
เผยเปิดใจกับฮุนเซนปัญหาแดนหมดเปลือก
"อภิสิทธิ์"เผยพบ"ฮุนเซน"ได้เปิดใจปัญหาชายแดน"ไทย-เขมร"อย่างหมดเปลือก พร้อมแสดงจุดยืนไทยอย่างชัดเจน ยันรักษาผลประโยชน์ของประเทศอย่างเต็มที่แล้ว
(21พ.ย.) นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ นายกรัฐมนตรี กล่าวในรายการ"เชื่อมั่นประเทศไทยกับนายกฯอภิสิทธิ์" ถึงการเดินทางเข้าร่วมประชุมความร่วมมือระหว่าง 5 ประเทศในลุ่มแม่น้ำอิรวดี-เจ้าพระยา และลุ่มแม่น้ำโขง ซึ่งถือเป็นความร่วมมือของ 5 ประเทศที่อยู่ในอาเซียนด้วยกัน ที่กรุงพนมเปญ ว่า การประชุมครั้งนี้ได้เน้นย้ำในเรื่องของการที่จะเสริมความเชื่อมโยงทางด้านกายภาพและทางด้านอื่น ๆ ในกลุ่มประเทศอาเซียนในอนุภูมิภาคนี้โดยเฉพาะ โดยให้ความสำคัญเป็นพิเศษกับการที่ทำอย่างไรพี่น้องประชาชนในพื้นที่ที่ห่างไกลจะได้ประโยชน์มากที่สุดจากการร่วมมือทางเศรษฐกิจในระดับอนุภูมิภาค และในระดับภูมิภาค ซึ่งตนขอเรียนว่าแนวทางที่จะทำจะให้ความสำคัญเป็นพิเศษกับเรื่องของพื้นที่ในบริเวณชายแดน ในการที่จะมีเขตเศรษฐกิจพิเศษ ในการที่จะอำนวยความสะดวกการค้าชายแดน ซึ่งทั้ง 5 ประเทศได้เห็นพ้องต้องกันในการที่จะผลักดันเรื่องนี้อย่างสำคัญ ที่เป็นเรื่องที่น่ายินดีคือว่าขณะนี้ภาคเอกชนในทั้ง 5 ประเทศ ได้เข้ามามีส่วนร่วมในกรอบความร่วมมือนี้อย่างจริงจังมากขึ้น ซึ่งจะทำให้การผลักดันในเรื่องของความร่วมมือ การเชื่อมโยงต่าง ๆ ทางด้านเศรษฐกิจนั้นสามารถที่จะดำเนินการได้เป็นรูปธรรมมากยิ่งขึ้น เพราะว่าที่สุดแล้วไม่ว่าทางภาครัฐจะมีข้อตกลงความร่วมมืออะไรก็ตาม แต่การค้าการขาย การลงทุนที่จะเกิดขึ้นจริงนั้น ก็เป็นการตัดสินใจของภาคเอกชน การเชื่อมโยงเข้ามาตรงนี้ผมจึงมีความมั่นใจว่าจะเป็นการเสริมเรื่องของการเชื่อมโยงของประชาคมอาเซียนได้เป็นอย่างดี
"ในระหว่างที่อยู่ที่พนมเปญ ผมได้มีโอกาสหารือทวิภาคีกับนายกรัฐมนตรีกัมพูชา นายกฯ ฮุน เซน ซึ่งถือว่าเป็นการพบปะเป็นครั้งที่ 4 คือ นับตั้งแต่ที่พบปะกันที่นิวยอร์ก บรัสเซลล์ และที่ฮานอย ครั้งนี้พบปะกันครั้งที่ 4 ซึ่งทำให้ความสัมพันธ์ระหว่างสองประเทศนั้นขณะนี้ดีขึ้นมาก โดยเฉพาะอย่างยิ่งคือเราจะเน้นย้ำในเรื่องของการขยายความสัมพันธ์ในเชิงวัฒนธรรม ในเชิงสังคม ซึ่งจะมีกิจกรรมมากมาย เช่น จะมีการจัดกิจกรรมคอนเสิร์ตร่วมในสัปดาห์หน้า และขณะเดียวกันได้มีทั้งกฐินพระราชทาน ผ้าป่า ที่ไปดำเนินการที่กัมพูชา จากทางฝ่ายไทย รวมไปจนถึงความร่วมมือทางด้านอื่น ๆ เช่น งานแสดงสินค้าที่จะเกิดขึ้นโดยกระทรวงพาณิชย์ในช่วงต้นปีหน้า ซึ่งสิ่งเหล่านี้จะทำให้ประชาชนสองประเทศนั้นมีการแลกเปลี่ยน และมีความเข้าใจระหว่างกันและกันดีขึ้น นายกฯฮุน เซน กับผมเห็นตรงกันว่าเราจะต้องพยายามเสริมสร้างความสัมพันธ์ในมิติอื่น ๆ มากยิ่งขึ้น เพื่อที่จะทำให้ความสัมพันธ์นั้น มีความราบรื่นมากที่สุด " นายกฯ กล่าว
