนูญต่อประชาชนได้ และขอย้ำว่าไม่มีวาระซ่อนเร้นในการแก้ไขรัฐธรรมนูญ ไม่ว่าจะเป็นเรื่องนิรโทษกรรม หรือการลดโทษ ซึ่งการแก้ไขรัฐธรรมนูญทั้ง 2 เรื่องมีคำตอบอยู่ในตัว อย่าง มาตรา 190 ที่รัฐบาลจะเสียประโยชน์มากในการลงนามกับต่างประเทศ ส่วนเรื่องเขตใหญ่และเขตเล็กเป็นเรื่องที่นักวิชาการกำหนดมา โดยใช้หลักคิดว่าประชาชน 1 คนควรจะมีสิทธิเลือกส.ส. 1 คน และท่าทีของรัฐบาลมองว่าในเมื่อให้คณะกรรมการทำงานแล้ว มีข้อสรุปออกมาทั้ง 5 ประเด็น ซึ่งรัฐบาลก็ได้ตัดวาระที่ละเอียดอ่อนออกไป เหลือแต่วาระในหลักการทั่วไป
ผู้สื่อข่าวถามว่า พรรคเพื่อไทยจะไม่ร่วมตั้งคณะกรรมาธิการร่วมของสภา เพื่อพิจารณาเรื่องแก้ไขรัฐธรรมนูญ นพ.วรงค์ กล่าวว่า ก็เป็นสิทธิตามรัฐธรรมนูญ เพราะแต่ละพรรคการเมืองเสนอเข้ามา ถ้าพรรคเพื่อไทยไม่ส่งชื่อก็เป็นสถานการณ์เฉพาะหน้าของวิปรัฐบาล ตนอยากจะย้ำว่าใน มาตรา 190 เป็นเรื่องที่สังคมยอมรับหากมีการแก้ไข ส่วนในเรื่องของเขตการเลือกตั้ง ก็เป็นเรื่องที่เขาเคยเสนอมา และเขาก็มีปัญหาในเรื่องเขตเล็ก
ผู้สื่อข่าวถามว่า ได้มีการพูดในเรื่องความปลอดภัยหรือไม่ นพ.วรงค์ กล่าวว่า ในที่ประชุมวิปมีได้มีการหารือกัน แต่ทางประธานวิปรัฐบาลจะเสนอนายกรัฐมนตรี ในเรื่องความปลอดภัยของส.ส. ที่ต้องเข้ามาดูและเพิ่มมาตรการความปลอดภัย
ผู้สื่อข่าวถามว่า ถึงขั้นต้องมีการกำชับให้ส.ส.หญิงใส่กางเกงมาหรือไม่ นพ.วรงค์ กล่าวว่า ไม่มีครับ ไม่มีความห่วงใยขนาดนั้น ทั้งนี้เท่าที่รับทราบในการชุมนุมของกลุ่มพันธมิตร ฯ จะเป็นการชุมนุมในตอนเช้าแล้วจะเลิกการชุมนุมในตอนเย็น ไม่มีการค้างคืน
ด้านนายบุญยอด สุขถิ่นไทย คณะกรรมการวิปรัฐบาล กล่าวว่า หากพรรคเพื่อไทยไม่เสนอชื่อเข้ามาเป็นคณะกรรมาธิการร่วม ฯ ทางเราก็จะตั้งให้ หากเขาจะโต้แย้งว่าไม่เป็นไปตามรัฐธรรมนูญ ก็สามารถไปขอแก้ไขภายหลังได้ อย่างไรก็ตาม ส่วนตัวเชื่อว่าเป็นเรื่องยากที่ร่างแก้ไขรัฐธรรมนูญจะผ่าน เนื่องจากต้องมีเสียงโหวตเกินกึ่งหนึ่ง คือต้องได้ประมาณ 310 โดยรัฐบาลมี 270 ซึ่งหมายความว่าต้องรวมกับส.ว.อีก 40 เสียง ซึ่งโลกความจริงส.ว.มี 150 คน แต่มีประชุมแค่ 130 คน และกลุ่ม 40 ก็ประกาศไม่ร่วมแก้ไขรัฐธรรมนูญ ดังนั้นก็เชื่อว่ายากแน่นอน
นายวิรัตน์ กัลยาศิริ คณะกรรมการประสานพรรคร่วมรัฐบาล (วิปรัฐบาล) กล่าวถึงกรณีที่กลุ่มพันธมิตรประชาชนเพื่อประชาธิปไตย ( พธม.) ออกมาเคลลื่อนไหวคัดค้านการแก้ไขรัฐธรรมนูญว่า . ในที่ประชุมวิปรัฐบาลประเมินว่าคุยกันรู้เรื่อง และสถานการณ์จึงไม่น่าจะรุนแรงหรือมีอะไร เพราะเป็นกลุ่มผู้ชุมนุมที่มีเหตุผล อย่างไรก็ตาม ประชาชนเสนอความคิดเห็นมาก็ต้องเปิดโอกาสให้พูด ประชาธิปไตย คือ ฟังและเคารพเสียงส่วนใหญ่ ขณะที่ต้องคำนึงถึงเสียงส่วนน้อยด้วย ส่วนที่หลายคนในพรรคยังมีความเห็นที่แตกต่าง ซึ่งรัฐธรรมนูญจะให้คนเห็นด้วย ร้อยละ ร้อยคงเป็นไปไม่ได้ แต่อยู่ที่เสียงส่วนใหญ่เท่านั้นเอง หลักของรัฐบาลและพรรคร่วมก็คือ ต้องสนับสนุนนั่น คือ หลัก
