
ขอ1%ของงบลงทุน5ปีได้ไหม..คลัง ?
ผมยังคงเกาะติดกับการแก้ปัญหาน้ำท่วมของรัฐบาลอยู่นะครับ แม้ว่า.. วันนี้ในหลายพื้นที่น้ำจะลดลงสู่ระดับปกติ หรือบางแห่งอาจมีน้ำท่วมขัง เนื่องจากระบายไม่ทันอยู่บ้างก็ตาม ที่ต้องเกาะติดเพราะผมยังไม่ได้ยินรัฐบาล หน่วยงานราชการ
หรือพรรคการเมืองพรรคใดพรรคหนึ่ง พูดถึงการแก้ปัญหาภัยแล้งและน้ำท่วมอย่างเป็นเรื่องเป็นราว นอกจากให้ความช่วยเหลืออย่างโน้นอย่างนี้เพื่อไม่ให้ถูกด่าว่า รัฐบาลทอดทิ้งประชาชน, หลายวิธีเหมือนปัดสวะให้พ้นตัว เช่นให้เงินไปซ่อมบ้านเอาเอง รัฐบาลไม่รู้เลยหรือ ว่าตอนนี้วัสดุบางอย่าง เช่น หลังคากระเบื้องขาดตลาดเพราะพ่อค้าอาจกักตุนไว้ขายราคาใหม่ ทั้งๆ ที่ผมเคยเขียนแนะนำว่า รัฐบาลควรสั่งซื้อ “วัสดุที่จำเป็น” เอาไว้แจกชาวบ้านที่บ้านถูกน้ำท่วมตามความเป็นจริง แต่รัฐบาลก็ไม่สนใจ
ผมเรียกร้องให้รัฐบาลสั่งการให้หน่วยงานช่วยกันดูแลเรื่องเลน-ตม ที่มากับน้ำก็ไม่ได้รับความสนใจอีกนั่นแหละ วันนี้มีคำถามจากชาวบ้านร้านตลาดว่า “แล้วปีหน้าล่ะ” เขาไม่ได้ถามว่า รัฐบาลจะช่วยเหลือเขาเท่าไหร่ หรืออย่างไรนะครับ เขาถามไกลไปว่า ปีหน้ารัฐบาลจะยังปล่อยให้น้ำท่วมอยู่อย่างนี้หรือ เขาเชื่อว่าปีหน้าน้ำต้องท่วมหนักกว่านี้แน่
ผมดูการจัดทำงบประมาณเพื่อการลงทุนของภาครัฐในอีก 5 ปีข้างหน้าที่ คุณอารีพงศ์ ภู่ชอุ่ม ปลัดกระทรวงการคลัง จัดทำไว้จำนวน 4 ล้านล้านบาทแล้ว เหมือนทั้งข้าราชการประจำและนักการเมืองจะไม่มีใครให้ความสำคัญกับการแก้ปัญหาน้ำท่วมเลยนะครับ คุณอารีพงศ์บอกว่า ขณะนี้ได้เร่งให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องจัดทำประมาณการรายได้และรายจ่ายรวมถึงเม็ดเงินการลงทุนในระยะ 5 ปีข้างหน้า เพื่อนำมาประกอบการพิจารณาแนวทางที่จะทำให้งบประมาณเข้าสู่จุดสมดุลในช่วงเวลาดังกล่าว
โดยได้มอบให้ 3 กรมจัดเก็บ(กรมสรรพากร กรมสรรพสามิต และกรมศุลกากร) จัดทำแผนงานแล้ว นอกจากนี้ยังมอบให้สำนักงานเศรษฐกิจการคลัง (สศค.) และสำนักงานบริหารหนี้สาธารณะ (สบน.) พิจารณาภาพรวมของการลงุทนในระยะ 5 ปีข้างหน้าด้วย ซึ่งงบลงทุนที่ว่านี้ คุณอารีพงศ์บอกว่า น่าจะอยู่ในระดับ 4 ล้านล้านบาท โดยจะเป็นงบลงทุนของรัฐบาลและรัฐวิสาหกิจ 2 ล้านล้านบาท หรือคิดเป็นการลงทุนเฉลี่ยปีละ 3-4 แสนล้านบาท ส่วนรายจ่ายประจำ หากยังมีแนวโน้มเพิ่มขึ้นก็ต้องมีการพิจารณาตัดส่วนเกินออกไป เพื่อไม่ให้เป็นอุปสรรคต่อการจัดทำงบประมาณสมดุล
งบลงทุนที่ว่านั้นกระทรวงการคลังจะนำเงินไปใช้ในแผนการลงทุน (คุณอารีพงศ์ใช้คำว่ายุทธศาสตร์การลงทุน แต่ผมชอบใช้คำว่า แผนการลงทุนมากกว่า จึงขอใช้คำนี้ครับ) ที่พัฒนาด้านโลจิสติกส์ การพัฒนาแหล่งอุตสาหกรรม เช่น การขยายนิคมอุตสาหกรรมต่างๆ การพัฒนาระบบชลประทาน การพัฒนาเศรษฐกิจสร้างสรรค์เพื่อยกระดับขีดความสามารถในการแข่งขัน เป็นต้น ส่วนที่เหลือน่าจะเป็นการลงทุนร่วมกับภาครัฐกับภาคเอกชน เช่น โครงการรถไฟฟ้า ซึ่งจะเป็นการแบ่งเบาภาระของรัฐบาลที่มีงบประมาณจำกัด ...
เรื่องนี้ผมขอชื่นชมครับที่ข้าราชการได้เตรียมแผนการลงทุนเอาไว้อย่างมีหลักการ ไม่ใช่เพ้อเจ้อแบบนักการเมืองที่อยากทำโน่นทำนี่โดยไม่คำนึงว่าจะหาเงินมาจากไหน และเข้าใจว่าตอนนี้แผนงานดังกล่าวคงยังไม่ลุล่วงเสียทีเดียว จึงอยากรบกวนคุณอารีพงศ์สักเรื่องหนึ่งคือ อยากให้กระทรวงการคลังให้ความสำคัญในเรื่องภัยแล้งและน้ำท่วมอย่างจริงๆ จังๆ บ้าง
คำว่าพัฒนาระบบชลประทาน ที่ผมเข้าใจว่าคงกระจายไปตามหน่วยงานต่างๆ นั้น ระบุให้ชัดไปเลยได้ไหมว่าเพื่อการขุดลอกแม่น้ำลำคลอง คือขอให้เจียดงบลงทุน 5 ปีมาสัก 1% เป็นงบผูกพันเพื่อการนี้ หากกระทรวงการคลังประกาศออกมา ขวัญและกำลังใจของชาวบ้านร้านตลาดที่ถูกน้ำท่วมปีนี้ดีขึ้นครับ !!!
ภาณุมาศ ทักษณา



