
"เสนาะ"ยังไม่โล่งป.ป.ช.เล็งฟ้องแพ่ง
คำตัดสินของ "ศาลฎีกาแผนกคดีอาญาของผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง" ที่พิพากษายกฟ้องคดีทุจริตที่ดินสนามกอล์ฟอัลไพน์ กว่า 700 ไร่ คงทำให้ "เสนาะ เทียนทอง" หัวหน้าพรรคประชาราช นอนหลับได้เต็มตื่นสักที
หลังจากคดีนี้ถือเป็น "ฝันร้าย" ที่ทำให้ "ป๋าเหนาะ" ต้องนอนขวัญผวามาตลอดเวลานานนับปี เพราะวลีที่ว่า "ทุจริตที่ธรณีสงฆ์"
คดีนี้ คณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ หรือ ป.ป.ช. ยื่นฟ้อง "เสนาะ" อดีต รมช.0มหาดไทย กำกับดูแลกรมที่ดิน ฐานใช้อำนาจในตำแหน่งโดยมิชอบ ข่มขืนใจหรือจูงใจ เพื่อให้ได้มาซึ่งทรัพย์สิน ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 148 โดยคดีดังกล่าวมีอายุความ 20 ปี เนื่องจากความผิดมาตราดังกล่าวมีระวางโทษถึงขั้นประหารชีวิต
หากสังเกตคำพิพากษาของ "ศาลฎีกาแผนกคดีอาญาของผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง" เป็นการวินิจฉัยชี้ขาดข้อกฎหมายเรื่อง "อายุความ" โดยมิได้วินิจฉัยข้อเท็จจริง
ซึ่งคดีนี้ศาลมีข้อเท็จจริงพอที่จะวินิจฉัยได้โดยไม่จำเป็นต้องไต่สวนพยาน จึงมีคำสั่งให้งดการไต่สวน
นั่นแสดงว่าเอกสารพยานหลักฐานที่ "โจทก์" ยื่นฟ้องและที่ศาลมีอยู่นั้นเพียงพอที่จะวินิจฉัยชี้ขาดได้ไม่ต้องไต่สวนพยานเพิ่มเติม
แต่เมื่อทนายจำเลยยื่นคำร้องขอให้ศาลวินิจฉัยชี้ขาดข้อกฎหมายเบื้องต้นว่าคดีนี้ขาดอายุความหรือไม่ ทางองค์คณะได้ประชุมปรึกษาหารือกัน มีความเห็นว่า การฟ้องคดีอาญา ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 95 วรรคหนึ่ง กำหนดเรื่องความผิดที่ต้องระวางโทษประหารชีวิต จำคุกตลอดชีวิต หรือจำคุก 20 ปี ในคดีอาญา ถ้ามิได้ฟ้องและได้ตัวผู้กระทำความผิดมายังศาลภายในกำหนดนับแต่วันกระทำความผิด คดีเป็นอันขาดอายุความ
"...ขณะที่โจทก์ยื่นฟ้องเมื่อวันที่ 20 สิงหาคม 2553 อ้างว่าคดียังไม่ขาดอายุความ เนื่องจากหากนับการกระทำผิดการจดทะเบียนซื้อขายที่ดินอัลไพน์ วันสุดท้ายจะครบในวันที่ 21 สิงหาคม 2553 นั้น แต่ปรากฏว่าจำเลยมาปรากฏตัวต่อศาลในวันที่ 19 พฤศจิกายน ตามกำหนดนัดพิจารณาคดีครั้งแรก จึงถือว่าโจทก์ไม่ได้นำตัวผู้กระทำผิดมาส่งศาลเพื่อฟ้องคดีอาญาตั้งแต่วันที่ 21 สิงหาคม 2553 ตามที่อ้างว่าจะเป็นวันขาดอายุความ"
นั่นแสดงว่า ต้องนำตัว "เสนาะ" มายังศาลก่อนวันที่คดีนี้จะหมดอายุความในวันที่ 21 สิงหาคม 2553 แต่ปรากฏว่า "เสนาะ" เพิ่งมาปรากฏตัวต่อศาลในวันที่ 19 พฤศจิกายน จึงถือว่าโจทก์ไม่ได้นำตัวผู้กระทำผิดมาส่งศาลเพื่อฟ้องคดีอาญาตั้งแต่วันที่ 21 สิงหาคม 2553 ตามที่อ้างว่าจะเป็นวันขาดอายุความ ดังนั้นสิทธิ์การฟ้องคดีอาญาย่อมถูกระงับไป
ทำให้หลายฝ่ายที่อยากรู้ "ข้อเท็จจริง" รู้สึกเสียดายที่ไม่ได้ฟังคำวินิจฉัยของศาล เพราะคดีนี้เป็นคดีที่สร้างข้อกังขาให้แก่สังคม โดยเฉพาะ "พุทธศาสนิกชน"
สำหรับคดีจัดซื้อที่ดินสนามกอล์ฟอัลไพน์ในสำนวนของ "ป.ป.ช." ระบุว่า เมื่อวันที่ 12 กุมภาพันธ์ 2533 "เสนาะ" ได้ใช้อำนาจในฐานะ รมช.มหาดไทย กำกับดูแลกรมที่ดิน มีคำสั่งไม่อนุญาตให้วัดธรรมิการามวรวิหาร จ.ประจวบคีรีขันธ์ รับมรดกที่ดินดังกล่าว โดยให้โอนที่ดินให้แก่มูลนิธิมหามกุฏราชวิทยาลัย ซึ่งไม่ตรงตามเจตนารมณ์ของ "นางเนื่อม ชำนาญชาติศักดา" เจ้ามรดกที่ดินดังกล่าว ที่ได้ทำพินัยกรรมมอบที่ดินให้วัด
และจากการไต่สวนข้อเท็จจริง ในที่ดินตามพินัยกรรมดังกล่าวเป็นที่ธรณีสงฆ์หรือไม่ ปรากฏว่า "คณะกรรมการกฤษฎีกา" พิจารณาและเห็นว่า ที่ดินของ "นางเนื่อม ชำนาญชาติศักดา" ตกเป็นของวัดและเป็นที่ธรณีสงฆ์แล้ว
เนื่องจาก "นางเนื่อม" ได้ทำพินัยกรรมมอบที่ดินให้วัด เมื่อ "นางเนื่อม" เสียชีวิตลงต้องถือว่ามีผลตามพินัยกรรมทันที!
