ข่าว

ทัพไทยวัดเดียวกด6ทอง

ทัพไทยวัดเดียวกด6ทอง

20 พ.ย. 2553

ทัพนักกีฬาไทยเดินหน้ากวาดเหรียญทองเอเชี่ยนเกมส์ ครั้งที่ 16 วันเดียว 6 เหรียญทอง จาก เซปักตะกร้อชายและหญิง, เรือใบ 3 ประเภท "โฮบี้ 16, ออพติมิสต์หญิง, เลเซอร์เรเดียล" และเทควันโด ชัชวาล ขาวละออ ทำเหรียญในเอเชี่ยนเกมส์ทะลุหลัก 100 แล้ว

ทีมข่าวกีฬา "คม ชัด ลึก" รายงานการแข่งขันกีฬาเอเชี่ยนเกมส์ ครั้งที่ 16 “กวางโจวเกมส์” เมื่อวันที่ 20 พฤศจิกายน ปรากฏว่าทัพนักกีฬาไทยสร้างผลงานได้อย่างยอดเยี่ยม หลังจากรวมพลังกันกวาดมาได้ 6 เหรียญทอง 2 เหรียญเงิน และ 4 เหรียญทองแดง ทำให้ผงาดขึ้นมาบนหัวตารางเหรียญรางวัล ตะกร้อสาวซิวทองที่ 100 อชก. เซปักตะกร้อ ชิง 2 เหรียญทองในประเภททีมชุด ช่วงเช้าเป็นนัดชิงชนะเลิศทีมหญิง ทีมไทยรองแชมป์เก่าจาก “โดฮาเกมส์” พบ “เจ้าภาพ” จีน ที่ผ่านเข้าชิงชนะเลิศในเอเชี่ยนเกมส์เป็นครั้งแรก ทีมเอ ไทยส่งผู้เล่นหน้าใหม่อย่าง วันวิสาข์? จันทร์แก่น ลงยืนแบ็ก แก้วใจ พุ่มสว่างแก้ว เป็นตัวชงและดารณี วงศ์เจิรญ เป็นตัวทำ เซตแรกสาวไทยเล่นได้เข้าฟอร์มชนะไปก่อน 21-10 ก่อนที่เซตสองสาวไทยยังเหนือกว่าเอาชนะไปอีก 21-16 ทำให้ชนะ 2-0 เซต ขึ้นนำก่อน 1-0 ทีมบี ไทยจัดชุดใหญ่ส่ง พิกุล สีดำ ยืนแบ็ก นรีรัตน์ ตาขัน ตัวชง และธิดาวรรณ ดาวสกุล เป็นตัวทำ เซตแรกทีมสาวไทยชนะ 21-17 เซตสองชนะ 21-11 ชนะ 2-0 เซต และทำให้ทีมไทยชนะไป 2-0 ทีม คว้าเหรียญทองมาครองเป็นเหรียญทองที่ 2 ของไทยใน “กวางโจวเกมส์” และเป็นเหรียญทองที่ 100 ของนักกีฬาไทยในประวัติศาสตร์เอเชี่ยนเกมส์ ทีมชายไม่พลาดดับเสือเหลือง จากนั้นเป็นนัดชิงชนะเลิศเป็นทีมชาย ทีมชาติไทยแชมป์เก่าจาก “โดฮาเกมส์” พบกับคู่รักคู่แค้นตลอดกาล “เสือเหลือง” มาเลเซีย รองแชมป์เก่า โดยทีมเอ ไทยส่ง เกรียงไกร แก้วเมียน ยืนแบ็ก ภัทรพงษ์? ยุพดี ทำหน้าที่ตัวชง และอนุวัฒน์ ชัยชนะ เป็นตัวทำ เริ่มเซตแรกทั้งสองทีมผลัดกันทำแต้มแบบสูสีแบบไม่มีทิ้งคะแนนห่าง แต่พอไทยเริ่มเข้าฟอร์มก็ทำแต้มฉีกเข้าป้ายชนะไปก่อน 21-16 มาถึงเซตสองลูกเสิร์ฟของไทยเริ่มเข้าฝัก และตัวทำฟาดได้เฉียบขาดทำแต้มทิ้งห่างแล้วเอาชนะไปแบบไม่ยากเย็นนัก 21-10 ช่วยให้ทีมไทยออกนำก่อน 1-0 ทีมบี ไทยส่ง ศิริวัฒน์ สาขา ยืนแบ็ก สุริยัน เป๊ะชาญ ตัวชง พรชัย เค้าแก้ว เป็นตัวทำลงไปปิดเกม เซตแรกทีมไทยอาศัยการเล่นที่เด็ดขาดเอาชนะไป 21-15 เซตสองทีมไทยยังเสิร์ฟและทำได้เด็ดขาดชนะไปอีก 