นายกฯ กล่าวยอมรับว่า การเจราจาระหว่างตนและนายกฯ ฮุน เซน ได้มีการพูดคุยกันมากเป็นพิเศษในกรณีของปัญหาปราสาทพระวิหาร และพื้นที่ที่เป็นปัญหาที่มีความขัดแย้งกันอยู่ในปัจจุบัน ซึ่งแม้ว่าจะยังเห็นไม่ตรงกันแน่นอน เพราะว่ากัมพูชาก็ยึดตามแนวทางของเขา ในส่วนรัฐบาลไทยตนยืนยันแล้วว่ายึดในเรื่องของสันปันน้ำ และยึดในเรื่องของคำพิพากษาของศาลโลก ที่ได้มีการกำหนดเอาไว้ตั้งแต่ปี 2505 ว่าเขตต่างๆ ที่จะมีการดำเนินการกันออกไปเพื่อปฏิบัติตามคำพิพากษาของศาลโลกนั้นเป็นอย่างไร เพราะฉะนั้น ก็ยังมีความเห็นที่แตกต่างกัน แต่สิ่งที่ตนได้มีการพูดกับท่านนายกฯ ฮุน เซน ซึ่งตนเข้าใจว่าอาจจะเป็นการพูดกันเป็นครั้งแรกอย่างจริงจัง ก็คือว่าตนเห็นว่าปัญหาความตึงเครียดและความขัดแย้งที่ลุกลามบานปลายในระยะหลังนั้น มันเกี่ยวพันอย่างแยกไม่ออกกับกรณีที่กัมพูชานั้นเดินหน้าในเรื่องของการที่จะส่งแผนบริหารจัดการที่เกี่ยวข้องกับการขึ้นทะเบียนปราสาทพระวิหารเป็นมรดกโลก เราถือว่าเรื่องนี้กระทบกระเทือนกับพื้นที่ซึ่งเราถือว่าเป็นเขตแดนของเรา ตนได้แจ้งท่านนายกฯ ฮุน เซน อย่างตรงไปตรงมา แล้วก็ต้องการที่จะให้กัมพูชามาหารือกับฝ่ายไทยในเรื่องที่เกี่ยวข้องกับมรดกโลก
"ผมเรียนว่าเรื่องนี้เป็นเรื่องที่มีความสำคัญ เพราะว่าการขึ้นทะเบียนมรดกโลกไปตั้งแต่ปี 50 , 51 ต่อเนื่องมาทำให้กัมพูชาจะเสนอแผนบริหารจัดการพื้นที่ ซึ่งอยู่ฝั่งนี้ของสันปันน้ำ ซึ่งเรายอมรับไม่ได้ ที่ผ่านมาพื้นที่ตรงนี้ทางกัมพูชายังไม่สามารถเสนอแผนบริหารได้ เพราะว่ากัมพูชายอมรับว่ามีข้อตกลงปี 2543 ที่เรียกว่าเอ็มโอยู และมีการทำงานของเจบีซี ซึ่งปัจจุบันการประชุมเจรจาก็ต้องรอการผ่านบันทึกการประชุม หรือการรับรองบันทึกการประชุมของรัฐสภา ทำให้กัมพูชายอมรับว่าพื้นที่ตรงนี้ เขายังไม่เข้ามาในการที่จะกำหนดแนวทางการบริหารจัดการ ผมต้องย้ำตรงนี้เพราะว่าถ้าหากว่ากัมพูชาสามารถที่จะเสนอแผนบริหารจัดการตรงนี้ จะส่งผลกระทบต่อสิทธิของประเทศไทยอย่างแน่นอน เพราะว่าจะทำให้เกิดปัญหาว่าทางยูเนสโกก็ดีหรือต่างชาติต่าง ๆ เริ่มเข้ามาบริหารจัดการในพื้นที่ ซึ่งเราถือว่าเป็นดินแดนไทย เพราะฉะนั้น ตรงนี้ผมจึงยืนยันกับทางนายกฯ ฮุน เซน ว่าทางฝ่ายไทยเราเห็นว่า สิ่งนี้ทำไม่ได้ และจะเป็นเงื่อนไขของความตึงเครียด ความขัดแย้ง และเป็นเหตุผลที่ผมถึงได้ย้ำว่าขณะนี้การที่เรามีเอ็มโอยูปี 2543 และมีกระบวนการการเจรจาในกรอบของเจบีซี มีความสำคัญมาก เพราะว่าถ้าหากว่าเราไม่มีตรงนี้ การเสนอแผนการบริหารจัดการพื้นที่ของกัมพูชาจะลุกลามเข้ามา ทางฝ่ายกัมพูชานั้นพยายามจะบอกกับผมว่าความจริงปัญหานั้น ถ้าสามารถกลับคืนสู่สภาพก่อนปี 2551 ได้ จะเป็นเรื่องที่เขาต้องการ เพราะว่าเขาอ้างว่าการกระทบกระทั่งโดยเฉพาะในเรื่องของทางทหาร ก็เกิดขึ้นในเดือนกรกฎาคม ซึ่งผมได้ย้ำกลับไปว่าความตึงเครียดดังกล่าวก็เป็นผลโดยตรงมาจากเรื่องปัญหาของมรดกโลก และพร้อม ๆ กันไปนั้น ผมก็บอกว่าข้อตกลงปี 2543 นั้น มีความชัดเจนว่าทั้งสองฝ่ายจะต้องไม่เข้าไปดำเนินการใด ๆ ในพื้นที่ที่เป็นสภาพของพื้นที่ ณ วันที่มีการลงนามความตกลงกัน ซึ่งผมได้ยืนยันไปว่ากรณีของตลาด ของชุมชน กรณีของวัด ซึ่งเราถือว่าเป็นการปรับสภาพพื้นที่นั้นเป็นการละเมิดข้อตกลง นั่นคือเหตุผลว่าทำไมทหารของเราจึงอยู่ในพื้นที่ตรงนั้น ซึ่งเรื่องนี้นายกฯ กัมพูชาได้รับทราบ และเราจะมีการให้กระบวนการการเจรจาตามกรอบของเจบีซีนั้นดำเนินการต่อไป โดยเขาก็ยอมรับกระบวนการภายในของประเทศไทย ในเรื่องที่รัฐสภาจะต้องมีการพิจารณาและรับรองบันทึกข้อตกลงต่าง ๆ ขณะเดียวกันจะพยายามหาแนวทางไม่ให้เงื่อนไขของการประชุมมรดกโลกในเดือนมิถุนายนมากลายเป็นเงื่อนไขที่นำไปสู่ความขัดแย้งความตึงเครียดมากยิ่งขึ้น " นายกฯ กล่าว
นายกฯ กล่าวต่อไปว่า ตนขอยืนยันว่าการดำเนินการในการพบปะทั้ง 4 ครั้งนี้ ตนได้ทำหน้าที่ในการที่จะปกป้องดินแดนและอธิปไตยของประเทศไทยอย่างเต็มที่ และขณะนี้ก็ยืนยันว่าทางกัมพูชาได้รับทราบอย่างชัดเจน ซึ่งตนเชื่อว่าไม่เคยรับทราบอย่างชัดเจนมาก่อน ถึงจุดยืนของประเทศไทยในเรื่องนี้ และเราจะมีการเดินหน้าแก้ไขปัญหาต่อไป โดยแน่นอนที่สุดครับความพยายามคือจะต้องแก้ไขปัญหานี้ ไม่เสียสิทธิของเรา และขณะเดียวกันหลีกเลี่ยงการที่จะมีการนำไปสู่การปะทะหรือการใช้ความรุนแรง ตนขอรายงานให้ทราบเพื่อที่พี่น้องประชาชนจะได้มีความมั่นใจว่ารัฐบาลนี้ได้ปกป้องสิทธิอธิปไตยและผลประโยชน์ของประเทศอย่างเต็มที่ และจะได้มีความเข้าใจว่าเหตุผลที่เรามีกระบวนการของเอ็มโอยูและเจบีซีนั้นเพื่อประโยชน์อะไรในการที่จะปกป้องดินแดนของเรา เพราะว่ารัฐบาลนี้ไม่มีประโยชน์อื่นใดแอบแฝง ตนเข้าใจดีว่ามีคนที่อาจจะมีความคิดเห็นที่แตกต่าง แต่ ณ ขณะนี้ปัญหาเรื่องของการดูแลไม่ให้มีการนำเอาเรื่องมรดกโลกเข้ามาบริหารจัดการในพื้นที่ของเรานั้น เป็นความสำคัญสูงสุดในการปกป้องอธิปไตย และรักษาสิทธิและผลประโยชน์ของเรา
รับหลังถก“ฮุนเซน”ปัญหาจุดยืนไม่ตรงกัน
นอกจากนี้นายอภิสิทธิ์ ให้สัมภาษณ์ว่า จุดยืนไม่ตรงกันแน่นอน เพราะขัดกันอยู่ แต่เขารับทราบสิ่งที่เราพูดชัดเจนไปในเรื่องปัญหามรดกโลก ซึ่งเขาบอกว่าจะไปคิด ว่าทำอย่างไรไม่ให้เงือนไขเดือนมิถุนายนเป็นเงื่อนไขของความขัดแย้ง
