
ภัยหลังน้ำลด"มิจฉาชีพ"โผล่กรรมซ้ำสองของเกษตรกร
แม้สถานการณ์อุทกภัยและวาตภัยครั้งใหญ่ในปีเสือที่สร้างความเสียให้แก่คนกว่า 4 แสนหลังคาเรือนในพื้นที่กว่า 40 จังหวัดเริ่มคลี่คลายลงไปบ้างแล้ว แต่ก็ยังมีชาวบ้านอีกจำนวนมากที่กำลังรอการช่วยเหลือ เนื่องจากเหตุการณ์น้ำท่วมและพายุกระหน่ำครั้งนี้ใหญ่หลวงนัก บางคร
ขณะเดียวกันก็มีจำนวนไม่น้อยอีกเช่นกันที่เริ่มเข้าสู่สภาพปกติ เกษตรกรบางรายเริ่มทำการเพาะปลูกพืชผักใหม่ทดแทน บางพื้นที่ได้รับการแจกเมล็ดพันธุ์ไปบ้างแล้ว แต่อีกหลายพื้นที่เกษตรกรต้องหาซื้อเมล็ดพันธุ์เอง และการซื้อเมล็ดพันธุ์เองก็เป็นเรื่องที่น่าเป็นห่วง หากขาดความรอบคอบ เนื่องจากหลายพื้นที่มีปัญหาเกิดขึ้นมาแล้ว นั่นคือพอน้ำเริ่มลดบรรดามิจฉาชีพที่หากินกับผู้ที่ประสบภัย ราวกับซ้ำเติมให้เดือดร้อนมากยิ่งขึ้น โดยเฉพาะมิจฉาชีพที่นำเมล็ดพันธุ์ปลอม หรือเมล็ดพันธุ์ด้อยคุณภาพ และปุ๋ยปลอมไปหลอกขายถึงพื้นที่ในรูปแบบต่างๆ บ้างก็อ้างว่า เป็นเมล็ดพันธุ์ข้าวจากหน่วยราชการ
ไม่นานมานี้มีตัวอย่างที่เกิดขึ้น กับครอบครัวของ นายสุวรรณ พูลเพิ่ม เกษตรกรวัย 56 ปี อดีตผู้ช่วยผู้ใหญ่บ้านหมู่ 1 ต.โคกช้าง อ.เดิมบางนางบวช จ.สุพรรณบุรี และชาวบ้านอีกกว่า 20 ครัวเรือน ได้ไปแจ้งความที่ สภ.ทุ่งคลี อ.เดิมบางนางบวช หลังจากที่พวกเขาถูกพ่อค้าจาก ต.วังลึก อ.สามชุก จ.สุพรรณบุรี หลอกขายเมล็ดพันธุ์ข้าว สุพรรณ 35 ในราคาถังละ 190 บาท แต่หลังจากที่ปลูกไปแล้ว ผู้เชี่ยวชาญจากสำนักเกษตรอำเภอ ยืนยันว่า เป็นพันธุ์ข้าวเบา
นี่เป็นเพียงตัวอย่างหนึ่งจากหลายๆ กรณีที่เกิดขึ้น ซึ่งทางหน่วยงานรัฐเองก็ทราบดี โดยเฉพาะนายประเสริฐ โกศัลวิตร อธิบดีกรมการข้าวเองก็ยอมรับว่า ขณะนี้มีกลุ่มบุคคลแอบอ้างชื่อศูนย์เมล็ดพันธุ์ข้าว สำนักเมล็ดพันธุ์ข้าว กรมการข้าว เพื่อหลอกขายเมล็ดพันธุ์ข้าวให้แก่เกษตรกร โดยกลุ่มบุคคลเหล่านี้ได้ทำหนังสือที่มีตรากรมการข้าวถึงกำนัน ผู้ใหญ่บ้าน และองค์การบริหารส่วนตำบล (อบต.) มีเนื้อหาสาระสำคัญสรุปได้ก็คือให้แจ้งเพื่อนัดหมายเกษตรกรมาประชุมรับฟังและสั่งจองเมล็ดพันธุ์ข้าว และแน่นอนที่สุดการที่เกษตรกรจะสั่งจองนั้น จะต้องเสียค่าใช้จ่ายล่วงหน้าอีกส่วนหนึ่ง
