ข่าว

โพลล์ชี้ปชช.หนุน'วิลเลียม'เป็นกษัตริย์

โพลล์ชี้ปชช.หนุน'วิลเลียม'เป็นกษัตริย์

22 พ.ย. 2553

ลอนดอน-โพลล์ 3 สำนักชี้ให้เห็นว่าชาวอังกฤษต้องการให้ เจ้าชายวิลเลียม และพระคู่หมั้นขึ้นครองราชย์มากกว่าพระราชบิดา และพระชายาองค์ปัจจุบัน และมีข่าวลือว่าเจ้าชายวิลเลียมทรงกำหนดวันอภิเษกสมรสในช่วงปลายเดือนเมษายนปีหน้า ทรงยืนยันเป็นพ่องานเอง ไม่ยอมให้ผู้อื่น

เมื่อวันอาทิตย์ที่ 21 พฤศจิกายน สื่อมวลชนอังกฤษเปิดเผยผลสำรวจความเห็นของประชาชน 3 ชุด ที่ทำขึ้นหลังการประกาศกำหนดพระราชพิธีอภิเษกสมรสของเจ้าชายวิลเลียม กับ น.ส.เคท มิดเดิลตัน พระคู่หมั้น ในปี 2554 ว่า ประชาชนมีความเห็นไปในทิศทางเดียวกันว่าต้องการให้เจ้าชายวิลเลียมเสด็จขึ้นครองราชย์เป็นกษัตริย์พระองค์ต่อไป โดยมี น.ส.มิดเดิลตัน พระคู่หมั้น เป็นราชินี มากกว่าที่จะสนับสนุนเจ้าฟ้าชายชาร์ลส์ มกุฎราชกุมารแห่งอังกฤษ เสด็จขึ้นครองราชย์ และคามิลลา ดัชเชสแห่งคอร์นวอลล์ เป็นพระราชินี

 หนังสือพิมพ์นิวส์ออฟเดอะเวิลด์ เปิดเผยผลสำรวจของไอซีเอ็ม ระบุว่า ชาวอังกฤษ 55% สนับสนุนให้เจ้าชายวิลเลียม พระชันษา 28 ปี เสด็จขึ้นครองราชย์ทันทีหากสมเด็จพระราชินีอลิซาเบธที่ 2 สวรรคต แม้ว่ารัชทายาทพระองค์แรกจะได้แก่เจ้าฟ้าชายชาร์ลส์ พระชนมายุ 62 พรรษา

 นอกจากนั้น 64% ของกลุ่มตัวอย่างชาวอังกฤษ 2,015 คน เห็นว่าเจ้าชายวิลเลียมและพระคู่หมั้นเหมาะสมกับความคาดหวังต่อราชวงศ์อังกฤษในระยะยาวมากกว่าเจ้าฟ้าชายชาร์ลส์และพระชายา โดยหนังสือพิมพ์ฉบับนี้ได้นำเสนอภาพจำลองของเจ้าชายวิลเลียมและ น.ส.มิดเดิลตัน สวมมงกุฎและประทับบนบัลลังก์กษัตริย์

 ขณะที่หนังสือพิมพ์ซันเดย์ ไทม์ส ได้นำเสนอผลสำรวจ ยู กอฟ โพลล์ ที่ระบุว่าชาวอังกฤษ 44% เห็นว่าเจ้าฟ้าชายชาร์ลส์ควรเปิดทางให้เจ้าชายวิลเลียมเสด็จขึ้นครองราชย์ โดยมีเสียงคัดค้าน 37% และ 57% เห็นว่าเจ้าชายวิลเลียมทรงเหมาะสมกับตำแหน่งกษัตริย์ โดยมีชาวอังกฤษ 15% เห็นว่า เจ้าฟ้าชายชาร์ลส์เหมาะสมกับตำแหน่งประมุขของประเทศ

 ส่วนวัน โพลล์ ที่สำรวจความเห็นของชาวอังกฤษ 2,000 คน ให้แก่หนังสือพิมพ์พีเพิล พบว่า ชาวอังกฤษ 48% ต้องการให้เจ้าชายวิลเลียมและ น.ส.มิดเดิลตัน เสด็จขึ้นครองราชย์ โดยมีผู้สนับสนุนเจ้าฟ้าชายชาร์ลส์ และพระชายา เพียง 16% สอดคล้องกับ แฮริส โพลล์ ที่หนังสือพิมพ์เดลี่ เมล นำเสนอเมื่อวันเสาร์ (20 พ.ย.) ที่ระบุว่าชาวอังกฤษ 48% เห็นว่าเจ้าฟ้าชายชาร์ลส์ควรเลี่ยงการขึ้นครองราชย์ เพื่อเปิดทางให้เจ้าชายวิลเลียม พระราชโอรสในพระองค์กับเจ้าหญิงไดอานา

