
ปะ-ฉะ-ดะ...พิทักษ์ชล"ไมอามีไวซ์"...เจ้าพระยา
หลังจากชุดปฏิบัติการพิเศษเคลื่อนที่เร็วจู่โจม "ปะฉะดะ" ฝากฝีไม้ลายมือจนเป็นที่พึ่งให้ชาวบ้านที่อยู่บนท้องถนนให้รู้สึกปลอดภัยทันใจกันมาแล้ว ตอนนี้ถึงคิวชุดปฏิบัติการพิเศษชุด "พิทักษ์ชล" หรือ ชุดปะฉะดะทางน้ำ ที่ได้ออกมาพิทักษ์และกวาดล้างโจรขโมยที่ก่ออาชญากร
เมื่อตำรวจ "พิทักษ์ชล" กว่า 30 นาย จะคอยมาดูแลความสงบให้แก่พี่น้องสองฝั่งริมน้ำเจ้าพระยา จะคอยหมุนเวียนผลัดเปลี่ยนมาดูแลระหว่างแปดโมงเช้าถึงสี่โมงเย็น และผลัดที่สองตั้งแต่เวลาสี่โมงเย็นถึงเที่ยงคืน พอหลังจากเที่ยงคืนก็ ว.4 ตรวจไปตามท่าอื่นๆ ไปตรวจริมน้ำบ้าง ใต้สะพานบ้าง ซึ่งท่าที่รวมท่าเรือด่วนและเรือข้ามฟากนั้นมีประมาณ 10 กว่าท่า และเรือที่ใช้ในการปฏิบัติการจะเป็นเรือสองตอน ซึ่งจะมีตำรวจ ลำละ 3 นาย จำนวน 2 ลำ ส่วนเรือยนต์ตรวจการณ์ 150 แรงม้า ก็จะมี 4 นาย รวมนายตำรวจควบคุมอีก 1 นาย อีกหนึ่งลำ ตั้งแต่สะพานพระราม 6 ถึงสะพานกรุงธน ในเขตพื้นที่ความรับผิดชอบของ สน.บางโพ
"ชุดปะฉะดะทางน้ำนี้จะคอยถวายความปลอดภัยแด่พระบรมวงศานุวงศ์ และพระราชอาคันตุกะที่เสด็จผ่านในพื้นที่ ป้องกันปราบปรามอาชญากรรมในบริเวณแม่น้ำเจ้าพระยาและบริเวณริมฝั่งแม่น้ำ รวมทั้งให้บริการประชาชนตามท่าน้ำต่างๆ ตลอดจนช่วยเหลือประชาชนเวลาเกิดเหตุฉุกเฉินทางน้ำ" พ.ต.ท.เศรษฐพงษ์ จิตต์โกมุท สารวัตรอำนวยการสถานีตำรวจบางโพ และหัวหน้าชุดปฏิบัติการพิเศษชุดพิทักษ์ชล เผยภารกิจ
แต่กว่าที่จะมารวมตัวกันเป็นปะฉะดะทางน้ำนี้ พ.ต.ท.เศรษฐพงษ์ ยอมรับว่า ต้องใช้เวลาฝึกกันพอสมควร เนื่องจากเรือนั้นขับยากพอสมควร แถมยังต้องมียุทธวิธีในการสู้กับคลื่นจากเรือลำอื่น ก็มีการฝึกมีการสอนกันไป ขับเรือสองตอนมันจะต่างจากเรือยนต์ตรวจการณ์ซึ่งจะมีพวงมาลัยบังคับ แต่เรือสองตอนนั้นไม่ต้องใช้หางเสือบังคับ ในเรือจะมีชูชีพ วิทยุ ห่วงยาง โทรโข่งสัญญาณไฟต่างๆ เวลาขับกลางคืนก็จะมีไซเรน มีเสียงหวอไว้เปิด และภายในเรือต้องมีอุปกรณ์ต่างๆ ที่ใช้ช่วยเหลือประชาชนและปราบปรามโจรผู้ร้าย
นอกจากการปราบอาชญากรรมริมฝั่งแม่น้ำเจ้าพระยาแล้ว ชุดปฏิบัติการพิเศษชุดพิทักษ์ชลนั้นยังมีบริการเสริมคอยช่วยบริการประชาชนในเวลาที่เรือข้ามฟากหมดเวลาให้บริการด้วย
