ข่าว

ระวังโรคเกิดจาก"ริ้นฝอยทราย"ระบาด

ระวังโรคเกิดจาก"ริ้นฝอยทราย"ระบาด

19 พ.ย. 2553

เตือนระวัง "โรคลิชมาเนีย" หลังพบผู้ป่วยเสียชีวิตไปแล้ว 1 ต้องสงสัยติดเชื้ออีก 3 ที่ จ. ตรัง มีพาหะจาก "ริ้นฝอยทราย" ลักษณะคล้ายยุงแต่ตัวเล็กกว่า หลังโดนกัดแผลจะเปื่อย เกิดโรคแทรกซ้อนในอวัยวะภายใน รักษาไม่ถูกวิธีอาจตายได้ใน 2 ปี

 กลายเป็นโรคติดเชื้อที่อุบัติใหม่ในวงการแพทย์ หลังพบผู้ที่มีร่องรอยติดเชื้อโรคลิชมาเนียเพิ่มขึ้นอีก 3 ราย เป็นเด็กชายอายุ 5 ขวบ อาศัยอยู่ในพื้นที่ ต.กะลาเส อ.สิเกา และเป็นหลานของหญิงสาววัย 28 ปี ซึ่งเสียชีวิตด้วยโรคเดียวกัน เมื่อวันที่ 16 กันยายน ที่ผ่านมา นอกจากนั้น ยังมีเด็กในละแวกบ้านอีก 2 ราย ที่มีร่องรอยติดเชื้อเช่นกัน ทำให้แพทย์ต้องติดตามเฝ้าระวังอย่างใกล้ชิด

 ล่าสุด เมื่อวันที่ 19 พฤศจิกายน นพ.ไพศาล เกื้ออรุณ รองนายแพทย์สาธารณสุขจังหวัดตรัง พร้อมด้วยเจ้าหน้าที่เฝ้าระวังควบคุมโรค และเจ้าหน้าที่ปศุสัตว์ตรัง ร่วมกันประชุมเฝ้าระวังป้องกัน และควบคุมโรคดังกล่าว

 นพ.ไพศาลกล่าวว่า โรคลิชมาเนีย ถือเป็นหนึ่งในห้าของโรคระบาดโดยการนำของแมลง ที่องค์การอนามัยโลกกำหนดไว้ และเป็นโรคติดเชื้ออุบัติใหม่ทางวงการแพทย์ ส่วนตัวพาหะนำเชื้อจะเป็นตัวริ้นฝอยทราย ลักษณะคล้ายยุงแต่ตัวเล็กกว่า โดยจะนำเชื้อโปรโตซัวที่เรียกว่า ลิชมาเนีย ทำให้แผลเปื่อยและเกิดโรคแทรกซ้อนในอวัยวะภายใน หากรักษาไม่ถูกวิธีอาจเสียชีวิตได้ภายในระยะเวลา 2 ปี อาการที่สังเกตชัด คือ ผู้ป่วยจะมีแผลเปื่อย มีไข้เป็นๆ หายๆ อ่อนเพลีย น้ำหนักลดลง ผิวสีคล้ำขึ้น 

 ส่วนแผลที่เป็นรอยกัดจะมีลักษณะเฉพาะ เป็นแผลขอบนูนแข็ง ข้างในเป็นสะเก็ดขาวๆ ปัจจุบันโรคดังกล่าวยังพบในกว่า 90 ประเทศทั่วโลก แม้จะมีจำนวนผู้ป่วยไม่มาก แต่ก็ต้องเฝ้าระวัง  เพราะบางประเทศก็เริ่มต้นจากผู้ป่วยที่มีเล็กๆ น้อยๆ และค่อยระบาดขยายเป็นวงกว้างจนมีผู้ป่วยนับร้อยราย ทำให้ปัญหาของโรคลุกลามรุนแรงขึ้นเป็นโรคประจำถิ่น