21-17 ทำให้ทีมไทยชนะไป 2-0 ทีมคว้าเหรียญทองที่ 3 ให้ไทยใน “กวางโจวเกมส์” และเป็นแชมป์สมัยที่ 4 ติดต่อกันของทีมลูกหวายไทย กมล ตันกิมหงษ์ ผู้ฝึกสอนทีมตะกร้อชายไทยกล่าวหลังจบเกมว่า มาเลเซียเล่นกับเราทีไรเน้นทุกครั้งต่างจากเวลาที่เขาเจอทีมชาติอื่น นัดนี้มาเลเซียก็พยายามอย่างเต็มที่จนเรากดดันบ้างในจังหวะที่เน้นแล้วทำไม่ได้ จนต้องบอกให้ผู้เล่นเปลี่ยนแนวความคิดใหม่ไม่ให้เสียดายลูกที่เสียไป แชมป์ครั้งนี้ถือว่าน่าภาคภูมิใจและดีใจมาก “สำหรับประเภทเดี่ยวผมจะยกชุดทีมเอที่เล่นในวันนี้ทั้ง เกรียงไกร แก้วเมียน, ภัทรพงษ์? ยุพดี และอนุวัฒน์ ชัยชนะ ลงเล่น ส่วนอีก 2 คนขอพิจารณาอย่างละเอียดก่อนส่งชื่อภายในวันนี้ ผมมั่นใจว่าทีมชายจะคว้าเหรียญทองได้ทั้งประเภทชุดและเดี่ยวแน่นอน” กมล กล่าว ด้าน ธวัช กุมุทพงษ์พานิช ผู้จัดการทีมตะกร้อไทย กล่าวว่า ทำหน้าที่ผู้จัดการทีมไทยมากว่า 12 ปีเต็มรู้สึกภาคภูมิใจมาก การที่ได้แชมป์บนแผ่นดินจีนที่เป็นเพื่อนบ้านที่ดีของไทยยิ่งน่าดีใจ เป้าหมายของทีมตอนนี้ยังคงเป็น 3 เหรียญทองไว้ก่อน แต่ถ้าจะให้ดีก็อยากได้ครบ 4 ทีม ตรงนี้คงต้องไปลุ้นในประเภททีมเดี่ยวหญิงว่าจะได้หรือเปล่า ทีมตะกร้อรับอัดฉีดแล้ว 36 ล้าน เรือใบแล่นฉิวกวาด 3 ทอง เรือใบที่เมืองชานเหว่ย ทีมแล่นใบไทยทำผลงานสุดยอดในวันสุดท้าย โดยเรือใบ กวาดมาได้ถึง 3 เหรียญทอง จากประเภทโฮบี้ 16 ดำรงศักดิ์ วงศ์ทิม กับ กฤษดา วงศ์ทิม ที่แข่งขันใน 3 เที่ยวสุดท้าย เที่ยวที่ 10-12 ได้อันดับ 1 ถึง 2 เที่ยว และเที่ยวสุดท้ายได้อันดับ 4 มีคะแนนเป็นอันดับ 1 คว้าเหรียญทองมาครอง ประเภทออพติมิสต์หญิง นพเก้า พูนพัฒน์ แข่งขันในอีก 2 เที่ยว คือ เที่ยวที่ 11-12 ได้อันดับ 3 และอันดับ 1 เข้าป้ายมาเป็นอันดับ 1 คว้าเหรียญทองที่ 2 และปิดท้ายด้วยประเภทเลเซอร์เรเดียล กีระติ บัวลง เที่ยวที่ 11 เข้ามาเป็นอันดับ 2 และเที่ยวที่ 12 เข้ามาเป็นอันดับ 4 แต่เพียงพอที่จะคว้าเหรียญทองเป็นเหรียญที่ 3 ประเภทอื่น ออพติมิสต์ชาย ทศพล มหาวิเชียร เที่ยวที่ 11 ได้อันดับ 5 และเที่ยวที่ 12 ได้อันดับ 1 จบที่อันดับ 4 ขณะที่ประเภท 420หญิง พัทธ์ธีรา มีอยู่สามเสน กับ นริศรา อยู่สวัสดิ์ เที่ยวที่ 10 เที่ยวที่ 11 และเที่ยวที่ 12 ได้อันดับ 4 อันดับ 3 และอันดับ 2 ตามลำดับ ได้อันดับ 4 มาครอง และประเภท 420 ชาย นาวี ธรรมสุนทร กับ อธิวัฒน์ โฉมทองดี เที่ยวที่ 10 เที่ยวที่ 11 และเที่ยวที่ 12 ได้อันดับ 5 อันดับ 3 อันดับ 2 ตามลำดับ ได้อันดับ 4 เช่นเดียวกัน พล.