"ทางกรมการข้าวมีความเป็นห่วงอย่างมาก และเกรงว่าเกษตรกรจะถูกหลอกให้ซื้อเมล็ดพันธุ์ซึ่งไม่ใช่เมล็ดพันธุ์ข้าวที่กรมการข้าวผลิต และอาจมีราคาที่สูงกว่า ทั้งที่เป็นเมล็ดพันธุ์ด้อยคุณภาพ ไม่ได้มาตรฐาน ฉะนั้นเพื่อป้องกันการถูกหลอก เกษตรกรตรวจสอบความถูกต้องก่อน และทางออกที่ดีที่สุดเกษตรกรที่มีความประสงค์จะซื้อหรือสั่งจองเมล็ดพันธุ์ข้าว กรุณาสอบถามรายละเอียดได้ที่ศูนย์เมล็ดพันธุ์ใกล้บ้านหรือที่สำนักเมล็ดพันธุ์ข้าว กรมการข้าว โทร.0-2579-0831" นายประเสริฐ กล่าว
สอดคล้องกับแนวคิดของ นายจิรากร โกศัยเสวี อธิบดีกรมวิชาการเกษตร ที่ระบุว่า การที่จะซื้อเมล็ดพันธุ์พืชที่มีคุณภาพ ให้ซื้อจากร้านค้าที่ใบอนุญาตและมีป้ายแสดงว่าเป็นสถานที่ขายเมล็ดพันธุ์ควบคุม โดยเมล็ดพันธุ์จะต้องอยู่ในภาชนะที่ปิดมิดชิด ถูกจัดวางไว้ในที่แห้งและเย็น ไม่ถูกแดด และมีฉลากที่ภาชนะบรรจุเป็นภาษาไทยบอกชนิดและชื่อเมล็ดพันธุ์ควบคุม เครื่องหมายการค้า ชื่อผู้รวบรวมและแหล่งรวบรวม น้ำหนักเมล็ดพันธุ์ อัตราความงอก อายุความงอกของเมล็ดพันธุ์ เดือน และปีที่สิ้นอายุการใช้เพาะปลูกหรือใช้ทำพันธุ์
นอกจากนี้ นายจิรากร ระบุด้วยว่า นอกจากจะมีเมล็ดพันธุ์ด้อยคุณภาพแล้ว สิ่งที่น่าห่วงไม่แพ้กันคือ ในช่วงนี้พื้นที่การเกษตรหลายแห่งที่ประสบอุทกภัยเริ่มมีการฟื้นฟูพื้นที่และปลูกพืชแล้ว จึงทำให้ร้านค้าปัจจัยการผลิตทางการเกษตรมียอดจำหน่ายเมล็ดพันธุ์พืช ปุ๋ยเคมี และสารเคมีเพิ่มขึ้น เป็นช่องทางที่ทำให้เกิดการระบาดของปุ๋ย สารเคมี และเมล็ดพันธุ์ที่ไม่ได้มาตรฐาน จึงขอเตือนให้เกษตรกรเลือกซื้อปัจจัยการผลิตดังกล่าวด้วยความระมัดระวัง โดยให้เลือกซื้อจากร้านค้าที่รู้จักและเชื่อถือได้ พร้อมกับขอใบเสร็จจากร้านค้าด้วย เพื่อเป็นหลักฐานในการดำเนินคดี และไม่ควรอย่างยิ่งที่จะซื้อจากพ่อค้าเร่หรือพ่อค้าที่มีหลักแหล่งไม่แน่นอน
อย่างไรก็ตาม เพื่อให้การปราบปรามขวนการผลิตปุ๋ย สารเคมี และเมล็ดพันธุ์ เป็นไปอย่างรวดเร็วและมีประสิทธิภาพ จึงขอความร่วมมือให้ผู้ที่ทราบเบาะแสแจ้งข้อมูลเกี่ยวกับผู้ผลิตและผู้จำหน่ายที่กระทำผิดกฎหมาย เพื่อให้เจ้าหน้าที่สารวัตรเกษตร กรมวิชาการเกษตร ติดตามและจับกุมผู้กระทำความผิด หากพบเห็นแจ้งไปยังสำนักควบคุมพืชและวัสดุการเกษตร กรมวิชาการเกษตร โทร.0-2940-5434
