
"มาร์ค"ลั่นปีหน้าแก้มาบตาพุดเต็มร้อย
นายกฯ"อภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ" ลั่นปีหน้าแก้ปัญหามาบตาพุดเต็ม 100%
(20พ.ย.) เช้าวันนี้นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ นายกรัฐมนตรี เดินทางถึงหอประชุมศูนย์ราชการจังหวัดระยอง ท่ามกลางการรักษาความปลอดภัยอย่างเข้มงวดตั้งแต่ประตูใหญ่ปากทางเข้ามายังศูนย์ราชการ โดยมีนายกอร์ปศักดิ์ สภาวสุ เลขาธิการนายกรัฐมนตรี ฐานะประธานคณอนุกรรมการติดตามรายงานผลการแก้ไขในมาบตาพุดและบริเวณใกล้เคียง จ.ระยอง นายสาทิตย์ ปิตุเตชะ ส.ส.ระยอง พรรคประชาธิปัตย์ นายธวัชชัย เทอดเผ่าไทย ผู้ว่าราชการจังหวัดระยอง นำประชาชนชาวระยองสวมเสื้อยืดสีขาวสกรีนข้อความ “มาบตาพุด ร่วมสุข ร่วมสร้าง” มานั่งฟังในห้องประชุม ท่ามกลางการเจ้าหน้าที่ตำรวจและอปภร.ที่มารักษาความปลอดภัยอยู่ตามจุดต่างๆจำนวนมาก
ทั้งนี้ผู้ว่าฯระยองได้รายงานผลการดำเนินงานตามนโยบายรัฐบาลในการแก้ไขปัญหาต่างๆในมาบตาพุดให้นายกรัฐมนตรีรับทราบ จากนั้นนายกรัฐมนตรี กล่าวกับประชาชนว่า วันนี้ถือว่ารัฐบาลมายืนยันว่าได้ใส่ใจต่อปัญหาของประชาชนและเดินหน้าแก้ไขปัญหาที่ยอมรับว่าเป็นปัญหาที่สะสมมายาวนาน ซึ่งตนเข้ามารับหน้าที่ 2 ปี ซึ่งปัญหามาบตาพุดบางเหตุการณ์ที่มีอุบัติเหตุจากการประกอบการณ์ ปัญหาสุขภาพของประชาชนทำให้มีข้อเรียกร้องมากมายจากภาคประชาชน และจากนั้นคณะกรรมการสิ่งแวดล้อมแห่งชาติก็ได้ประกาศให้มาบตาพุดเป็นเขตควบคุมมลพิษ เพื่อให้ภาคประชาชนร่วมจัดทำแผนแก้ปัญหาคู่ขนานกับรัฐบาล แต่ก็ยังมีปัญหาความขัดแย้งและเหตุการณ์เกิดขึ้นเป็นระยะ รัฐบาลจึงตัดสินใจที่ตั้งคณะกรรมการสี่ฝ่ายขึ้นมา อย่างไรก็ตามตนเรียนว่าคงเป็นนเรื่องที่ยากที่จะทำให้ประชาชนทุกกลุ่มเห็นตรงกัน แต่ที่รัฐบาลยึดถือเป็นป้าหมายคือความเป็นอยู่ของประชาชนที่ต้องมีความสมดุล การประกอบการทางธุริจที่จะไม่ส่งผลต่อสุขภาพของประชาชน ไม่สร้างภาระด้านสิ่งแวดล้อมและปัญหาทรัพยากรธรรมชาติต่อประชาชน
นายกฯ กล่าวด้วยว่า แต่ไม่ใช่ว่าพื้นที่ดังกล่าวจะกระทบต่อการมีโอกาสและการมีอาชีพของประชาชนด้วย ดังนั้นสิ่งที่เร่งดำเนินให้ชัดเจนบางครั้งสื่อมวลชนก็จะติดประเด็นของคดีความและประเภทกิจการต่างๆ แม้นั่นเป็นเรื่องสำคัญแต่ไม่ใช่หัวใจของการแก้ไขปัญหา ซึ่งสิ่งที่เป็นความแตกต่างของรัฐบาลกับคณะกรรมการสี่ฝ่ายคือเรื่อวเกี่ยวกับน้ำ ที่รัฐบาลเห็นว่าการทำชลประทานต่างๆไม่ควรทำอีไอเอเพราะต้องใช้เวลายาวนาน จะเห็นได้หลังจากเกิดเหตุน้ำท่วมตอกย้ำว่าสิ่งที่รัฐบาลตัดสินใจเป็นประโยชน์ของประชาชน เพราะหากประกาศ 18 โครงการนั้นเป็นกิจการรุนแรง การป้องกันน้ำท่วมระยะยาวจะต้องใช้เวลายาวนานมาก จึงอยากย้ำว่าประเด็นหลักเป็นเรื่องนี้เป็นเรื่องของผลกระทบสุขภาพของประชาชน การบังคับใช้กฎหมายและการตรวจสอบการใช้กฎหมายสิ่งแวดล้อม การแก้ไขปัญหาเมื่อเกิดผลกระทบ