ร.ต.ธานี ผุดผาด ผู้จัดการทีม กล่าวว่า 3 เหรียญทองที่ทำได้ต้องถือว่าประสบความสำเร็จสูงสุด โดยทะลุเป้าหมายที่วางไว้ ซึ่งในตอนแรกไม่คิดว่าจะทำได้มากขนาดนี้ ต้องชื่นชมความสามารถของนักกีฬาทุกคน และในเบื้องต้นก็จะพานักกีฬาทั้งหมดไปฉลองชัยชนะร่วมกัน และในวันที่ 20 พฤศจิกายน ยังเป็นวันเกิดของ กฤษดา วงศ์ทิม กับ ทศพล มหาวิเชียร อีกด้วย ส่วนการรับเหรียญรางวัลอย่างเป็นทางการจะมีขึ้นในวันที่ 21 พฤศจิกายน วินด์เซิร์ฟ วันสุดท้าย แข่งขัน 3 เที่ยว คือ เที่ยวที่ 10-12 ปรากฏว่า ไทยคว้ามาได้ 1 เหรียญเงิน 2 เหรียญทองแดง โดยอาร์เอสเอ็กซ์ชาย เอก บุญสวัสดิ์ เข้าเส้นชัยมาเป็นอันดับ 2 อันดับ 3 และอันดับ 4 ตามลำดับ อยู่ในอันดับ 2 ได้เหรียญเงิน ส่วนอีก 2 เหรียญทองแดง ได้จากอาร์เอสเอ็กซ์หญิง สโรชา พุ่มไพร เข้ามาเป็นอันดับ 3 ทั้ง 3 เที่ยว จบที่อันดับ 3 และมิสทรัลหญิง นภาลัย ธารใส เข้าอันดับ 3 ทั้ง 3 เที่ยว จบอันดับ 3 ขณะที่มิสทรัลวันดีไซน์ ชาย เสกสรร ขุนทอง ได้อันดับ 5 ในเที่ยวที่ 10 และอันดับ 6 ทั้งในเที่ยวที่ 11 และเที่ยวที่ 12 ได้อันดับ 5 ชัชวาลซิวทองเทควันโดปิดท้าย เทควันโดที่กวางตุ้ง ยิมเนเซียม เป็นการแข่งขันวันสุดท้าย ไทยส่งจอมเตะ 3 รุ่น เริ่มจากรุ่น 54 กก.ชาย “เจ้าแม็ก” ชัชวาล ขาวละออ ดีกรีเหรียญทองกีฬามหาวิทยาลัยโลก ครั้งที่ 24 และเหรียญทองกีฬาซีเกมส์ ครั้งที่ 24 ที่ไทย รอบแรก ชัชวาล ชนะ ทากายา นากากาวา จากญี่ปุ่น 5-3 เข้ารอบสอง ไปชนะ โซเบีย นาซาราลีฟ จากอุซเบกิสถาน 4-0 ก่อนจะไล่ถล่ม เหงียน ฮู นัม จากเวียดนาม 9-1 ในรอบก่อนรองชนะเลิศ และปราบ ฮัว เชีย ลิน จากไต้หวัน 7-4 เข้าไปพบ คิม ซุง ฮู จากเกาหลีใต้ในรอบชิงชนะเลิศ เกมชิงเหรียญทอง ยกแรก ทั้งคู่ยังคุมเชิงกันอยู่เสมอ 0-0 ยก 2 ชัชวาล โดนจอมเตะจากแดนโสม เตะเข้าที่เป้าอย่างจัง จนต้องลงไปนอนกองกับพื้น แต่ก็ยังไม่สามารถทำแต้มกันได้ กระทั่งยกสุดท้าย ชัชวาลอาศัยจังหวะคู่แข่งเผลอ เตะกลับหลังเข้าลำตัวขึ้นนำ 2-0 และมาได้แต้มอีกครั้งในจังหวะเตะเป็น 3-0 ก่อนที่ ชัชวาล จะโดนบ้าง โสมขาวไล่มา 1-3 และชัชวาล โดนกรรมการตัดแต้มเนื่องจากถอยมากเกินไป ทำให้คู่แข่งไล่มาที่ 2-3 ก่อนที่จอมเตะแดนโสมเตะเข้าที่หัวของชัชวาลอย่างจัง แซงนำ 5-4 โค้ชเช ยอง ซุก ยื่นประท้วงแต่ไม่เป็นผล แต่ชัชวาลยังฮึดสู้เตะเข้าที่หัวของคู่แข่งอย่างจัง