เมื่อถามว่า จะกลายเป็นเอาประเทศไปพูดคุยกับกัมพูชา และทางกัมพูชา อาจนำไปอ้างในการประชุมมรดกโลก ในการส่งแผน เพราะคุยกับไทย ได้ นายอภิสิทธิ์ กล่าวว่า เปล่า ตนบอกว่าไม่ให้ทำ มันยิ่งชัดเจนยิ่งขึ้น
เมื่อถามว่า จะทำอย่างไรให้ชัดเจน เพื่อให้กรรมการมรดกโลกรับทราบว่าให้ใช้เป็นส่วนหนึ่งของปัจจัยประกอบการพิจารณา นายอภิสิทธิ์ กล่าว่า ตนได้พูดกับสมเด็จฮุนเซน รัฐบาลไทยจึงสามารถบอกมรดกโลกได้เต็มปากเต็มคำ ว่าเราได้แจ้งกัมพูชาอย่างชัดเจนว่าไม่เห็นด้วยกับการเดินหน้าตรงนี้ เพราะกำลังสร้างปมปัญหา ขณะเดียวกันเรายืนยันว่ามีเอ็มโอยู และเจบีซี ซึ่งเป็นตัวที่กัมพูชายอมรับว่าถ้าตรงนั้นยังไม่เรียบร้อย พื้นที่ทางทิศเหนือ ทิศตะวันตกของปราสาท เขาจะไม่เสนอแผน เรายังยืนยันว่า กระบวนการเอ็มโอยูและเจบีซียังเดินอยู่ นี่คือการรักษาผลประโยชน์ของประเทศ
เมื่อถามว่า จะต้องมีการนัดหารือระหว่างสองประเทศนี้อีกหรือไม่ นายอภิสิทธิ์ กล่าวว่า ไม่ใช่ระดับผู้นำ แต่เป็นระดับเจ้าหน้าที่ประสานงาน เมื่อถามว่า ในส่วนของกัมพูชาที่มีการละเมิดเอ็มโอยูปี 2542 นายอภิสิทธิ์ กล่าวว่า ได้แจ้งไปแล้ว และพูดชัดเจนว่า เรายอมรับไม่ได้ ในกรณีที่มีการละเมิดเอ็มโอยูปี 2543 ซึ่งขณะนี้ทางเจ้าหน้าที่จะคุยกัน
วีระ สมความคิดโผล่เปิดเขาพระวิหารวันแรก
ขณะที่บริเวณหน้าสถานนีควบคุมไฟป่าศรีสะเกษ บ้านภูมิสรอล ตำบลเสาธงชัย จ.ศีรสะเกษ เจ้าหน้าที่อุทยานแห่งชาติเขาพระวิหาร ตั้งจุดบริการนักท่องเที่ยว ตั้งแต่เวลา 08.00 น. โดยมีนักท่องเที่ยวได้เดินทางมาลงชื่อและชำระค่าบริการ ผู้ใหญ่ 20 บาท เด็ก 10 บาท ขอขึ้นชมความงามของทะเลป่า ภูผาหมอก ของอุทยานแห่งชาติเขาพระวิหาร โดยมี ทหารสังกัดกองกำลสุรนารี หน่วยทหารพรานนที่ 23 เจ้าหน้าที่จากฝ่ายปกครองอำเภอกันทรลักษ์ คอยอำนวยความสะดอกแก่นักท่องเที่ยว ที่วันนี้มีนักท่องเที่ยวเดินทางเข้าท่องเที่ยวเป็นจำนวนมาก ท่ามกลาง การตรวจเข้มของทหารที่รับผิดชอบพื้นที่ โดยใช้เครื่องมือในการตรวจหาวัตถุระเบิด เพื่อความปลอดภัยของนักท่องเที่ยวหวั่นว่าจะมีมือที่สามมาสร้างสถานการณ์ และมีการปรากฏตัวของนายวีระ สมความคิด เลขาธิการเครือข่ายประชาชนต้านคอร์รัปชัน (คปต.) และนายศรีเมือง วัฒนาชีพ แกนนำเครื่อข่ายทวงคืนแผ่นดินแม่(คดม.) บริเวณจุดด่านตรวจบ้านภูมิซรอน ของเจ้าหน้าที่ทหารจากกองกำลังสุรนารี โดยไม่มีมวลชนมาเคลื่อนไหวทำกิจกรรมในพื้นที่
ขณะเดียวกันบรรยากาศการท่องเที่ยวของนักท่องเที่ยวประเทศกัมพูชา บริเวณปราสาทเขาพระวิหารก็มีนักท่องเที่ยวเดินทางขึ้นไปเที่ยวชมปราสาทกันเป็นจำนวนมาก ซึ่งสามารถสังเกตและมองเห็น ได้จากจุดเสาธง บริเวณผามออีแดง



