ข่าว

ตามหา "แพะ"

ตามหา "แพะ"

22 พ.ย. 2553

จั่วหัวเรื่องแบบนี้ไม่ได้จะเอ่ยถึงวงการฟุตบอลไทย ที่นิยมการหา “แพะ” มาสังเวยการตกรอบนะครับ เพราะตอนนี้นักเตะไทยกลับไปบ้านเกิดเตรียมรับอัดฉีดอื้อซ่า 4 ล้านบาทจากสมาคมฟุตบอลแล้ว ต้องบอกว่า สมาคมฟุตบอลไทย นี่ใจดีเสียจริง ขนาดทีมทำผลงานไม่เข้าเป้า ไปไม่ถ

 แต่ผมว่าเอาเงิน 4 ล้านบาทไปจ่ายชดเชยยกเลิกสัญญา “สาดตีฟ” สตีฟ ดาร์บี้ ที่ปรึกษาตัวจริงของ “ร็อบโบ้” ไบรอัน ร็อบสัน น่าจะเกิดประโยชน์ต่อวงการมากกว่า
 ถ้ามีเงินแล้วใช้ไม่เป็น ระวังแฟนบอลเขาจะไล่ให้ไปกินหญ้านะครับ ขอเตือนมาด้วยความเป็นห่วง
 พูดถึงวงการฟุตบอลไทยแล้วเซ็ง กลับมาว่าเรื่องแพะกันต่อดีกว่า แพะที่ผมเอ่ยถึงคือ “เลอ หยาง หยาง” ตัวนำโชคของ “กวางโจวเกมส์”
 หลายคนน่าจะทราบกันแล้วว่า "แพะ" คือ สัตว์นำโชค หรือ “มาสคอต” ของเอเชี่ยนเกมส์ ครั้งที่ 16
 ตำนานเล่าว่าเมื่อโบราณกาลนับพันปี เมืองกวางโจวประสบภัยพิบัติทางธรรมชาติอย่างหนักจนผู้คนล้มตายจำนวนมาก
 วันหนึ่งมีเทวดา 5 องค์ ขี่แพะลงมามอบพันธุ์พืชธัญญาหารและอวยให้เมืองกวางโจวอุดมสมบูรณ์ไร้ความทุกข์ยากหิวโซ
 ทันใดนั้นเทวดาก็แปลงร่างกลายเป็นหิน และกวางโจวกลายเป็นเมืองที่อุดมสมบูรณ์ที่สุดทางตอนใต้ของจีน
 นั่นจึงเป็นที่ของคำว่า “เมือง 5 แพะ” ซึ่งเป็นชื่อหนึ่งที่ผู้คนเรียกเมืองกวางโจว และนี่คือที่มาของมาสคอตกวางโจวเกมส์
 มาสคอตทั้ง 5 มีชื่อว่า อาเลียง, อาเหอ, อาลู่, อายี่ และ เลอ หยาง หยาง เมื่อนำชื่อของทั้งหมดมารวมกันแล้วตามภาษาจีนแปลว่า “มงคลสันติสุขสมปราถนา”
 สำหรับอนุสาวรีย์ 5 แพะสัญลักษณ์ของเมืองกวางโจวตั้งอยู่ที สวนสาธารณะเย่ซิ่ว ใครไปใครมากวางโจวต้องแวะไปถ่ายรูปไม่งั้นถือว่ามาไม่ถึง
 แน่นอนครับว่าผมไม่พลาดเช่นกัน แต่กว่าจะตามหา 5 แพะเจอเล่นเอาลิ้นห้อย เพราะแท็กซี่พาหลงไป 1 รอบ พร้อมกับส่งลงผิดฝั่งเขาจนต้องเดินข้ามเขากลับมา
 ขาขึ้นเขาเดินเอาเหนื่อย แต่พอขากลับแค่ไม่กี่ก้าวก็ถึงทางออก นึกแล้วยังแค้นโชเฟอร์แท็กซี่คันนั้นไม่หาย
 ส่วนบนถนนหนทางเกือบทุกย่างก้าวในกวางโจว จะต้องได้เห็นแพะทั้ง 5 ทั่วไปหมด ของที่ระลึกโดยเฉพาะตุ๊กตา “เลอ หยาง หยาง” ก็ได้รับความนิยมไม่น้อย
 “เจ้าภาพ” ทำของออกมาขายได้น่ารัก มีให้เลือกหลายแบบหลายขนาดหลายราคา แต่ดูเหมือนผมจะโชคดีหน่อยที่มากวางโจวก่อนใครเลยได้ตัวที่น่ารักมาตุนไว้ก่อน
 “เลอ หยาง หยาง” ที่ผมควักจ่ายไป 31 หยวน (160 บาท) ดูจะมีเสน่ห์จริงๆ ครับ ผมห้อยติดกระเป๋าเดินไปไหนต่อไหนต่างมีคนมาถามว่าซื้อที่ไหน
 คิดดูแล้วกันว่า ขนาดนักข่าวสาวแดนภารตยังกล้าเข้ามาถามว่าซื้อที่ไหน แถมให้เบอร์ทิ้งไว้อีกต่างหาก บอกเจออีกเมื่อไรโทรบอกด้วยจะได้ตามไปซื้อ
 เจ้าหน้าที่อาสาสมัครชาวจีนเองก็เหมือนกัน เป็นต้องมาหยิบมาจับเล่น “เลอ หยาง หยาง” ของผมแล้วบอก “เคอ อ้าย” ที่แปลว่า “น่ารัก”
 ส่วนนักข่าวไทยนั้นหายห่วงสอบถามตลอดว่าซื้อที่ไหน แถมบางทียังแอบจิ๊กไปจากกระเป๋าผมอีกต่างหาก แต่ยังดีที่ไปตามเอาคืนได้ทัน
 “เลอ หยาง หยาง” ตัวนี้ทีเด็ดครับ แต่คาดว่าไม่น่าจะมีขายแล้วเพราะใครต่อใครก็หาซื้อไม่ได้
 ยังไงแล้วผมคงต้องลองไปตามหาว่ายังพอมีขายอยู่แถวไหนบ้าง ถ้าโชคดีหาเจอคนที่เมืองไทยก็อาจจะได้ของฝาก แต่ถ้าไม่เจอก็เอารอยยิ้มไปแทนแล้วกันคร้าบ