ทำแต้มนำอีกครั้งที่ 7-5 ช่วงท้ายยก ทั้งคู่เข้าปะทะกันอย่างสนุก ก่อนครบ 3 ยก ชัชวาล เอาชนะไปได้ 8-6 คว้าเหรียญทองไปอย่างสะใจ เผยบนเหรียญทองไว้เพียบ หลังคว้าชัย ชัชวาล วิ่งถือธงไทยไปรอบสนาม ท่ามกลางเสียงของกองเชียร์ไทย พร้อมทั้งกล่าวว่าดีใจมากที่ทำสำเร็จ ตอนแรกรู้สึกหนักใจที่จะต้องมาเจอคู่แข่งเกาหลีใต้ แต่พยายามสู้ให้ถึงที่สุด และเอาชนะได้สำเร็จ โดยความสำเร็จส่วนหนึ่ง เพราะตนนับถือสิ่งศักดิ์สิทธิ์ที่ต้องไปกราบและบนบานก่อนไปแข่งขันต่างประเทศ โดยครั้งนี้บนไว้ถึง 9 แห่ง ได้แก่ วัดพุทไธศวรรย์, วัดบางกูดีทอง, วัดท่าการ้อง, อ.อ๊อดวัดสายไหม, วัดหลวงพ่อฤาษีลิงดำ, ศาลพระพิฆเนศ, ลานพระบรมรูปทรงม้า รัชกาลที่ 5, ลานพระบรมรูปรัชกาลที่ 6 สวนลุมพินี อีกที่ขอเก็บไว้เป็นเคล็ดส่วนตัว โดยแต่ละที่จะบนไม่เหมือนกัน ส่วนใหญ่บนประทัด 1 แสนนัด บางแห่งถวายเงินร่วมสร้างอุโบสถ 1 หมื่นบาท ส่วนศาลพระพิฆเนศ ถวายไข่เค็ม 99 ฟอง เป็นเอกพ่ายคะแนนดิบ รุ่น 58 กก.ชาย เป็นเอก การะเกตุ เจ้าของเหรียญทองกีฬาเยาวชนชิงแชมป์โลก ครั้งที่ 6 ที่ เวียดนาม เหรียญทองกีฬาซีเกมส์ ครั้งที่ 25 ที่ลาว รอบแรก เป็นเอก ไล่เตะ อึ๊ง ไว คิน จากมาเก๊า 13-0 รอบสอง ชนะ ซากาส บาคาสซีนอฟ จากคาซัคสถาน 4-3 รอบก่อนรองชนะเลิศ ชนะ มูฮะหมัด ทาริค ฟีอัส จากอัฟกานิสถาน 13-2 เข้ารอบรองชนะเลิศ ชนะ ซู ยัง เซง จากจีน 6-2 ในรอบชิงชนะเลิศ เป็นเอก สู้กับ เหว่ย เชน หยาง จากไต้หวันอย่างสูสี ครบ 3 ยก เสมอกัน 2-2 ต้องตัดสินด้วยการเล่นซัดเด้นเดธ แต่ก็ยังไม่มีใครทำแต้มได้ จนกรรมการต้องตัดสินกันด้วยคะแนนดิบ และเมื่อรวมคะแนนแล้วกรรมการยกมือให้จอมเตะไต้หวันเอาชนะไป ทำให้เป็นเอกได้รับแค่เหรียญเงินเท่านั้น หลังชวดเหรียญทอง เป็นเอก กล่าวยอมรับคำตัดสินของกรรมการ และต้องโทษตัวเองที่ทำคะแนนได้ไม่ขาดเอง ส่วนรุ่น 73 กก.หญิง “เจ้าหมึก” รภัทรกร ประสพสุข ดีกรีเหรียญทองเทควันโด ซีเลคชั่น ปี 2003 รอบแรกได้บาย รอบก่อนรองชนะเลิศ ชนะ ดาวิน ซอน จากกัมพูชา ด้วยการคะแนนดิบ เข้าสู่รอบรองชนะเลิศ พ่าย เหวย ลู่ จากจีน 1-2 ได้เหรียญทองแดงไปครอง สรุป เทควันโดทีมชาติไทยใน “กวางโจวเกมส์” ทำได้ 2 เหรียญทอง จากสริตา ผ่องศรี และ ชัชวาล ขาวละออ, 2 เหรียญเงิน จากเป็นเอก การะเกต และนาชา ปั้นทอง และ 4 เหรียญทองแดงจากชนาภา ซ้อนขำ, ธัญนันท์ เปรมแหวว, รภัทกร ประสพสุข และปฏิวัติ ทองสลับ