 ในประเทศไทย มีรายงานพบผู้ป่วยด้วยโรคนี้จนถึงปัจจุบันแค่เพียง 15 ราย พื้นที่ภาคใต้เท่าที่ได้รับรายงาน เคยพบผู้ป่วยใน จ.สงขลา และนครศรีธรรมราช สำหรับในปี 2553 พบผู้ป่วย 3 ราย รายแรกอยู่ จ.สตูล เมื่อเดือนกุมภาพันธ์ ส่วนรายที่ 2-3 อยู่ จ.ตรัง เมื่อเดือนมิถุนายน และเดือนพฤศจิกายน

 นพ.ไพศาลกล่าวว่า ผู้ป่วยรายที่ 2 ที่พบในปีนี้และต่อมาเสียชีวิตลงนั้น เป็นเพศหญิง อายุ 28 ปี ภูมิลำเนา ต.กะลาเส อ.สิเกา มีประวัติติดเชื้อลิชมาเนีย มาจากจังหวัดหนึ่งของประเทศไทย  หลังจากเดินทางไปทำงานเมื่อประมาณปี 2552 แม้จะพยายามรักษาที่โรงพยาบาลชุมชนหลายครั้ง แต่สุดท้ายก็เสียชีวิตที่โรงพยาบาลพระมงกุฎเกล้า กรุงเทพฯ ส่วนผู้ป่วยรายที่ 3 ของปีนี้ ซึ่งอยู่ใน จ.ตรัง เช่นกัน สำนักงานสาธารณสุขจังหวัดตรังได้ติดตามเฝ้าระวังโรคมาอย่างต่อเนื่อง แต่ยังไม่พบอาการป่วยที่รุนแรงเกิดขึ้นอย่างใด เช่นเดียวกับผู้ที่ต้องเฝ้าระวังอีก 3 ราย ซึ่งมีความใกล้ชิดกับผู้ป่วย 2 รายแรก ที่ต้องติดตามเฝ้าระวังโรคด้วยเช่นกัน

 รองนายแพทย์สาธารณสุขจังหวัดตรังกล่าวอีกว่า การประชุมหน่วยงานที่เกี่ยวข้องล่าสุดนั้น ได้สรุปผลการค้นหาแหล่งรังโรคในสัตว์ เช่น วัว สุกร แมว หนู และสำรวจค้นริ้นฝอยทรายพาหะนำโรคในหมู่บ้านของผู้เสียชีวิตรายแรกและผู้ป่วยเพิ่ม แม้จากการตรวจเลือดของสุกร แมว หนู ในพื้นที่ ไม่พบเชื้อลิชมาเนีย แต่ปศุสัตว์ก็จะตรวจเลือดวัวเพิ่มอีกครั้งเพื่อความชัดเจน พร้อมได้เตรียมเผชิญปัญหาด้วยการประสานงานร่วมกับหน่วยงานต่างๆ ไปตามแนวทางระบาดวิทยา และมั่นใจว่าจะสามารถควบคุมโรคนี้ได้โดยเร็ว ขณะนี้ได้ส่งเจ้าหน้าที่ลงพื้นที่ค้นหาผู้ป่วยเพิ่ม และทำความเข้าใจเพื่อไม่ให้เกิดความตื่นกลัว

 อนึ่ง โรคติดเชื้อลิชมาเนีย หรือลีสนาเนียซิส (Leishmaniasis) ยังไม่มีชื่อไทยอย่างเป็นทางการ เป็นโรคติดต่อ โดยมี "ริ้นฝอยทราย" เป็นพาหะนำโรค ริ้นฝอยทรายจะดูดเลือดสัตว์เป็นอาหาร ไปกัดสัตว์ที่มีเชื้อแต่ไม่แสดงอาการ จากนั้นนำเชื้อไปสู่คน ปกติพบโรคชนิดนี้ในแถบประเทศตะวันออกกลาง อินเดีย และปากีสถาน