
ความขัดแย้งทางการเมืองเป็นปัญหาใหญ่
ชื่อของไพบูลย์ วัฒนศิริธรรม ถือว่าโดดเด่นอย่างยิ่งในภาคของประชาชน เพราะนี่คือบุคคลที่ได้รับการยอมรับในฐานะผู้ที่ทำงานเคียงข้างภาคสังคม โดยฐานะล่าสุดคือ การร่วมเป็นคณะกรรมการสมัชชาปฏิรูปประเทศ ซึ่งประกอบด้วยคณะกรรมการจำนวน 27 คน เพื่อรวบรวมข้อมูลที่จะนำไป
อยู่กับภาคประชาชนเห็นการพัฒนาอย่างไร
ไพบูลย์ : การเปลี่ยนแปลงชัดเจนคือการรวมตัวทำได้ดีและเป็นระบบขึ้น เดิมมีกลุ่มประเภทที่รัฐบาลไปส่งเสริมซึ่งมีมากที่สุดในยุคต้นๆ รวมทั้งองค์กรพัฒนาเอกชนต่างๆ ยังไม่นับรวมสหกรณ์ที่ทำกันมา แต่ไม่ค่อยก้าวหน้า ระยะหลังๆ คือกลุ่มที่ประชาชนตั้งกันเอง ส่วนหนึ่งดัดแปลงจากที่รัฐบาลหนุนอยู่ เช่น กลุ่มออมทรัพย์เพื่อการผลิต ต.คลองเปรียะ อ.จะนะ จ.สงขลา แรกๆ ไม่ประสบความสำเร็จ พอปรับปรุงใหม่ปรากฏว่าทำได้ดีและเติบโตเป็นลำดับ กลายเป็นกลุ่มออมทรัพย์ที่ใหญ่ที่สุดในประเทศตอนนี้ จากกลุ่มทางการเงินแตกเป็นหลายสาขา เกิดกลุ่มสวัสดิการ วิสาหกิจชุมชน ล่าสุดมีการรวมตัวสภาองค์กรชุมชนตำบลที่มีกฎหมายรองรับ มีสภาพัฒนาการเมืองซึ่งกำหนดให้องค์กรชุมชนเข้าไปมีส่วนร่วมสร้าง ประชาธิปไตยฐานรากหรือประชาธิปไตยภาคพลเมือง อาจกล่าวได้ว่าในรอบ 20 ปีที่ผ่านมาขบวนชุมชนเกิดขึ้นและขยายตัวอย่างกว้างขวางจนปัจจุบันเป็นปึกแผ่นเข้มแข็งพอสมควร
ปัจจัยอะไรบ้างที่ทำให้ชุมชนจัดการตนเองได้
ไพบูลย์ : เมื่อชุมชนสามารถคิดวางแผน ลงมือดำเนินการ แก้ไขปัญหาได้เอง โดยไม่ได้ถูกชักนำ ชี้นำ ควบคุม กำกับอย่างเช่นในปัจจุบัน คือสำเร็จ อย่างไรก็ตามการประสานเชิงยุทธศาสตร์ นโยบายก็จำเป็นต้องมีอยู่ จวบจนปัจจุบันอำนาจก็ยังรวมศูนย์ การคิดแก้ปัญหาของท้องถิ่นยังคิดจากส่วนกลาง อาจมีการรับฟังความคิดเห็นจากประชาชนบ้าง แต่เป็นส่วนน้อย อย่างการจัดสรรงบประมาณที่ทำแบบกระจายสายตามท่อไปยังกระทรวงต่างๆ ทำให้การจัดการล่าช้าสับสนและสิ้นเปลือง
มีพื้นที่ต้นแบบที่ตรงกับแนวคิดที่ไหนบ้าง
ไพบูลย์ : ในระดับตำบลจริงๆ มีเยอะมาก แต่ระดับจังหวัดอาจไม่ชัดเจนนัก เพราะมักถูกกำกับดูแลมาก แต่เรากำลังจะเริ่ม อย่างที่ อำนาจเจริญ ได้เริ่มกระบวนการหารือระหว่างองค์กรชุมชนผ่านสภาองค์กรชุมชนที่มีครบทุกตำบลเป็นจังหวัดแรก คงต้องใช้เวลา การปฏิรูปต้องเดินเรื่อยๆ เริ่มเร็วแต่ไม่พร้อมก็ไม่ดี ต้องเตรียมข้างล่างให้แน่น
