ข่าว

บ้านเมืองยังไม่สิ้นวิกฤติ

บ้านเมืองยังไม่สิ้นวิกฤติ

22 พ.ย. 2553

คำอธิษฐานวันลอยกระทงที่สะท้อนเมืองไทย จากการสำรวจของสวนดุสิตโพล จาก 2,264 คนก่อนไปเที่ยวงานวันลอยกระทงในปีนี้นั้น อันดับ 1 ร้อยละ 22.54 ขอให้ “บ้านเมืองสงบสุข/ประเทศชาติมีแต่ความเจริญรุ่งเรือง”

 ความขลังและพลังของคำอธิษฐานจะทำให้เป็นจริงหรือไม่ ต้องให้เวลาพิสูจน์ แต่ถ้าจะให้ประเมินจากสถานการณ์การเมืองโดยรวมแล้ว โอกาสที่บ้านเมืองจะสงบสุข ประชาชนสุขสันต์ทั่วหน้ากันนั้น เห็นท่าจะยาก เมื่อแนวโน้มต่างๆ ไม่เป็นใจ

 การเมือง เศรษฐกิจ สังคม สภาวะแวดล้อม โดยเฉพาะด้านความปลอดภัยในชีวิตและทรัพย์สิน ยุคนี้มีโจรผู้ร้ายชุกชุมแทบทุกหย่อมหญ้า ทั้งปล้นจี้ฉกชิงวิ่งราว เจ้าหน้าที่ตำรวจรับมือไม่ไหว โจรได้เปรียบด้านเงื่อนเวลา เลือกเหยื่อได้ง่าย

 โจรจี้ใครก็ตาม อย่างน้อยที่สุดก็ได้โทรศัพท์มือถือ หรือเงินสดเล็กน้อย ยิ่งยุคนี้คนเห่อโทรศัพท์มือถือราคาแพง เพื่อโชว์และความบันเทิง ก็ขายต่อได้ราคาเป็นพัน

 โจรสมัยนี้หากินง่าย มีมอเตอร์ไซค์ มีดพกเล่มเดียวก็หาเหยื่อเป็นผู้หญิง เดินคนเดียว หรือแม้แต่ผู้ชายขับขี่จักรยานยนต์ ถีบรถล้มแล้วจี้เอาเงิน เหยื่อส่วนใหญ่ใจไม่ถึง

 นี่เป็นเพียงความสุขด้านความปลอดภัย รัฐบาลให้ไม่ได้อยู่แล้ว แต่อยู่ดีไม่ว่าดี ดันหาเรื่องเข้าตัว ไม่จัดลำดับการทำงานตามความสำคัญ อะไรที่ควรเร่งทำกลับไม่ทำ อะไรที่ไม่ควรทำ ดันเดินหน้า ไม่ฟังคำทักท้วงของใคร เชื่อมั่นในการกุมอำนาจ

 รัฐบาลใดก็ตาม ถ้าไม่ฟังเสียงเรียกร้องของประชาชน ไปไม่รอด ไม่ช้าก็เร็ว!

 นายกฯ มาร์ค เปลืองตัว ถูกมองว่าพายเรือให้โจรนั่ง ยอมให้พรรคร่วมอาศัยฉากหน้าหากิน ปล้นเงินแผ่นดิน เอาไปซื้อบ้านในลอนดอนอวดความมั่งคั่ง ทั้งๆ ที่หน้าตาไม่ส่อแววว่าเป็นผู้เจริญ เป็นแค่โจรการเมืองชั้นต่ำ ต้มตุ๋นชาวบ้านอาศัยเสียงเข้าสภา

 ชะตากรรมทางการเมืองของนายกฯ มาร์ค เหมือนนั่งรถไฟเหาะตีลังกา โดยมีพรรคร่วมเป็นตัวกำหนดเส้นทาง ไร้อำนาจ อยู่ไปแต่ละวันด้วยความเกรงใจ หวังแต่ว่าอย่าให้พรรคร่วมเรียกร้องมากเกินไป ทุกวันนี้ฝืนได้เพียงโครงการรถเมล์ 4,000 คัน

 จะต้านได้นานเท่าไหร่ก็ไม่รู้ มองไปข้างหน้าอนาคตมืดมน แต่บ้านเมืองแทบไร้ทางออก พฤติการณ์โกงกินของนักการเมือง การรุกคืบของขบวนการล้มเจ้า ส่อแววว่าประชาชนจะทนไม่ได้ ทำให้รัฐบาลระแวงว่ามีกลุ่มคนต้องการให้ทหารรัฐประหาร

 เรื่องพรรค์นี้ ถ้าไม่มีหัวเชื้อ นักการเมืองเลวทรามต่ำช้า มีหน้าที่แต่ไม่ทำ การรัฐประหารจะเป็นทางเลือกสุดท้าย เมื่อบ้านเมืองถึงทางตัน พึ่งนักการเมืองไม่ได้

 เมื่อนักการเมืองเล่นกันเองจนเละ เห็นผลประโยชน์ของตัวเอง โกงกินมากเกินไป จนไม่แยแสเสียงเรียกร้อง และความทุกข์ยากของประชาชน ต้องมีทางเลือกอย่างอื่น ถ้าทหารจำบทเรียนและความล้มเหลวเก่าๆ ฉลาดกว่ารุ่นก่อน ที่รัฐประหารแบบหน่อมแน้ม หันมามุ่งทำงานเพื่อบ้านเมืองด้วยความสุจริต ย่อมได้รับการสนับสนุนแน่

 ยิ่งมีภัยจากขบวนการแดงล้มเจ้า ต้องการเผาบ้าน เผาเมือง ยึดอำนาจรัฐ ก็ยิ่งมีเหตุผล ถ้านักการเมืองคณะใด บริหารบ้านเมืองไม่เอาไหน จนชาวบ้านไม่รังเกียจการรัฐประหาร สมควรได้รับการประณาม อย่าให้เข้าสู่วงจรอำนาจการเมืองอีกเลยนิ! อิอิอิ!!!