นายกฯ กล่าวถึงสิ่งที่เร่งรัดด้านสุขภาพที่เดินหน้าดำเนินโครงการเป็นรูปธรรมแล้วคือ 1. การตรวจสุขภาพของประชาชน ไม่ใช่รอให้ประชาชนมารักษา แต่จะดูแลเพิ่มสิ่งอำนวยความสะดวกให้ท่านได้รับทราบสุขภาพของตัวเองอย่างทันท่วงทีเป็นการป้องกันที่ได้ผลมากกว่า 2. การผลักดันให้เกิดการบริการเรื่องของอาชีวะเวชศาสตร์ศึกษาหรือเวชศาสตร์สิ่งแวดล้อม ซึ่งตนทราบข้อเรียกร้องว่าการตั้งศูนย์อาจจะไม่เพียงพอ ซึ่งต้องมีการสนับสนุนบุคลากรด้านการแพทย์ สาธารณสุขมาเพิ่มเติมต่อไป โดยกระทรวงสาธารณสุขยืนยันแล้วว่าจะตั้งสถาบันและอนุมัติอัตราเพื่อสนับสนุนสถาบันแห่งนี้และนี่คือการมุ่งแก้ปัญหาที่แท้จริง 3. การดูแลผลกระทบของประชาชนที่อาศัยอยู่ใกล้กับจุดประกอบอุตสาหกรรมคือการดำเนินการสร้างแนวป้องกันจำนวน 46 จุด โดยจะเร่งรัดให้แล้วเสร็จทั้งหมดภายในเดือนพ.ค. 2554 เพื่อให้ชุมชนในพื้นที่ใกล้เคียงได้รับการดูแลและป้องกัน
4.ต้องมีการทำระบบข้อมูลการเตือนภัยเพื่อติดตามเรื่องของระดับมลพิษให้ชัดเจน จึงมีโครงการติดตั้งป้ายที่สามารถตรวจสอบมลพิษตามความเป็นจริงจำนวน 12 จุด โดยกำลังเร่งให้เกิดในปีหน้าเช่นเดียวกัน เพราะการเตือนภัยที่ผ่านมาประชาชนไม่สามารถรับทราบอย่างทันท่วงที ดังนั้นจะต้องทำให้ประชาชนสามารถรับทราบทันทีที่มีความผิดปกติ ส่วนในด้านดูแลเรื่องคุณภาพชีวิต ความเป็นอยู่ของประชาชนนั้รูปธรรมของโครงการคือการโครงการด้านการประปา ส่วนโครงการอื่นก็กำลังตรวจสอบไม่ให้มีความซ้ำซ้อน
นายอภิสิทธิ์ กล่าวต่อไปว่า มี 3-4 ประเด็นที่ต้องทำงานต่อเนื่องเพื่อแก้ปัญหา คือ 1. เรื่องปัญหาขยะ แม้รัฐบาลจะอนุมัติโครงการ แต่ทางการปฏิบัติยังมีปัญหาเรื่องที่ยังไม่ได้มาตรฐาที่ควรจะเป็น ซึ่งกำลังเร่งดำเนินการข้อจำกัดต่างๆ 2. เรื่องของการมองภาพรวมระยะยาวโดยเฉพาะเรื่องผังเมือง ที่ทั้งประเทศเป็นปัญหามาก ดูได้จากปัญน้ำท่วม ที่ขาดการวางแผนและปฏิบัติตามผังเมืองอย่างเคร่งครัด ซึ่งที่มาบตาพุดมีการกำหนดว่าอุตสาหกรรมจะอยู่กับอยู่ชุมชุนอย่างไรก็มีปัญหาในการปฏิบัติ โดยเฉพาะในเรื่องของเขตกันชนต่างๆ 3. การจะป้องกันผลกระทบด้านมลพิษเราจะดูตามสถานการณ์ไม่พอ แต่จะต้องพิจารณาในภาพรวมถึงความสามารถของพื้นที่ในการรองรับอุตสาหกรรมบางประเภท ที่ยังค้างคามายาวนานยังไม่ได้ข้อยุติ ซึ่งตนเข้ามา 2 ปีติดตามเรื่องนี้ตลอดเวลา ก็มีรายงานเรื่องเทคนิคและวิชาการว่าสรุปผลการศึกษาการรองรับอุตสาหกรรมเป็นอย่างไร
