ข่าว


เสียดาย

เสียดาย

20 พ.ย. 2553

เรียบร้อยช้อยเก็บฉากไปแล้วครับสำหรับขุนพลนักเตะทีมชาติไทยที่สร้างปาฏิหาริย์ไม่สำเร็จพ่าย “ซามูไร” ญี่ปุ่น 0-1 ร่วงตกรอบ 8 ทีมสุดท้ายไปตามความคาดหมาย แต่ก็ถือว่าน่าเสียดายไม่ใช่น้อย


 ที่น่าเสียดายเพราะดูมาตรฐานของฟุตบอลเอเชี่ยนเกมส์ครั้งนี้แล้ว หากทีมชาติไทยเตรียมทีมดีๆ คัดนักเตะดีๆ มาเล่น ทีมคงไม่ยุติเส้นทางแค่รอบนี้แน่
 ไม่ได้เป็นการ “กระทืบซ้ำ” แต่อย่างใดนะครับ ตั้งแต่ก่อนมา “กวางโจวเกมส์” ผมเคยทั้งติ และเตือนแนวทางของทีมชาติไทยชุดนี้มาตลอด
 ถึงตรงนี้ก็ยังกล้าพูดคำเดิมว่า นี่ไม่ใช่ทีมที่ดีที่สุดของทีมชาติไทยในระดับอายุไม่เกิน 23 ปี
 ผลงานในสนามก็เห็นๆ กันอยู่ว่านักเตะคนไหนชั้นถึงหรือไม่ถึง ตรงนี้คงไม่ต้องบอกชื่อกันเดี๋ยวจะหากว่าเป็นการฆ่ากันเปล่าๆ
 แต่ใครที่ดูฟุตบอลเป็น และคนที่ดูฟุตบอลลีกของไทยมามากก็น่าจะขัดอกขัดใจต่อการเลือกตัวของ “ร็อบโบ้” ไบรอัน ร็อบสัน
 นักเตะบางคนเล่นในระดับสโมสรยังเป็นแค่ตัวสำรอง แต่ “ร็อบโบ้” ดันเลือกมาติด แถมส่งลงเป็น 11 ตัวจริงอีกต่างหาก
 บางคนลงเล่นในลีกไม่ถึง 10 เกม หรือบางรายเพิ่งจะเจ็บกลับมาได้ไม่กี่เดือน แต่ดันมีชื่อติดในทีมชาติไทยชุดนี้
 ส่วนคนที่โชว์ฟอร์มเด่นในลีกชนิดเป็นตัวจริงในสโมสร และเป็นที่ยอมรับของคนในวงการฟุตบอลทั้งนักเตะและคนดูกลับไม่มีชื่อติดโผ
 นักเตะอย่าง จักรพันธ์? แก้วพรม, อาลีฟ เปาะจิ, ณธฤกษ์ ธรรมรสโสภณ, ปิยพล บรรเทา และ ชัยณรงค์ ทาทอง ตกสำรวจแบบน่าเขกกะโหลกคนเลือกตัว
 ชื่อของนักเตะเหล่านี้เคยถูกเสนอผ่านทางสื่อ และคนใกล้ชิดของ “ร็อบโบ้” อยู่ตลอด แต่กุนซือชาวอังกฤษก็ไม่สนใจไยดี
 “ตาถั่ว” หรือไม่ คิดกันเอาเอง แต่ถ้าว่ากันตามจริงก็ต้องบอกว่าไม่แปลก เพราะ “ร็อบโบ้” ไปเกาะขอบสนามดูลีกแค่ไม่กี่นัดคงมีความรู้เรื่องนักเตะไทยแค่น้อยนิด
 “ร็อบโบ้” เพิ่งจะมาเร่งดูเกมลีกในช่วงค่อนท้ายฤดูกาล เนื่องจากก่อนหน้านั้นติดภารกิจอีกจ๊อบเป็น “ทูตของแมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด”
 การเลือกตัวเลยเหมือน “กบในกะลา” เมื่อคู่ซี้อย่าง “สาดตีฟ” สตีฟ ดาร์บี้ แนะนำมายังไงก็ตามนั้น
 เมื่อบทสรุปคือผลงานไม่เข้าตามเป้าหมายที่รอบ 4 ทีมสุดท้าย “ร็อบโบ้” ก็ต้องรับผิดชอบไปเต็มๆ ล่ะครับ
 แต่ สมาคมฟุตบอลไทย ก็คงลอยตัวจากความล้มเหลวของทีมไทยไม่ได้ เพราะเหตุมันมาจากนโยบายบริหารที่ผิดพลาดด้วย
 การอนุมัติโควตาผู้เล่นต่างชาติแบบ 7 ลง 5 ทำให้นักเตะไทยระดับอายุไม่เกิน 23 ปีไม่มีเวทีแจ้งเกิดและพัฒนาฝีเท้าของตัวเอง
 ดาวรุ่งจากลีกแทบไม่มีให้เห็น บางรายแค่ของปลอมแต่ “ร็อบโบ้” ดันชอบ ส่วนนักเตะที่เคยดีพอมาเจอกฎเอื้อแข้งต่างชาติ ตัวเองเลยฟอร์มตกเพราะไม่ได้ลงเล่น
 การวางโปรแกรมภายในประเทศแบบเน้นแค่ผลประโยชน์พวกพ้องจนเกมลีกถูกเลื่อน และทีมชาติมีเวลาซ้อมแค่ 3 วันก่อนมาจีนก็ถือว่าความผิดพลาดแบบไม่น่าให้อภัย
 สมาคมฟุตบอลมาประกาศอัดฉีดนัดละล้านครึ่งล้านก็ไม่มีประโยชน์ สู้ยอมทิ้งเงินจากที่จะได้จากการจัดฟุตบอลบางรายการแล้วให้ทีมชาติมีเวลาซ้อมมากกว่านี้ยังจะดีกว่า
 คิดแล้วก็น่าเสียดาย หากเราบริหารจัดการที่ดี วางแผนเตรียมทีมให้ดี คัดนักเตะดีๆ ที่คู่ควรกับคำว่าทีมชาติไทยมาเล่น ผมว่าเรามีโอกาสได้ลุ้นถึงชิง
 น่าเสียดายที่ใครบางคนคิดไม่ได้เสียทีว่า ผลประโยชน์ของประเทศชาติสำคัญกว่าพวกพ้องและตัวเอง
 ไม่งั้นฟุตบอลไทยเจริญไปนานแล้วครับ