
ศชอ.เตือนยโสธรเตรียมรับมือน้ำท่วม
ศชอ. คาด 1-2 วัน ยโสธรเจอน้ำท่วม เร่งเตรียมเรือ-สุขา-อพยพคนสู่ที่สูง เผยจันทร์นี้ ให้ ปปท.-สตง. ร่วมร่างมาตรการแก้ทุจริตช่วยคนประสบภัย หลังประชาชนร้องของเน่าอื้อ ธ.ออมสิน เผยจ่ายเงินเยียวยาไปแล้วกว่า 3 หมื่นราย เตือนนครศรีธรรมราช สุรษฎร์ธานี ชุมพร
ที่ทำเนียบรัฐบาลเมื่อเวลา 10.30 น.วันที่ 21 พ.ย. นายวิทเยนทร์ มุตตามระ รองผู้อำนวยการศูนย์ประสานการช่วยเหลือเยียวยาผู้ประสบอุทกภัย (ศชอ.) เป็นประธานการประชุมหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เพื่อติดตามสถานการณ์และการช่วยเหลือจากหน่วยงานต่างๆ จากนั้นเมื่อเวลา 12.10 น.นายวิทเยนทร์ แถลงภายหลังการประชุมว่าสถานการณ์อุทกภัยขณะนี้ถือว่าอยู่ในระดับที่คงที่แล้ว อย่างไรก็ตามยังมีพื้นที่จังหวัดยโสธรที่น่าเป็นห่วง เนื่องจากปริมาณในลำน้ำชีเริ่มไหลบ่าเข้าพื้นที่บ้างแล้ว ทั้งนี้คาดว่า 1-2 วันนี้พื้นที่ริมแม่น้ำ 4 อำเภอ ได้แก่ อ.เมืองยโสธร อ. มหาชนะชัย อ.คำเขื่อนแก้ว และอ.ค้อวัง จะมีท่วมขัง ซึ่งหน่วยงานได้ดำเนินการอพยพประชาชนพื้นที่เสี่ยงขึ้นสู่ที่สูงแล้ว ส่วนประชาชนที่ตกค้างก็ให้หน่วยงานพื้นที่ช่วยขนสิ่งของหนีน้ำ นอกจากนั้นได้เตรียมถุงยังชีพ รถสุขา เรือ เพื่อช่วยเหลือประชาชนในพื้นที่แล้ว สำหรับพื้นที่ 8 จังหวัดในพื้นที่ภาคอีสาน อาทิ จ.กาฬสินธุ์ จ.ร้อยเอ็ด จ.ขอนแก่น จ.อุบลราชธานี ที่พบว่าขณะนี้ยังมีน้ำท่วมขัง ทางคชอ. ได้ประสานไปยังกรมชลประทานให้เร่งระบายน้ำให้เร็วที่สุด ส่วนในพื้นที่ภาคกลาง คาดว่าภายในวันที่ 10 ธ.ค.นี้ เกษตรกรจะสามารถเข้าพื้นที่เพื่อทำการเกษตรได้
นายวิทเยนทร์ กล่าวอีกว่าส่วนการดูแลด้านสุขภาพกายและสุขภาพจิตประชาชนในพื้นที่ เท่าที่ได้รับรายงานจากกระทรวงสาธารณะสุขพบว่าได้เข้าไปพูดคุยกับญาติผู้ที่เสียชีวิตทั้ง 233 ราย บ้างแล้วแต่จนถึงขณะนี้เข้าไปเยียวยาทางจิตใจได้เพียงครึ่งหนึ่งของจำนวนผู้เสียชีวิตทั้งหมด ทางศูนย์ฯ จึงได้ขอให้เร่งดำเนินการ อาทิ การออกหน่วยแพทย์เคลื่อนที่เพิ่มมากขึ้น
