
วาระผบ.ทบ.ที่ชื่อ"ประยุทธ์"สลายสงครามสี-พิทักษ์สถาบัน
สื่อมวลชนหลายแขนงต่างจับจ้องเพื่อขอ คิว ของ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา ผู้บัญชาการทหารบก มานั่งพูดคุยชนิดตัวต่อตัวถึงสถานการณ์ในปัจจุบันและอนาคต หลังก้าวขึ้นมาคุมเกมด้านความมั่นคงเต็มตัวในช่วงรอยต่อของสถานการณ์บ้านเมืองที่ยังนิ่งนอนใจไม่ได้แม้เสี้ยววินาท
แต่ถึงแม้ พล.อ.ประยุทธ์จะยังไม่ให้คิวใครเข้าไปสัมภาษณ์เป็นพิเศษ แต่อากัปกิริยาที่ให้สัมภาษณ์สื่อรายวันก็พอจะเดาออกว่า พล.อ.ประยุทธ์เกิดอาการไม่ปลื้มเอาเสียเลยกับการเคลื่อนไหวของกลุ่มต่างๆ ที่ผุดขึ้นมาเรียกร้องให้ทำอย่างโน้นให้ทำอย่างนี้ไม่เว้นวัน
โดยเฉพาะการเคลื่อนไหวของกลุ่มคนเสื้อแดง หรือกลุ่มแนวร่วมประชาธิปไตยต่อต้านเผด็จการแห่งชาติ (นปช.) ที่ยังเล่นไม่เลิกมาจนถึงทุกวันนี้
โดยเฉพาะการรวมตัวกันทำกิจกรรมของกลุ่มคนเสื้อแดงในโอกาสต่างๆ ทั้งการรำลึกเหตุการณ์ “สงกรานต์เลือด” เมื่อวันที่ 10 เมษายน 2553 หรือเหตุการณ์เผาบ้าน เผาเมือง เมื่อวันที่ 19 พฤษภาคม 2553 รวมทั้งล่าสุดที่กลุ่มคนเสื้อแดงจัดกิจกรรมครบรอบ 6 เดือน
แต่สิ่งที่รัฐบาลและกองทัพหวาดหวั่นมากที่สุด คือ "มือที่สาม" ที่อาจฉวยโอกาสลงมือเพื่อ "โยนความผิด" ให้แก่เจ้าหน้าที่รัฐอีก
ทว่านั่นเป็นเพียงปลีกย่อยที่ พล.อ.ประยุทธ์จะทำเพื่อให้ความสงบสุขของชาติบ้านเมือง แต่สิ่งที่สำคัญที่สุดในเวลานี้คือการจัดการกับบุคคลที่ลบหลู่ดูหมิ่น “สถาบันพระมหากษัตริย์” ซึ่งถือว่าเป็นงานหลัก และเร่งด่วนที่สุด
ขืนปล่อยให้เป็นอยู่เช่นนี้จะยิ่งเป็นอันตราย และระคายเคืองเบื้องพระยุคลบาท เพราะในช่วง 4-5 ปีที่ผ่านมา สถาบันถูกดึงลงมาเกี่ยวข้องกับปัญหาทางการเมือง ทั้งที่สถาบันทรงอยู่เหนือการเมือง และความขัดแย้งใดๆ ทั้งปวง
“ขอให้นึกถึงว่าประเทศไทยที่มีวันนี้ได้คือสถาบันพระมหากษัตริย์ ประเทศไทยที่มีอย่างนี้ และความเจริญในเรื่องต่างๆ พระองค์ทรงเป็นผู้พระราชทานมาทั้งสิ้น สถาบันพระมหากษัตริย์อยู่คู่กับคนไทยมาตลอด
พระองค์ท่านไม่เคยทำอะไรที่ไม่นึกถึงพสกนิกรของพระองค์ท่านเลยแม้แต่น้อย พระองค์ทรงตรากตรำพระวรกายมา ดังนั้นสิ่งใดก็ตามจะไปล่วงล้ำละเมิดก็ขอให้ทุกคนหยุดได้แล้ว” พล.อ.ประยุทธ์ส่งสัญญาณสีเขียวเข้มตั้งแต่ตอนที่รับตำแหน่งใหม่ๆ