“ผมปรึกษากับนายกอร์ปศักดิ์ว่าเราคงจำเป็นที่จะต้องเร่งหาข้อยุติกับเรื่องนี้โดยเร็ว และระหว่างที่ยังไม่ได้ข้อยุติน่าจะประกาศไม่ให้มีการขยายอุตสหากรรมบางประเภทจนกว่าผลการศึกษาจะเสร็จสิ้น ผมจะดูว่าอะไรที่เข้าข่ายไม่ให้ขยายการลงทุนเพิ่มเติมเพื่อสร้างคามมั่นให้ประชาชน”นายกฯ กล่าว
นายกฯ กล่าวอีกว่า สุดท้ายคือปัญหาที่เรื้อรังคือการบังคับใช้กฎหมาย เราเถียงกันว่าอยากได้มาตรฐานสิ่งแวดล้อม ทั้งที่ต่อให้มาตรฐานจะสูงขนาดไหนแต่ไม่มีประโยชน์หาหไม่มีการบังคับใช้ ต้องยอมรับว่าแม้ว่าผู้ประกอบการภาคธุรกิจจะปฏิบัติตามกฎหมายแต่ก็มีผู้ประกอบการบางส่วนไม่ได้ปฏิบัติตามกฎหมาย ไม่ทำตามมาตรฐาน ไม่ดำนินการตามข้อกำหนดของอีไอเอ โดยไม่ทำมาเป็นเวลานับสิบปี ดังนั้นการบังคับใช้กฎหมายต้องปรับตัวอย่างต่อเนื่อง ซึ่งกระทรวงอุตสาหกรรมต้องดำเนินการอย่างเคร่งครัดเพราะนั่นจะเป็นการทำลายความวางใจของประชาชนที่พึงมีต่อภาคธุรกิจ
“ผมไม่ปล่อยให้คนเอารัดเอาเปรียบกลุ่มหนึ่งมาทำให้ประชาชนเดือดร้อนและทำลายโอกาสของประชาชนที่เขาจะมีอาชีพมีงานทำ มีรายได้ ซึ่งเราต้องเข้มงวดกวดขันและดำเนินการต่อไป ซึ่งแนวคิดทั้งหลายที่รัฐบาลจะผลักดันอาจจะไม่ทำให้คนเห็นตรงกันได้ทั้งหมด แต่ผมมั่นใจว่าประชาชนที่สนใจการแก้ปัญหาให้การยอมรับแนวทางที่เราดำนินการมา ซึ่งรัฐบาลพร้อมรับฟังและปรับปรุงมาตรการต่อไป ผมอยากให้ความมั่นใจกับประชาชนว่าเรื่องที่ค้างคาจะเร่งรัดอย่างเต็มที่ ผมปรึกษากับนายกอร์ปศักดิ์แล้วว่าอะไรที่ทำยังไม่เต็ม 100% เราจะเติมเต็มในต้นปีหน้า เพื่อแก้ปัญหาเรื้อรังของชาวมาบตาพุดและระยอง อยากให้มั่นใจในความจริงจังของรัฐบาล และขอบคุณประชาชนที่อดทนและเข้าใจและให้ความร่วมมือในการให้แนวคิดที่เป็นประโยชน์ต่อการทำงานของเรา ซึ่งรัฐบาลมาที่นี่เพื่อร่วมสุขร่วมสร้างให้พี่น้องปะชาชน”นายอภิสิทธิ์ กล่าว
จากนั้นนายสุทธิ อัชฌาสัย แกนนำเครือข่ายประชาชนภาคตะวันออกได้เป็นตัวแทนยื่นข้อเรียกร้องของเครือข่ายกับมือของนายกรัฐมนตรี และต่อจากนั้นนายอภิสิทธิ์ เดินทางต่อไปยังวัดมาบตาพุด เพื่อเป็นประธานเปิดจุดบริการจ่ายน้ำประปาของชุมชนวัดมาบตาพุด ซึ่งนายกฯและผู้บริหารกาประปาส่วนภูมิภาคได้โชว์การดื่มน้ำประปาจากก๊อกประชาชนได้ชมด้วย และจากนั้นนายกฯเดินทางต่อไปยังศูนย์อาชีวะอนามัยและเวชศาสตร์ ต.มาบตาพุด เพื่อเป็นประธานในพิธีมอบรถตรวจสุขภาพเคลื่อนที่ โดยโอกาสนี้นายกฯได้ขึ้นเยี่ยมชมการสาธิตการตรวจสุขภาพประชาชนบนรถด้วย ช และภารกิจสุดท้ายนายกฯได้เดินทางไปยังพื้นที่เตรียมการจัดตั้งมหาวิทยาลัยเทคโนโลยีพระจอมเกล้าฯ วิทยาเขตระยอง ต.หนองละลอก อ.บ้านค่าย จ.ระยอง