ต่อมา บริษัท อัลไพน์ เรียลเอสเตท จำกัด และบริษัท อัลไพน์ กอล์ฟ แอนด์ สปอร์ต คลับ จำกัด ได้ติดต่อขอซื้อที่ดินแปลงดังกล่าวจากมูลนิธิมหามกุฏราชวิทยาลัย ในราคา 142 ล้านบาท
จากการตรวจสอบปรากฏว่า บริษัททั้งสองแห่งมี นางอุไรวรรณ เทียนทอง ถือหุ้นอยู่ 3 แสนหุ้น มูลค่า 30 ล้านบาท, นายวิทยา เทียนทอง ถือหุ้นอยู่ 1.5 แสนหุ้น มูลค่า 15 ล้านบาท, นายชูชีพ หาญสวัสดิ์ ถือหุ้น 1.5 แสนหุ้น มาตั้งแต่วันที่ 23 มกราคม พ.ศ.2533 ซึ่งเป็นเวลาก่อนที่ "เสนาะ" จะไม่อนุญาตให้วัดรับที่ดินที่ได้มาตามพินัยกรรม
ต่อมามีการนำที่ดินแปลงนี้ไปจำนองในวงเงิน 220 ล้านบาท และในปี พ.ศ.2541 "พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร" เข้ามาขอซื้อสนามกอล์ฟอัลไพน์จาก "เสนาะ" ในราคา 500 ล้านบาท
แต่เมื่อ "ศาลฎีกาแผนกคดีอาญาของผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง" มีคำพิพากษาวินิจฉัยข้อกฎหมายดังกล่าวแล้ว ก็ต้องยอมรับ!
"วิชา มหาคุณ" กรรมการป.ป.ช. ในฐานะประธานคณะอนุกรรมการไต่สวนคดีสนามกอล์ฟอัลไพน์ ก็ยอมรับคำพิพากษาของศาล จากนี้ไปจะพิจารณาในประเด็นทางแพ่ง โดยการเรียกคืนที่ดินต่อไป เพราะคดีทางแพ่งไม่มีเรื่องอายุความ ระหว่างนี้รอคัดลอกคำวินิจฉัยของศาล ก่อนนัดประชุมกันต่อไป
"ในคดีเรื่องความผิดคงจบลงแค่นี้ และเห็นว่าต้นเหตุของคดีนี้เกิดจากปัญหาเรื่องอายุความ ทำให้การพิจารณาดำเนินคดีเอาผิดกับนักการเมืองสะดุดลง ซึ่ง ป.ป.ช.ได้เสนอขอแก้กฎหมายคดีทุจริตไม่มีอายุความ ซึ่งผ่านการพิจารณาในชั้นของวุฒิสภา และมีการตั้งคณะกรรมาธิการ่วม โดยในวันจันทร์นี้ที่ประชุมวุฒิสภาน่าจะมีความคืบหน้า กฎหมายนี้ ป.ป.ช.ได้เสนอเข้าสู่สภาเป็นเวลา 2 ปีแล้ว" กรรมการป.ป.ช.คนนี้กล่าว
หลังจากศาลฎีกาฯ ได้ยกฟ้อง "คดีทุจริตที่ธรณีสงฆ์" เนื่องจากขาดอายุความ ก็เกิดคำถามตามมาว่า "หน่วยงานไหน" ที่ปล่อยให้คดีนี้ที่มีอายุความ 20 ปี ขาดอายุความ!
เพราะในเรื่อง "ข้อเท็จจริง" ของคดีนี้ ที่ได้กล่าวมาตั้งแต่ต้น คงพอจะชี้บทสรุปได้ว่า ฉากจบของ "คดีขายที่ธรณีสงฆ์" จะลงเอยอย่างไร
น่าเสียดายแทนคนไทยทั้งประเทศจริงๆ ที่มีโอกาสเพียงแค่เกือบรู้ข้อเท็จจริง
แต่เมื่อช่องทางการฟ้องร้องคดีแพ่งเพื่อเรียกที่ดินคืนยังมีอยู่ ก็ต้องลุ้นกันต่อไป เพราะชาวพุทธนั้นเชื่อว่า ลงเมื่อเป็นที่ธรณีสงฆ์แล้ว ตกน้ำไม่ไหล ตกไฟไม่ไหม้แน่นอน
สมถวิล เทพสวัสดิ์