 ผลสำรวจความเห็นของชาวอังกฤษของสื่อต่างๆ ยังแสดงให้เห็นว่า ชาวอังกฤษยังไม่พร้อมที่จะยอมรับว่า วันหนึ่งพระชายาคามิลลาจะเป็นพระราชินี ตามพระราชดำรัสของเจ้าฟ้าชายชาร์ลส์ที่พระราชทานสัมภาษณ์เมื่อวันศุกร์ (19 พ.ย.) ที่ผ่านมา

 ตามกฎมณเฑียรบาลแห่งราชวงศ์อังกฤษ ระบุว่า พระราชโอรสพระองค์แรกจะรับตำแหน่งประมุขของประเทศ ซึ่งปัจจุบันเจ้าฟ้าชายชาร์ลส์ทรงดำรงตำแหน่งรัชทายาทพระองค์แรก ขณะที่พระองค์พระราชทานสัมภาษณ์สำนักข่าวเอ็นบีซีของสหรัฐในเดือนสิงหาคม และนำมาออกอากาศเมื่อวันศุกร์ที่ผ่านมาว่า พระองค์ทรงหลีกเลี่ยงที่จะคิดถึงการครองราชย์ในฐานะกษัตริย์ ซึ่งหมายความว่าพระราชมารดาของพระองค์ต้องสวรรคต และมีพระราชดำรัสว่า "เราคงจะได้เห็นกัน ใช่ไหม? และนั่นเป็นสิ่งที่ควรจะเป็น" ทรงตอบคำถามที่ว่าพระชายาคามิลลา จะเป็นพระราชินีของอังกฤษเมื่อพระองค์เสด็จขึ้นครองราชย์หรือไม่

 สำหรับกำหนดวันพิธีอภิเษกสมรสนั้น แหล่งข่าวระดับสูงยืนยันว่า เจ้าชายวิลเลียมและพระคู่หมั้นมีกำหนดวันในพระทัยแล้ว โดยจะเป็นช่วงสัปดาห์สุดท้ายของเดือนเมษายน 2554 และน่าจะเป็นวันทำงานวันใดวันหนึ่ง ขณะนี้อยู่ระหว่างการบรรลุความเห็นชอบร่วมกันในหมู่ราชวงศ์กับรัฐบาล และคาดว่าจะประกาศได้ภายในสัปดาห์นี้ อย่างไรก็ตาม หากวันที่ทั้งสองเลือกไว้ไม่สะดวกสำหรับทุกฝ่ายที่เกี่ยวข้อง ก็ทรงเลือกไว้อีกวันหนึ่งในฤดูร้อนเป็นทางเลือกที่สอง แต่สถานที่ยังมีแนวโน้มจะเป็นมหาวิหารเวสต์มินสเตอร์ แอบบีย์ เช่นเดิม

 เมษายนเป็นเดือนเดียวกับที่เจ้าฟ้าชายชาร์ลส์ พระราชบิดา เข้าพิธีอภิเษกสมรสกับเลดี้ ไดอานา เจ้าหญิงแห่งเวลส์ อดีตพระชายาผู้ล่วงลับ และอภิเษกสมรสครั้งที่สองกับพระชายาคามิลลา ที่วังวินเซอร์ เมื่อวันที่ 19 เมษายน 2548  

        สื่ออังกฤษคาดกันว่า วันมหามงคลจะอยู่ระหว่างวันอังคารที่ 26 เมษายน ถึงวันศุกร์ที่ 29 เมษายน เพื่อไม่ให้ตรงกับฤดูถือบวชของชาวคริสต์ ระหว่างวันที่ 9 มีนาคม-23 เมษายน กับเทศกาลอีสเตอร์ ซึ่งปีหน้าตรงกับวันจันทร์ที่ 25 เมษายน

 ที่ผ่านมาพระราชพิธีอภิเษกสมรสของพระราชวงศ์อังกฤษมีกำหนดจัดขึ้นในวันพุธ หรือเสาร์เท่านั้น