ขณะที่ปัญหาการทุจริต หรือความไม่โปร่งใสการให้ความช่วยเหลือประชาชนนั้น รองผอ.ศชอ. กล่าวว่าในวันที่ 22 พ.ย. เวลา 13.00 น. นายสาทิตย์ วงศ์หนองเตย รัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรี ฐานะประธานคณะกรรมการอำนวยการกำกับ ติดตามการช่วยเหลือผู้ประสบอุทกภัย (คชอ.) ได้นัดประชุม ซึ่งได้เชิญรักษาการเลขานุการสำนักงานการตรวจเงินแผ่นดิน (สตง.) และตัวแทนของ ป.ปท. มาร่วมประชุมเพื่อร่างมาตรการการป้องกันการทุจริตการแจกจ่ายสิ่งของเพื่อช่วยเหลือประชาชน
“ล่าสุดที่ชาวบ้านในจ.ชุมพรร้องเรียนเรื่องข้าวสารเน่านั้น เบื้องต้นทราบว่าเป็นของหน่วยงานวุฒิสภา ซึ่งทางศชอ. คงยากที่เข้าไปตรวจสอบ แต่เชื่อว่าหลังที่มีการร่างมาตการป้องกันทุจริตแล้วจะแก้ไขความไม่โปร่งใสได้” รองผอ.ศชอ. กล่าว
ผู้สื่อข่าวรายงานด้วยว่าการประชุมศชอ. ได้มีตัวแทนจากกรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย (ปภ.) กระทรวงมหาดไทย รายงานผลความคืบหน้าการจ่ายเงินเยียวยาประชาชนที่ได้รับผลกระทบจากน้ำท่วมครัวเรือนละ 5,000 บาท ว่าขณะนี้ ปภ.ได้แจ้งยอดผู้ที่ได้รับความเดือนร้อนให้กับธนาคารออมสินแล้ว มีจำนวน 1.3 แสนครัวเรือน และล่าสุดยอดเมื่อวันที่ 20 พ.ย. ทางธนาคารออมสินได้จ่ายเงินเยียวยาไปแล้ว 31,017 ครัวเรือน
ส่วนสถานการณ์ดินถล่มในพื้นที่ภาคใต้นั้น ตามรายงานของ ศชอ. แจ้งว่ามีพื้นที่ 3 จังหวัดที่ต้องเฝ้าระวัง โดยคาดว่าหากมีฝนตกลงมามากเสี่ยงที่จะเกิดดินถล่มได้ ซึ่งได้แก่ 1. จังหวัดนครศรีธรรมราช ประกอบด้วย อ.ฉวาง (เขาหลวง) อ.ลานสะกา, อ.ร่อนพิบูลย์, อ.พิปูน, อ.จุฬาภรณ์, อ.พรหมคิรี, อ.ท่าศาลา, อ.สิชล, อ.นบพิตำ 2. จังหวัดสุราษฎรธานี ประกอบด้วย อ.ไชยา, อ.ท่าชนะ, อ.วิภาวดี, อ.ท่าฉาง, อ.กาญจนดิษฐ์ และอ.บ้านนาสาร และ 3. จังหวัดชุมพร ประกอบด้วย อ.ท่าแซะ, อ.สวี, อ.ปะทิว, อ.หลังสวน, อ.ละแม และอ.เมือง
นายกฯประชุม สสส.อนุมัติ50ล้านรับมือผู้ประสบภัยระยะยาว
ในการประชุมคณะกรรมการกองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพ (สสส.) มีนายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ นายกรัฐมนตรี เป็นประธาน ทั้งนี้ได้มีวาระการพิจารณาที่สำคัญคือ แนวทางช่วยเหลือผู้ประสบอุทกภัย