พล.อ.ประยุทธ์กล่าวย้ำในครั้งนั้นว่า ผู้ที่กระทำอยู่ก็จะต้องหยุด ไม่ว่าจะเรื่องใดๆ ก็ตาม พระองค์ท่านทรงระลึกอยู่เสมอว่าจะทำอย่างไรเพื่อให้ประชาชนของพระองค์ท่านมีความสุข และวันนี้พวกเราก็สมควรที่จะทำให้พระองค์ท่านมีความสุข เพราะทรงลำบากมาตลอดพระชนม์ชีพ เราจะต้องทำให้สถาบันอยู่เหนือความขัดแย้งทุกอย่างให้ได้ พระองค์ท่านไม่เคยลงมาทำให้เกิดความขัดแย้ง
“ในช่วงระยะเวลาที่มีการแบ่งฝ่ายต่างๆ พระองค์ท่านทำไม่ได้ที่จะลงมายุ่งเกี่ยวกับปัญหาความขัดแย้ง ซึ่งเรื่องนี้เราจะต้องทำถวายแด่พระองค์ท่าน ประเทศไทยไม่เคยมีฝ่าย ดังนั้น หากจะมีฝ่ายก็มีอยู่แค่ 2 ฝ่าย คือฝ่ายคนทำความดี กับฝ่ายคนทำความไม่ดี ดังนั้นการทำความไม่ดีก็ต้องถูกดำเนินการตามกฎหมาย หรือต่อสู้ทางกระบวนการยุติธรรม” ผบ.ทบ.กล่าวเตือนสติผู้ที่คิดก้าวล่วงต่อสถาบัน
นั่นเป็นคำให้สัมภาษณ์บางช่วงบางตอนที่ พล.อ.ประยุทธ์แสดงอาการอึดอัดใจที่สถาบันพระมหากษัตริย์ถูกหยิบยกเข้ามาเกี่ยวข้องกับการเมือง
โดยเฉพาะการ "แสวงหาผลประโยชน์ที่มิบังควร" ในช่วงที่บ้านเมืองยังหาทางออกไม่ได้ และหากนำสถาบันเข้ามาเกี่ยวข้องจะยิ่งทำให้ปัญหาความขัดแย้งของประชาชนคนไทยที่แบ่งแยกเป็น 2 สี ทวีความรุนแรงไม่รู้จักจบสิ้น
นอกจากนี้สิ่งที่ พล.อ.ประยุทธ์ต้องเร่งแก้ไขอีกเรื่อง คื ปัญหาความขัดแย้งของประชาชน เขาจึงสั่งการตรงไปยังแม่ทัพภาค 1-4 ให้ส่งกำลังพลเข้าไปชี้แจงทำความเข้าใจกับสถานการณ์ในช่วงที่ผ่านมา
โดยเฉพาะการทำความเข้าใจ และปรับทัศนคติที่ประชาชนบางส่วนถูกชักจูงปลูกฝังว่า "ทหารฆ่าประชาชน” ในช่วงสลายการชุมนุม
สองประเด็นหลักดังกล่าว ทั้งวาระการปกป้องสถาบัน และวาระการสลายความแตกแยกของผู้คนในชาตินับว่าเป็นงานที่หนักหนาสาหัสอย่างยิ่งในช่วงรอยต่อแห่งยุคสมัยเช่นนี้ แต่ทางเลือกของคนที่จะมาเป็น ผบ.ทบ. ในวันนี้ก็ไม่มีทางเดินอื่นให้เลือกเดินเช่นกัน
เพราะหากไม่วิ่งเข้าสู่ปัญหาเพื่อแก้ปัญหาเสียเอง และมัวแต่ "ลอยตัว" เหมือนยุคที่ผ่านมา "สงครามสี" ย่อมไม่มีวันสิ้นสุดลงเสียที
ทีมข่าวความมั่นคง