 มีรายงานด้วยว่า น.ส.มิดเดิลตัน กำลังพิจารณาคำร้องขอจากองค์กรสตาร์ไลท์ ซึ่งเป็นองค์กรการกุศลเพื่อเด็กป่วยระยะสุดท้าย ที่ขอให้ว่าที่พระชายาของเจ้าชายวิลเลียม ทำหน้าที่เป็นองค์อุปถัมภ์ หรือทูตพิเศษภายหลังอภิเษกสมรส ซึ่งสวนทางกับรายงานข่าวที่ออกมาก่อนหน้านี้ น.ส.มิดเดิลตัน วัย 28 ปี จะยังไม่ทำงานในฐานะใหม่อย่างเต็มตัวในระยะแรก ทั้งนี้ บริษัทพาร์ตี้ พีซเซส ธุรกิจของตกแต่งงานปาร์ตี้ของครอบครัว น.ส.มิดเดิลตัน ได้ให้การสนับสนุนองค์กรสตาร์ไลท์อยู่แล้ว และเพื่อนๆ ของเธอต่างก็คาดหวังว่า น.ส.มิดเดิลตันจะรับบทบาทอย่างเป็นทางการที่องค์กรแห่งนี้ในปีหน้า

 ค่อนข้างแน่นอนว่า บทบาทใหม่ของ น.ส.มิดเดิลตัน จะถูกนำไปเปรียบเทียบกับเจ้าหญิงไดอานา พระมารดาของเจ้าชายวิลเลียม ที่ทรงอุปถัมภ์องค์กรการกุศลจำนวนมาก

  แหล่งข่าวระบุว่า เจ้าชายวิลเลียมทรงตัดสินพระทัยที่จะดูแลการจัดงานอภิเษกสมรสด้วยพระองค์เอง โดยแต่งตั้งทีมผู้ช่วยส่วนพระองค์จำนวน 4 ทีม เพื่อดำเนินการด้านต่างๆ โดยไม่รับความช่วยเหลือจากสำนักพระราชวังบักกิงแฮม ซึ่งที่ผ่านมาทำหน้าที่เป็นผู้จัดงานพระราชพิธีเช่นนี้ ทำให้เกิดความไม่พอใจและทำให้การเตรียมงานมีความยุ่งยากมากขึ้น

 หนังสือพิมพ์เดลี่ เมล รายงานเมื่อวันอาทิตย์ว่า การที่เจ้าชายวิลเลียมทรงปฏิเสธความช่วยเหลือจากเจ้าหน้าที่อาวุโสแห่งวังบักกิงแฮม ทำให้เกิดบรรยากาศแห่งความไม่พอใจ แหล่งข่าวระบุว่า แม้สมเด็จพระราชินีมีพระราชดำรัสติดตลกว่า พระองค์ไม่ทรงทราบว่ามีอะไรเกิดขึ้นมาบ้าง แต่สิ่งที่เกิดขึ้นเป็นเรื่องร้ายแรง ซึ่งอาจทำให้กระบวนการเตรียมงานพระราชพิธีเป็นไปด้วยความยุ่งยากและซับซ้อน ขณะเดียวกันสำนักพระราชวังบักกิงแฮมมีศักยภาพในการลดต้นทุนการจัดพระราชพิธี และสามารถส่งบัตรเชิญให้แขก 2,000 คนภายในวันเดียวในกรณีที่จำเป็น ซึ่งพร้อมที่จะให้ความช่วยเหลือทีมงานของวังเซนต์ เจมส์ หากได้รับการร้องขอ

 อย่างไรก็ตาม แหล่งข่าวระบุว่า การที่เจ้าชายวิลเลียมทรงจัดงานด้วยพระองค์เองนั้น เป็นการสะท้อนภาพลักษณ์ของความทันสมัยในพระองค์เอง นอกจากนั้นพระองค์ยังเคยให้สัมภาษณ์นิตยสารซันเดย์ ไลฟ์ ในช่วงต้นปีนี้ว่า พระองค์ไม่ยอมรับความเห็นของผู้ที่มากำหนดแนวทางต่างๆ ให้แก่พระองค์ เพราะทรงเห็นว่าหลายสิ่งที่ผู้คนเหล่านั้นเสนอให้เป็นเรื่องคร่ำครึ ไม่เหมาะสมกับสถานการณ์ในปัจจุบัน หรือเป็นสิ่งที่ผิด เจ้าชายวิลเลียมทรงย้ำว่า "บางครั้งข้าพเจ้าฟังความเห็นของคนเหล่านั้น แต่ข้าพเจ้านิยมที่จะฟังความเห็นหลากหลายของผู้อื่นก่อนที่จะนำมาตัดสินใจด้วยตัวเอง"