ทพ.กฤษดา เรืองอารีย์รัชต์ ผู้จัดการ สสส. กล่าวว่า จากสถานการณ์อุทกภัยที่เกิดขึ้นในพื้นที่ต่างๆของประเทศ ตั้งแต่เดือนตุลาคมเป็นต้นมาได้ก่อให้เกิดความเสียหายต่อชีวิตและทรัพย์สินของประชาชนอย่างมาก ซึ่งการดำเนินงานที่ผ่านมา สสส.ได้ดำเนินมาตรการช่วยเหลือในระยะเร่งด่วน คือ การขยายเวลาและผ่อนปรนการจัดกิจกรรมและการใช้จ่ายเงินในโครงการที่ได้รับผลกระทบ ร่วมฟื้นฟูและให้กำลังใจโดยรวบรวมเงินบริจาคและการรับสมัครในงานวิ่งยูเอ็นเดย์ จำนวน 1.6 ล้านบาท ผ่านมูลนิธิเพื่อนพึ่ง(ภา) การสนับสนุนน้ำดื่มในพื้นที่ประสบภัย ระดมอาสาสมัครภาคประชาชนเข้าให้การช่วยเหลือ พร้อมกับจัดทำคู่มือป้องกันและแนะนำการดูแลตนเองจากภัยพิบัติน้ำท่วมตามพื้นที่ประสบภัย
ทพ.กฤษดา กล่าวว่า สถานการณ์ภัยพิบัติน้ำท่วม เป็นผลสืบเนื่องจากภัยพิบัติทางธรรมชาติของโลกที่มีแนวโน้มจะเกิดขึ้นอย่างต่อเนื่องและทวีความรุนแรงมากขึ้น ที่ประชุมจึงได้อนุมัติแนวทางการช่วยเหลือผู้ประสบภัย เพื่อเตรียมความพร้อมในระยะยาว จำนวน 50 ล้านบาท โดยแบ่งออกเป็น 3 มาตรการที่สำคัญคือ 1. มาตรการฟื้นฟูหลังน้ำท่วม โดยแผนเปิดรับทั่วไปได้เปิดรับโครงการอาสา สำหรับผู้ที่มีประสบการณ์ทำงานอาสาสมัครบำเพ็ญประโยชน์เพื่อช่วยเหลือฟื้นฟูชุมชนที่ได้รับผลกระทบโดยตรงจากอุทกภัย และการสนับสนุนเครือข่ายภาคประชาชนเพื่อพัฒนางานฟื้นฟูภัยพิบัติโดยให้ชุมชนที่ประสบภัยเป็นแกนหลักในพื้นที่ต่างๆ ร่วมกับภาครัฐและหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง รวมทั้งการเตรียมการป้องกันภัยพิบัติที่จะเกิดในอนาคตทั้งในระดับจังหวัด และในระดับชุมชน
ผู้จัดการ สสส. กล่าวว่า 2. มาตรการสนับสนุนต่อเนื่อง คือ การสนับสนุนจัดตั้งเครือข่ายอาสาช่วยเหลือผู้ประสบภัยภาคประชาชน มีกระบวนการจัดการความรู้ และจัดการเครือข่ายเพื่อพัฒนาโครงสร้างอาสาสมัครจัดการภัยพิบัติภาคประชาชนอย่างเป็นระบบ เพื่อเตรียมรับมือกับภัยพิบัติที่เพิ่มขึ้นในประเทศไทยและในโลก รวมถึงการประมวลและพัฒนาข้อเสนอเชิงนโยบายต่อการพัฒนาระบบจัดการภัยพิบัติของภาครัฐ และหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง และ 3. มาตรการสนับสนุนการพัฒนาระบบและองค์ความรู้ โดยสนับสนุนการพัฒนาระบบสารสนเทศรองรับภัยพิบัติ ที่เชื่อมโยงฐานข้อมูลจากแหล่งต่างๆให้มีประสิทธิภาพขึ้น รวมถึงการศึกษาวิจัยเพื่อถอดบทเรียนการเตรียมความพร้อม และการฟื้นฟูจากประสบการณ์ในปี 2553



