ข่าว

  "ล่มซ้ำซาก"

"ล่มซ้ำซาก"

21 พ.ย. 2553

วันอังคารของหลายสัปดาห์ที่ผ่านมา บรรดาทั่นๆ รัฐมนตรี ต้องย้ายก้นไปประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) ที่อาคารรัฐสภาแทน “ตึกแดง” หรือสำนักเลขาธิการคณะรัฐมนตรี ทำเนียบรัฐบาล

 เนื่องจากมีการประชุมสภาผู้แทนราษฎรและประชุมร่วม 2 สภา ก็เพื่อไม่ให้เสียทั้งภารกิจของฝ่ายบริหารและฝ่ายนิติบัญญัติ ทั่นรมต.ที่มีสถานะเป็น ส.ส.ด้วย จึงต้องยอมย้ายก้นแบบไม่มีทางเลือก จึงทำให้ทุกครั้งที่ “ปู่ชัย" ชัย ชิดชอบ ประธานรัฐสภา ”กด ออด..อ๊อดอ๊อด เรียกทั่นส.ส.มาลงมติในสภาฯ ก็เป็นช่วงเวลาที่กระจอกข่าวจะได้เห็น "นายกฯ มาร์ค" อภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ เดินด้วยความเร็วสูงนำทัพ รมต.ออกจากห้องประชุมครม.จากอาคารรัฐสภา 3 เข้าไปในห้องประชุมสภาที่อยู่ในอาคารรัฐสภา 1 เพื่อลงมติ

 บางสัปดาห์กระจอกข่าวเห็นด้วยตาว่า มีรมต.บางทั่น หอบแฮกๆ เพราะเดินเข้า-เดินออก เดินเข้า-เดินออก นับแล้ว 5-6 รอบได้ ก็รู้สึกเห็นใจบางทั่นที่มีสถานะใหม่เป็น “ทั่น สว. = สูงวัย” เดินแทบจะไม่ไหว แต่นั่นก็ไม่วายที่รัฐสภาไทยจะ “ล่มซ้ำซาก” เพราะองค์ประชุมไม่ครบ

 มีอยู่ครั้งหนึ่งกระจอกข่าวคนนี้สงกะสัยคันหัวยิกๆ ว่าในห้องประชุมสภาอันโอ่โถงจำนวนส.ส.น้อยขนาดไหนกันหนอ ถึงทำให้สภาล่มได้ ก็เลยเดินย่องๆ ขึ้นไปนั่งสังเกตการณ์การประชุมในห้องของสื่อมวลชน ก็ถึงกับผงะ หะ เฮ้ย ! ยังกับห้องประชุมร้าง มี ส.ส.นั่งในสภาแค่ 17 คน ย้ำว่า 17 คน ไม่มีมากน้อยกว่านี้

 และหลังจากกระจอกข่าวขึ้นไปนับองค์ประชุมสดๆ ด้วยตัวเอง ไม่นานนัก “ปู่ชัย” ก็กด ออด..อ๊อด..อ๊อด อีกแล้วครับท่าน เรียกทั่นส.ส.ให้มาลงมติอีกรอบ ตามคาดละขอรับที่องค์ประชุมไม่ครบ สุดท้ายประธานก็ตัดสินใจปิดประชุม เลื่อนวาระนั้นออกไป “สภาล่ม” ทำให้กฎหมายสำคัญๆ ที่ประชาชนกรุณาเสียภาษีให้เงินเดือนพวกทั่นมาพิจารณาต้องเลื่อนไปพิจารณาในวันถัดไป เลื่อนแล้วเลื่อนอีก..

 เอ๊ !! แล้วแบบนี้จะทำยังไงกันดีเล่าพี่น้อง หรือจะต้องใช้ไอเดีย ถ่ายทอดสด 24 ชั่วโมงเป็น “เรียลิตี้” เหมือน “บ้านเอเอฟ อะคาเดมี แฟนเทเชีย” เน้นซูมภาพไปยังเก้าอี้ของทั่นส.ส. และซ่อนกล้องไว้ตามห้องนู้นห้องนี้ ตามซอกตึกห้อง อาหาร ร้านกาแฟ ร้านตัดผม จะได้เห็นเลยว่าใครทำอะไรอยู่ มา ไม่มาประชุม ก็ให้คนดูเขาส่งเอสเอ็มเอสโหวตออกไปโลดเลยดีไหม ใครเห็นด้วยขอมือขวาหน่อยเด๊ะ...

 “อารมณ์ดี”

 สภาผู้แทนราษฎรใกล้จะปิดสมัยประชุมนิติบัญญัติเข้าไปทุกขณะแล้ว ทั้งส.ส.และสื่อมวลชนต่างต้องแยกย้ายกันไปทำหน้าที่ของแต่ละคน

 ส.ส.ต้องกลับไปลงพื้นที่เพื่อรักษาฐานเสียงในพื้นที่เลือกตั้งของตัวเอง ขณะที่กระจอกข่าวทั้งหลายต้องแยกย้ายไปประจำการอยู่ตามพรรคการเมืองต่างๆ

 แต่คนที่ดูไม่ค่อยปลื้มกับการปิดสมัยประชุมสภาฯ นิติบัญญัติครั้งนี้มากที่สุดคงหนีไม่พ้น “เสี่ยตู่” จตุพร พรหมพันธุ์ ส.ส.สัดส่วน พรรคเพื่อไทย และแกนนำกลุ่มนปช.

 เพราะนั่นหมายถึงว่าเวลาของอิสรภาพนอกเรือนจำกำลังจะหมดแล้ว

 วันก่อนเห็น “เสี่ยตู่” ตัดผมใหม่ซะหล่อเฟี้ยวเลยแกล้งแซวว่าจะตัดผมใหม่ไปโชว์สาวที่ไหน “เสี่ยตู่” ตอบทันทีแบบไม่ต้องคิดว่า

 “พอไปถึงเรือนจำแล้วเขาจะได้จับผมอย่างไรก็จับไม่ติด” พร้อมกับหัวเราะชอบใจเสียยกใหญ่ กระจอกข่าวยังไม่ยอมแพ้ตอกกลับไปว่าเดี๋ยวถึงเวลาแล้วจะหัวเราะไม่ออก

 “เสี่ยตู่” เลยกระซิบให้ฟังว่า วันก่อนแวะไปเยี่ยมเยียนพี่น้องผองเพื่อนคนเสื้อแดงที่เรือนจำมา แอบสังเกตเห็นอาการผิดปกติของเจ้าหน้าที่เรือนจำอยู่อย่างหนึ่ง

 “เขามองหน้าผมแล้วก็อมยิ้มแปลกๆ เหมือนเขารู้ว่าใกล้จะได้อยู่ด้วยกันเต็มทนยังไงอย่างนั้น” พร้อมกับยิ้มอย่างอารมณ์ดี
 แหม ! พอถึงวันนั้นขึ้นมาจริงๆ อย่าลืมอารมณ์ดีให้ได้อย่างนี้ก็แล้วกัน