
การุณยฆาต
นางสมบัติ สิโนทก มารดา น.ส.ลัญฉกร จันทมนัส ผู้ต้องหาคดีลักลอบทำแท้งเถื่อน อธิบายเหตุผลในการทำแท้งว่า คล้ายกับการทำบาปครึ่งหนึ่ง บุญครึ่งหนึ่ง หาก น.ส.ลัญฉกรไม่ทำจะมีเด็กกี่คนที่ถูกทิ้งตามถังขยะ ตามห้องน้ำ ปั๊มน้ำมัน
ที่มีทั้งที่เสียชีวิตและไม่เสียชีวิต หรือถูกทิ้งตามป้ายรถเมล์ “ดีเสียอีกที่เขาช่วยคนเหล่านี้ไว้ เนื่องจากเป็นการช่วยให้สังคมดีขึ้น แต่ไม่ทราบว่า ทำไมทุกคนไปมองว่าลูกสาวทำสิ่งที่ไม่ดี” ตรรกะของนางสมบัติ อาจฟังเข้าใจยาก แต่สิ่งหนึ่งที่สรุปได้ คือไม่ว่า น.ส.ลัญฉกรจะทำแท้งหรือไม่ แต่ปัญหาสังคมนี้ก็จะไม่มีวันหมดไป นี่เองที่เป็นประเด็นเรียกร้องกันว่า ควรเปิดให้มีการทำแท้งเสรีหรือไม่ เพื่อให้มีหลักการทำแท้งที่ปลอดภัย และมีเหตุทำแท้งที่ไม่เป็นความผิดตามกฎหมาย ในกรณีจำเป็น
คนในสังคมมีความเห็นเรื่องการทำแท้งอย่างไร สวนดุสิตโพล มหาวิทยาลัยราชภัฏสวนดุสิต ได้สำรวจความคิดเห็นประชาชนในกรุงเทพฯ และปริมณฑล จำนวน 1,458 คน ในประเด็น “เสียงสะท้อน” กรณีการทำแท้ง พบว่าส่วนใหญ่ร้อยละ 62.18 รู้สึกตกใจกับการพบศพทารกจำนวนมากที่วัดไผ่เงินโชตนาราม ร้อยละ 47.17 เห็นว่าการทำแท้งเป็นสิทธิส่วนบุคคล เพราะเป็นการตัดสินใจของผู้ที่ให้กำเนิดเอง สิ่งที่เกิดขึ้นอาจมาจากความไม่พร้อมหรือความจำเป็นของแต่ละคน โดยร้อยละ 65.62 เห็นด้วยหากจะมีการแก้ไขกฎหมายเพื่อรองรับปัญหานี้ เพราะสังคมไทยในปัจจุบันเปลี่ยนแปลงไปมาก การมีเพศสัมพันธ์โดยขาดการป้องกันเกิดขึ้นได้ง่าย แปลว่า คนไทยส่วนใหญ่เห็นด้วยในการทำแท้ง แต่ก่อนจะไปถึงปัญหานั้น ต้องเรียนรู้วิธีป้องกันก่อน
กลุ่มตัวอย่างประชาชนส่วนใหญ่ร้อยละ 36.09 แนะแนวทางป้องกันปัญหาการทำแท้งด้วยการเร่งให้ความรู้เกี่ยวกับเรื่องเพศศึกษา การป้องกัน การคุมกำเนิด ในวิชาเรียนของเด็กให้เหมาะสมตามระดับชั้นเรียน ร้อยละ 29.14 แนะนำให้พ่อแม่ คนในครอบครัวต้องให้ความรัก ความอบอุ่น ดูแลเอาใจใส่ลูกหลานอย่างใกล้ชิด และร้อยละ 15.58 อยากให้ภาครัฐตรวจสอบ ปราบปรามคลินิกที่ทำผิดกฎหมายอย่างเข้มงวด ความจริง ความรู้เรื่องการป้องกันก็มีการรณรงค์มาอย่างต่อเนื่อง พื้นฐานที่สุด ก็คือการใช้ถุงยางอนามัยก่อนมีเพศสัมพันธ์ ถ้าสังคมไทยยอมรับว่าถึงอย่างไรการมีเพศสัมพันธ์ก่อนวัยและวาระอันควรเป็นเรื่องป้องกันไม่ได้
ปรากฏการณ์ซากทารกจำนวน 2002 ศพ ที่วัดไผ่เงินโชตนาราม อาจเป็นเพียงภาพขยายของปัญหาทำแท้งในสังคมไทย ซึ่งเป็นเรื่องที่ทั้งผิดกฎหมายและผิดศีลธรรม ในแง่ศีลธรรม พระมหาวุฒิชัย วชิรเมธี อรรถาธิบายว่า การทำแท้งในพระพุทธศาสนา ไม่ว่าจะเป็นคนที่ไปทำ หรือคนที่ทำให้ จะเป็นการฆ่าคนดีๆ เป็นการทำบาปอย่างร้ายแรง แน่นอนว่า การทำแท้งนั้นก็คือการฆ่าผู้อื่น โดยเฉพาะเป็นการฆ่าเลือดเนื้อเชื้อไขของตนเอง เป็นภาพสะท้อนของจิตใจมนุษย์ที่โหดเหี้ยมอำมหิตยิ่ง ถึงแม้ว่าจะมีความพยายามอธิบายว่าเป็นการฆ่าเพื่อไม่ให้เด็กเหล่านั้นต้องเป็นเด็กมีปัญหา แต่ปัญหาของมนุษย์ที่ไม่มีหัวใจของความเป็นมนุษย์ย่อมร้ายแรงกว่าหลายเท่า