“เครือข่ายสภาองค์กรชุมชนเพื่อการปฏิรูป” มีรูปธรรมอะไรบ้าง
ไพบูลย์ : ที่ทำไปแล้วคือการประชุมโดยมีตัวแทนจากจังหวัดต่างๆ เข้าร่วมเพื่อกำหนดทิศทางการทำงานและไปขยายผลชวนคนอื่นที่เกี่ยวข้อง ไปจัดสมัชชาระดับจังหวัด แต่ก่อนจัดคิดว่าต้องมีการเคลื่อนไหวตั้งแต่ระดับล่างขึ้นไปเพื่อให้เกิดการตื่นตัว ร่วมคิดว่าสภาพเป็นอย่างไร อยากแก้ไขเสนอแนะอะไรแล้วไปสรุปกันที่สมัชชาจังหวัด เรื่องนี้ต้องดำเนินการเป็นขั้นเป็นตอนใช้เวลาประมาณ 4-5 เดือน คณะกรรมการปฏิรูป (คปร.) เพิ่งจัดเวทีใหญ่ไป ส่วนคณะกรรมการสมัชชาปฏิรูป (คสป.) 3 เดือนที่ผ่านคืบหน้าอย่างไร คสป.แบ่งเป็น 15 เครือข่าย แต่ละเครือข่ายก็ไปจัดประชุมสัมมนา แล้วมาเล่าสู่กันฟัง ประมวลความคิดให้ฝ่ายวิชาการและฝ่ายสื่อร่วมด้วยว่าจะใช้วิชาการและสื่อ อย่างไร ส่วนเวทีคล้าย คปร. ยังไม่มี เพราะเราทำเชิงพื้นที่ย่อยกว่า เจาะจงและเข้มกว่า
มีอุปสรรคการปฏิรูปอะไรที่สะท้อนขึ้นมา
ไพบูลย์ : ความขัดแย้งทางการเมืองเป็นปัญหาใหญ่ เพราะกระทบหมดและทำให้กลไกต่างๆ เคลื่อนไปลำบากเกี่ยวโยงผูกพันกันเป็นลูกโซ่ สลับซับซ้อน อุปสรรคที่เกิดขึ้นมีอยู่เสมอเป็นธรรมดา การปฏิรูปสังคมใช้ยุทธศาสตร์สามเหลี่ยมเขยื้อนภูเขา คือพลังสังคมการกระจายเป็น 15 เครือข่ายจะได้ทุกพื้นที่และทุกกลุ่มคน พลังปัญญา ใช้ความรู้ข้อมูลวิเคราะห์ สังเคราะห์ ให้ละเอียด ครบวงจร บูรณาการแล้วเสนอเป็นนโยบาย และพลังอำนาจรัฐทั้งส่วนกลางและท้องถิ่น โดยใช้คติสังคมนำการเมืองตาม
ชุมชนจัดการตนเองเป็นสิ่งยากที่จะเกิดขึ้นได้จริง..
ไพบูลย์ : ใครที่มองว่าชุมชนจัดการตนเองเป็นเรื่องยาก แปลว่ายังไม่รู้จักชุมชน แต่คนที่ใกล้ชิดกับชุมชนจะรู้ว่าเขาจัดการตนเองได้ไม่ยากเลย แล้วชุมชนจำนวนมากก็มีความพยายามจัดการตนเองได้ดีทั้งที่มีอุปสรรคนานาประการ ฉะนั้นถ้ายิ่งมีอุปสรรคน้อยลงหรือองค์กรหน่วยงานที่มีอำนาจทั้งหลายเอื้ออำนวยให้มากขึ้น ชุมชนก็จะได้มีโอกาสลองผิดลองถูกเกิดการเรียนรู้เพื่อพัฒนาให้ดียิ่งขึ้น แต่ถ้ามองแค่ว่าเขาทำไม่ได้แล้วไปควบคุมจัดการ เขาก็จะอ่อนแอลง