"เวลาที่เรือหมดเวลาให้บริการแล้ว แต่ยังมีประชาชนที่ยังไม่ได้กลับบ้าน เราจะคอยบริการประชาชนในช่วงเวลาหนึ่งทุ่มถึงสี่ทุ่ม เรือข้ามฟากจะมีอยู่สองที่ในเขต คือ เกียกกายไปท่าเรือวัดฉัตรแก้วจงกลณี ส่วนท่าเรือพายัพ ข้ามไปท่าน้ำวัดอาวุธฯ" พ.ต.ท.อำนาจ อินทรศวร สารวัตรใหญ่สถานีตำรวจบางโพ เสริมและย้ำว่า หากใครที่มีบ้านอยู่ริมน้ำ มีเหตุฉุกเฉินต้องการไปโรงพยาบาล สามารถแจ้งให้ศูนย์พิทักษ์ชลมาช่วยเหลือได้ที่หมายเลขโทรศัพท์ 0-2585-0638
ด้าน พล.ต.ต.วิชัย สังข์ประไพ ผบก.น.1 หรือ ผู้การแต้ม เล็งเห็นปัญหาอาชญากรรมที่เกิดขึ้นบริเวณริมน้ำเจ้าพระยา โดยเฉพาะเรื่องยาเสพติดบนเส้นทางน้ำและริมฝั่ง รวมทั้งแก๊งแมวน้ำที่คอยลักทรัพย์โดยจะพายเรือมาตอนกลางคืนมาลักทรัพย์พวกที่จอดเรือแล้วหลับ หรือพวกบ้านริมแม่น้ำเจ้าพระยา จึงจัด "หน่วยพิทักษ์ชล" ขึ้นมาเพื่อช่วยลดปัญหาเหล่านี้ได้
"เรือสองตอนที่ใช้อยู่นี้ ใช้เวลาในการต่อเรือประมาณ 2 เดือน ผมได้ลงไปช่วยออกแบบในการต่อเรือด้วย เรือชนิดนี้แตกต่างจากเรือทั่วไปเล็กน้อยตรงที่มันเร็วกว่าเรือตรวจการณ์ปกติ ประกอบกับแม่น้ำเจ้าพระยาบางช่วงน้ำแรง ซึ่งเรือลักษณะนี้สามารถวิ่งบนผิวน้ำได้ แถมเรือยังเล็กสามารถเข้าไปในซอกมุมบริเวณริมแม่น้ำเจ้าพระยาได้" ผู้การแต้ม บอกขณะดูชุดปะฉะดะทางน้ำเริ่มปฏิบัติหน้าที่
ส่วนแนวคิดเก๋ไก๋ของชุดสายตรวจปะฉะดะทางน้ำ เสื้อโปโลกับขาสั้นนั้น พล.ต.ต.วิชัย ยอมรับว่า เลียนแบบมาจากตำรวจไมอามี เพราะไมอามีเป็นเกาะใช้เรือเยอะ ชุดสายตรวจของเขาก็แต่งตัวแบบนี้ เมื่อเรามาลองทำแล้วดูสวยดี แถมทะมัดทะแทงและคล่องตัวดี
หากชาวริมน้ำเจ้าพระยาพบเรือสองตอนที่มีชายสวมเสื้อโปโลสีขาว กางเกงขาสั้นสีกรมท่า สวมหมวกแก๊ปสีน้ำเงินมีตราคำว่า "โปลิศ" สวมแว่นดำ ถุงเท้ารองเท้าผ้าใบสีขาว ใส่ชูชีพสีส้มอยู่บนเรือสองตอน ติดสัญญาณไฟไซเรน ขับแล่นไปมาบนลำน้ำเจ้าพระยา หากต้องการความช่วยเหลือหรือแจ้งเบาะแส กวักมือเรียกได้ (ฮา) เพราะพวกเขาคือ "หน่วยพิทักษ์ชล" หรือ ชุดปะฉะดะทางน้ำ ที่คอยปราบปรามอาชญากรทางน้ำ และสร้างความอุ่นใจปลอดภัยให้แก่ชาวบ้านริมฝั่งแม่น้ำเจ้าพระยานั่นเอง...
ทีมข่าวรายงานพิเศษ : เรื่อง
ธนชัย อินทรผกาวงศ์ :ภาพ