ผู้สื่อข่าวถามว่า แต่ภาพที่ออกมาเหมือนพรรคประชาธิปัตย์เอาใจพรรคร่วม นายวิรัตน์ กล่าวว่า ไม่ใช่อย่างนั้น เริ่มตั้งแต่คณะกรรมการสมานฉันท์ฯที่ตั้งในสภาผู้แทนราษฎร และคณะกรรมการฯชุดของนายสมบัติ ธำรงค์ธัญญวงศ์ ดังนันจึงไม่ใช่การเอาใจพรรคร่วมรัฐบาลหรือไม่ ถ้าเอาใจพรรคร่วมทำไมเราไม่เอาใจตั้งแต่วันแรก และคณะกรรมการสมานฉันท์ที่สภาสั่งให้ดำเนินการก็มาทางนี้ พอสมานฉันท์เสร็จก็นำกลับมาให้คระกรรมการชุดนายสมบัติ อีกรอบ ก็เป็นไปในทางเดียวกันดังนั้นก็คงต้องเดินหน้า
ผู้สื่อข่าวถามว่า มีการมองว่าความจริงแล้วรัฐบลอยา กแก้เพียง 2 ฉบับเท่านั้นส่วนอีก 2 ฉบับ เป็นตัวลวงเพื่อไม่ให้ถูกกล่าวหา นายวิรัตน์ กล่าวว่า ฉบับหมอเหวงก็มี 2 เรื่องนี้อยู่ด้วย คือ มีเขตเล็กและม. 190 ด้วย แต่ฉบับของหมอเหวงมีหลายเรื่องที่ไปหมิ่นเหม่ต่อความมั่นคง และการแก้ไขรัฐฟธรรมนูญทั้งฉบับใช้เวลา 1 - 2 ปี
ผู้สื่อข่าวถามว่า วิปได้มอบหมายให้ใครไปชี้แจงกับกลุ่มพธม. ก่อนหรือไม่ นายวิรัตน์ กล่าวว่า วิปรัฐบาลมอบหมายให้แต่ละพรรคกลับไปชี้แจงพรรคของตนเอง และได้ตั้ง 4 คนไปชี้แจงกับวิปวุฒิสภา คือ นพ.วรงค์ เดชกิจวิกรม ส.ส.พิษณุโลก และ นส.ผ่องศรี ธาราภูมิ ส.ส.ลพบุรี พรรคประชาธิปัตย์ , นายวินัย ภัทรประสิทธิ์ ส.ส. จ.พิจิตร พรรครวมชาติพัฒนา และ นายอัศวิน วิภูศิริ ส.ส.สัดส่วนพรรคชาติไทยพัฒนา ส่วนกลุ่มพันธมิตรฯวิปไม่ได้มอบหมาย แต่ตนคิดว่าเป็นเรื่องที่รัฐบาลจะต้องชี้แจง เพราะวิปมีหน้าที่ประสานภายในสภา แต่เราก็ต้องฟังเสียงนอกสภาด้วยเพราะต้องฟังทุกความเห็น เพราะงานสภาเป็นงานที่เปิดจะมาปิดกั้นไม่ได้ ใครจะแสดงความเห็นอะไรภายใต้รัฐธรรมนูญก็เป็นสิทธิ์อยู่แล้ว
ส่วนที่ฝ่ายค้านติงว่ารัฐบาลปิดกั้นประชาชน เพราะไม่มีการถ่ายทอดสดนั้น นายวิรัตน์ กล่าวว่า วิปก็อยากให้มีการถ่ายทอดแต่รัฐบาลแจ้งเหตุให้ทราบว่า มีการถ่ายทอดกีฬาเอเชียนเกมส์ เราจึงได้ประสานขอไปยังรัฐบาลอีกครั้งว่า ขอให้ถ่ายสอดสดการประชุมสภา ทางสถานีโทรทัศน์ 1 ช่อง และขอให้มีการถ่ายทอดเอเชี่ยนเกมส์ 1 ช่องได้หรือไม่ เพราะเป็นดุลพินิจของรัฐบาล โดยนายองอาจ คล้ามไพบูลย์ รัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เพื่อที่จะได้เป็นทางเลือกให้ประชาชน



