ข่าว

โบราณสถานสระแก้วสระน้ำในพิธีกรรมของเมืองศรีมโหสถ

โบราณสถานสระแก้วสระน้ำในพิธีกรรมของเมืองศรีมโหสถ

22 พ.ย. 2553

โบราณสถานสระแก้ว ที่เมืองศรีมโหสถ จ.ปราจีนบุรี ตัวสระขุดลงไปในพื้นศิลาแลง ขอบสระโดยรอบมีลวดลายสลักเป็นรูปสัตว์ทั้งที่มีอยู่จริง และที่มีอยู่เฉพาะในปรัมปราคติรูปสัตว์ที่ว่าอยู่ในกรอบรูปสี่เหลี่ยมผืนผ้า มีทั้งช้าง สิงห์ หรือมกร

การที่ขอบสระแก้วสลักรูปมกรนั้น ทำให้สันนิษฐานว่าสระน้ำนี้คงใช้ประกอบในพิธีกรรมที่เกี่ยวข้องกับความอุดมสมบูรณ์ มกรที่ว่านี้ แปลตามรูปศัพท์ได้ว่าผู้สำรอก หมายถึงเป็นผู้สำรอกความอุดมสมบูรณ์ออกมา รูปตัวมกรจึงต้องอ้าปากคายสัญลักษณ์ของความอุดมสมบูรณ์ต่างๆ ออกมาอยู่เสมอ ที่สระแก้วยังมีร่องรอยรูปสี่เหลี่ยมเกยยื่นออกไปในสระแก้วด้วย จึงน่าเชื่อว่าพื้นที่ที่เกยออกไปนี้คือที่ที่ตั้งปะรำพิธีตอนประกอบพิธีกรรมนั่นเอง นักวิชาการรุ่นก่อนได้กำหนดอายุสระแก้วไว้ พ.ศ. 700-1100 โดยให้ความเห็นอีกว่าก่อสร้างเพิ่มเติมต่อเนื่องมา

ที่กำหนดอายุอย่างนี้ เพราะเทียบจากลวดลายของตัวมกรนั่นเอง ที่ขอบสระแก้วมีทั้งมกรแบบอมราวดี (ช่างอินเดียใต้) อายุราว พ.ศ. 700-800 และแบบคุปตะ-หลังคุปตะ (งานช่างอินเดียยุคคลาสสิก) อายุราว พ.ศ. 900-1100

 เมื่อพิจารณาจากวัสดุที่ใช้ก่อสร้างที่เป็น ศิลาแลง อ.ศิริพจน์ เหล่ามานะเจริญ คณะโบราณคดี มหาวิทยาลัยศิลปากร เสนอข้อสันนิษฐานใหม่ว่า “รูปมกรที่ขอบสระแก้วจึงควรจะสลักขึ้นพร้อมๆ กัน เมื่อหลัง พ.ศ. 1000 ที่ช่างเคยเห็นทั้งมกรอินเดียใต้แบบอมราวดี และมกรคลาสลิกแบบคุปตะ ไม่ได้ก่อสร้างต่อเนื่องมาอย่างที่นักวิชาการรุ่นก่อนเสนอไว้ เพราะศิลลาแลงมีรูพรุน แข็งแกร่งมากเมื่อเย็นตัวโดยอากาศ เพราะมีแร่เหล็กผสมอยู่ จึงทำให้การสลักลวดลายเป็นไปได้ยาก ช่างต้องสลักลายตอนที่ขุดแลงขึ้นมาใหม่ๆ ตอนที่เนื่องแลงยังอ่อนอยู่”

 นักวิชาการมักกล่าวว่า สังคมอุษาคเนย์แต่ไหนแต่ไรมา เป็นสังคมเกษตรกรรม ดังนั้นพิธีกรรมทางศาสนาจึงเกี่ยวเนื่องกับความอุดมสมบูรณ์เป็นหลัก จังน่าจะเป็นไปได้ว่าสระแก้วในอดีตเคยเป็นที่ประกอบพิธีกรรมเพื่อความอุดมสมบูรณ์ของชาวศรีมโหสถ


เรือนอินทร์ หน้าพระลาน