ข่าว

วอนช่วยทารกหัวโตไม่มีตาจมูกปากแหว่ง

วอนช่วยทารกหัวโตไม่มีตาจมูกปากแหว่ง

02 เม.ย. 2552

หนูน้อยวัย 6 เดือน " น้องปุยฝ้าย " พิการศีรษะ ไม่มีจมูกตา ปากแหว่งเพดานโหว่ แม่วอนผู้ใจบุญช่วยรักษาให้หายเป็นปกติ เผยแรกคลอดหมอบอกไม่รอด แต่พยายามดูแลอย่างดีมาตลอด ประสาทรับรู้ทั่วไปปกติ รู้หิว-อิ่ม แขนขาปกติ แต่สุดทรมาน เพราะถุงน้ำในสมองแตก ร้องไห้อย่างเ

เมื่อเวลา 11.00 น. วันที่ 2 เมษายน 52 ที่โรงพยาบาลอุดรธานี นางสวา ภูเงิน อายุ 50 ปี อยู่บ้านเลขที่ 90 หมู่ที่ 2  ต.วังทอง อ.นาวัง จ.หนองบัวลำภู พร้อมด้วย นางพรพรรณ ผิวแก้ว อายุ 25 ปี ได้นำตัว ด.ญ.ปัณชิตา ดอนหมื่นสี อายุ 6 เดือน อยู่บ้านเดียวกัน ที่มีอาการพิการทางศีรษะ ตา และปากแหว่งเพดานโหว่ และไม่มีจมูก มารักษาตัวอยู่ที่โรงพยาบาลอุดรธานี โดยทันทีที่มาถึง แพทย์และพยาบาล ได้นำตัวเข้ารักษาในอาคารผู้ป่วยเด็ก

 นางสวา เล่าว่า เป็นย่าของ ด.ญ.ปัณชิตา ที่มีชื่อเล่นว่า “น้องปุยฝ้าย” โดยเมื่อแรกคลอดน้องปุยฝ้าย ก็เกิดมามีอาการพิการบริเวณใบหน้า และศีรษะ มีอาการทางตาด้านซ้าย ปากแหว่งเพดานโหว่ ไม่มีจมูก และที่ศีรษะมีลักษณะคล้ายลูกแตงโม ด้านบนมีถุงน้ำ แต่น้องปุยฝ้ายสามารถที่จะดื่มนมรับประทานอาหารได้ตามปกติและสามารถที่จะรับรู้ความรู้สึกต่างๆ ได้เป็นปกติเช่น ได้ยินทางหู และร้องไห้ เมื่อรู้สึกหิว ส่วนร่างกายแขนขา ลำตัว  สมอง ทั้งหมดมีความเป็นปกติทุกอย่าง

 นางพรพรรณ แม่ของน้องปุยฝ้าย กล่าวว่า มีอาชีพค้าขายเล็ก ๆ น้อย ๆ อยู่ที่ อ.นาวัง จ.หนองบัวลำภู แต่งงานกับสามี ชื่อนายปัญญา ดอนหมื่นสี อายุ 32 ปี มาได้กว่า 5 ปี น้องปุยฝ้าย เป็นลูกคนที่ 2 ส่วนคนแรก เป็นชายอายุได้ 4 ปีร่างกายครบ 32 ปกติทุกอย่าง จนเมื่อตั้งท้องน้องปุยฝ้าย และคลอดเมื่อวันที่ 7 สิงหาคม 2551 ที่โรงพยาบาลหนองบัวลำภู ก็พบว่าบริเวณใบหน้า และศีรษะผิดปกติ หมอบอกว่ามีถุงน้ำในสมอง ซึ่งตอนนั้นหมอบอกว่าน้องปุยฝ้ายน่าจะไม่รอด แต่เมื่อตนพักฟื้นจนแข็งแรง จึงออกจากโรงพยาบาลและนำลูกมาเลี้ยงดูที่บ้าน
 
 “ฉันได้เลี้ยงลูกคนนี้มาเรื่อย ๆ ด้วยความรักลูก โดยพาไปให้หมอดูอาการตลอด ซึ่งที่ผ่านมา ลูกสาวก็ใช้ชีวิตแบบปกติ จนมาถึงเมื่อเช้า ถุงน้ำในสมองแตก มีอาการร้องไห้ตลอดเวลา จึงนำลูกมาที่โรงพยาบาลหนองบัวลำภู แต่หมอที่นั่นบอกว่า ไม่สามารถรักษาได้ และส่งตัวมาที่โรงพยาบาลศูนย์อุดรธานี แต่เมื่อหมอที่อุดรธานี เห็นอาการของลูก ก็บอกว่า ต้องให้ทางโรงพยาบาลหนองบัวลำภู ส่งไปรักษาต่อที่โรงพยาบาลศรีนครินทร์ จ.ขอนแก่น เพราะมีแพทย์ผู้เชี่ยวชาญ และมีความพร้อมเรื่องเครื่องไม้เครื่องมือมากกว่า ”นางพรพรรณกล่าว
 
 นางพรพรรณ กล่าวอีกว่า ชีวิตที่เป็นอยู่อย่างนี้ แม้ครอบครัวจะยากจน ประกอบอาชีพค้าขายหาเงินใช้ไปวัน ๆ แต่ก็รักลูกมาก ไม่อยากให้เขาต้องจากไป จึงอยากจะขอวอนผู้ใจบุญ ได้โปรดให้ความช่วยเหลือน้องปุยฝ้ายด้วย เพื่อที่จะได้รักษาตัวให้เขาได้มีโอกาสหายเป็นปกติ เหมือนอย่างเด็กทั่วไป

 ด้านนายแพทย์พิชาติ ดลเฉลิมยุทธนา  ผู้อำนวยการโรงพยาบาลอุดรธานี เปิดเผยว่า ทางโรงพยาบาลหนองบัวลำภู ได้ส่งตัวน้องปุยฝ้ายมาให้โรงพยาบาลศูนย์อุดรธานี ทำการรักษา แต่จากการตรวจพบมีอาการผิดปกติหลายอย่าง และถุงน้ำในสมองแตก จะต้องมีแพทย์ผู้เชี่ยวชาญทางด้านศัลยกรรมเด็ก เข้ามาดูแลในการรักษาตัวอย่างเร่งด่วนและต่อเนื่อง

 แต่เครื่องมือการรักษาของโรงพยาบาลมีไม่พร้อม จึงต้องให้ทางโรงพยาบาลหนองบัวลำภู ส่งตัวน้องปุยฝ้ายไปรักษาที่โรงพยาบาลศรีนครินทร์ จังหวัดขอนแก่น เพราะมีแพทย์ที่ชำนาญ และ อุปกรณ์ทางการแพทย์ที่พร้อมกว่า

 ล่าสุด ทางโรงพยาบาลหนองบัวลำภู ได้ส่งตัวน้องปุยฝ้ายมาที่ โรงพยาบาลศรีนครินทร์แล้ว