นับเป็นมหันตภัยร้ายแรงอีกรอบหนึ่งที่คอยจะซ้ำเติมเกษตรกรที่กำลังบอบช้ำจากภาวะน้ำท่วม ซึ่งทุกคนต้องระวังก่อนที่จะตกเป็นเหยื่อรายต่อไป
ยันปุ๋ย-ยา-เมล็ดพันธุ์ สหกรณ์มีคุณภาพ
นายสมชาย ชาญณรงค์กุล อธิบดีกรมส่งเสริมสหกรณ์ กล่าวว่า จากการที่ได้ประสานความร่วมมือระหว่างกรมส่งเสริมสหกรณ์กับกรมวิชาการเกษตร กรมพัฒนาที่ดิน และบริษัทห้องปฏิบัติการกลาง(ประเทศไทย) จำกัด ใน “โครงการส่งเสริมการใช้ปุ๋ยที่ได้คุณภาพมาตรฐานในสถาบันเกษตรกร” เมื่อปี 2553 ที่ผ่านมา เพื่อสนับสนุนให้สหกรณ์เป็นแหล่งจำหน่ายปุ๋ยเคมีและปุ๋ยอินทรีย์ที่ได้มาตรฐาน เพื่อให้สมาชิกสหกรณ์ได้รับปัจจัยการผลิตที่มีคุณภาพนั้น ผลการดำเนินโครงการพบว่า ปุ๋ยของสหกรณ์ในโครงการยังต้องมีการพัฒนาด้านคุณภาพอยู่อีกมาก
ดังนั้นในปี 2554 จึงจำเป็นต้องเร่งรัดให้สหกรณ์ต้องมีความรู้ความเข้าใจในการจำหน่ายและผลิตปุ๋ยคุณภาพให้ถูกต้องตามกฎหมาย และจะขยายผลไปสู่ปัจจัยการผลิตอื่นๆ ได้แก่ เมล็ดพันธุ์ สารเคมีป้องกันและกำจัดศัตรูพืช และยาสัตว์ด้วย เพื่อให้ครอบคลุมตลอดห่วงโซ่การผลิต ซึ่งจะส่งผลให้สมาชิกของสหกรณ์ได้ใช้ปัจจัยการผลิตที่มีคุณภาพ และสามารถพัฒนากระบวนการผลิตสินค้าสหกรณ์ให้มีคุณภาพได้มาตรฐาน เป็นที่ยอมรับของผู้บริโภคทั่วไป
ที่ผ่านมา กรมส่งเสริมสหกรณ์ได้ออกประกาศเรื่อง คำแนะนำการผลิตหรือจัดหาปุ๋ยไว้ขายของสหกรณ์ ซึ่งสาระสำคัญของประกาศได้แนะนำให้สหกรณ์ทราบถึงข้อควรปฏิบัติ 5 ประการ ได้แก่ การจัดหาปุ๋ยและขายปุ๋ยให้แก่สมาชิก การตรวจสอบปุ๋ยของสหกรณ์ การผลิตและการผสมปุ๋ย การบริหารจัดการเกี่ยวกับการผลิต การจัดหาและการขายปุ๋ยตลอดจนความรับผิดชอบของสหกรณ์ นอกจากนั้นยังได้จัดอบรมหลักสูตรการใช้ปุ๋ยอย่างมีประสิทธิภาพให้ผู้แทนสหกรณ์การเกษตรที่เข้าร่วมโครงการ เพื่อให้มีความรู้ในการใช้ปัจจัยการผลิตทางการเกษตรที่มีคุณภาพ ได้มาตรฐาน เพื่อให้สมาชิกได้รับประโยชน์เต็มประสิทธิภาพและคุ้มค่ากับเงินที่ซื้อปุ๋ยไปใช้ด้วย
ดลมนัส กาเจ



