
โยนประทัดม็อบแดงราชประสงค์จยย.เจ็บ1
มือป่วนโยนประทัดใส่เสื้อแดงช่วงสลายตัวจยย.รับจ้างเจ็บ 1 ราย ศอฉ.สั่งห้ามขายแจกมีสินค้าก่อความแตกแยกโทษคุก2ปีปรับไม่เกิน4หมื่น "นายกฯ"สั่งเจ้าหน้าที่รัดกุมในการดูแลเสื้อแดงชุมนุมเย็นนี้ สั่งฟ้อง114 พันธมิตรหลังผบ.ตร.ตีกลับให้ลงความเห็น "สุเทพ"ระบุนายกฯยัง
เมื่อเวลา 11.30 น. วันที่ 19 พ.ย. 2553 พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา ผู้บัญชาการทหารบก ในฐานะหัวหน้าผู้รับผิดชอบการแก้ไขสถานการณ์ฉุกเฉิน มีคำสั่งเพื่อควบคุมการชุมนุมของกลุ่มแสดงออกทางการเมืองในวันที่ 19 พ.ย. 2553 ตามคำสั่งศูนย์อำนวยการแก้ไขสถานการณ์ฉุกเฉิน ที่ 141/2553 เรื่อง ให้พนักงานเจ้าหน้าที่ที่มีอำนาจ ออกคำสั่งยึด หรือ อายัด สินค้าหรือวัตถุอื่นใดที่ก่อให้เกิดความแตกแยก ทั้งนี้ตามที่ได้มีประกาศสถานการณ์ฉุกเฉินที่มีความร้ายแรงในเขตท้องที่ กรุงเทพมหานคร จ.นนทบุรี จ.สมุทรปราการ จ.ปทุมธานี
เพื่อให้เกิดการดำเนินการของพนักงานเจ้าหน้าที่ในการป้องกันไม่ให้เกิดเหตุการณ์ร้ายแรงมากขึ้น และเพื่อความเสริมสร้างให้เกิดความเชื่อมั่นต่อการดำเนินการของเจ้าหน้าที่รัฐ โดยมุ่งนำสังคมกลับเข้าสู่ความสงบสุข จึงมีความจำเป็นที่หัวหน้าผู้รับผิดชอบในการแก้ไขสถานการณ์ฉุกเฉิน ต้องออกคำสั่งห้ามและให้พนักงานเจ้าหน้าที่กระทำการใดเทาที่จำเป็นแก่การรักษาความมั่นคงของรัฐ และความปลอดภัยของประชาชนอาศัยอำนาจตามข้อ 3 และข้อ 6 แห่งประกาศตามมาตรา 11 แห่ง พ.ร.ก. บริหารราชการในสถานการณ์ฉุกเฉิน พ.ศ.2548 หัวหน้าผู้รับผิดชอบในการแก้ไขสถานการณ์ฉุกเฉิน จึงออกคำสั่งดังนี้
1.ห้ามบุคคลใดมีไว้ครอบครอง หรือมีไว้เพื่อการจำหน่ายจ่ายแจก ซึ่งสินค้าเสื้อผ้า เครื่องอุปโภคบริโภคหรือวัตถุอื่นใดที่มีการพิมพ์ เขียน วาดภาพ ถ่ายภาพ หรือวิธีอื่นใดที่ทำให้ปรากฏความหมายในลักษณะยั่วยุ ปลุกระดม สร้างความปั่นป่วน หรือก่อให้เกิดความแตกแยกในหมู่ประชาชนโดยทั่วไป หรือเพื่อการกระทำหรือสนับสนุนการกระทำให้เกิดสถานการณ์ฉุกเฉิน
2.ให้พนักงานเจ้าหน้าที่ที่มีอำนาจออกคำสั่งยึดหรืออายัด สินค้าเสื้อผ้า เครื่องอุปโภคบริโภค หรือวัตถุอื่นใด ตามข้อ 1 โดยให้มีอำนาจกระทำการเท่าที่จำเป็นแก่การรักษาความมั่นคงของรัฐ หรือความปลอดภัยของประชาชน
3.ให้พนักงานเจ้าหน้าที่ชั้นสัญญาบัตรหรือเทียบเท่าเป็นผู้ดำเนินการตามคำสั่งนี้ 4. ผู้ใดฝ่าฝืนข้อห้ามคำสั่งนี้ ต้องระวางโทษจำคุกไม่เกิน 2 ปี หรือปรับไม่เกิน 40,000 บาท หรือทั้งจำทั้งปรับ ทั้งนี้ตามที่บัญญัติไว้ในมาตรา 18 แห่งพระราชกำหนดการบริหารราชการในสถานการณ์ฉุกเฉิน พ.ศ.2548
"นายกฯ"สั่งเจ้าหน้าที่รัดกุมในการดูแลเสื้อแดงชุมนุมเย็นนี้
นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ นายกรัฐมนตรี ให้สัมภาษณ์ที่พรรคประชาธิปัตย์ ถึงการชุมนุมของกลุ่มคนเสื้อแดงในหลายจุดวันนี้ว่า ไม่มีอะไรเป็นพิเศษ ซึ่งเจ้าหน้าที่จะต้องดูแลอย่างรัดกุม แต่เบื้องต้นก็ไม่ได้มีอะไรเป็นปัญหา สำหรับจำนวนผู้ชุมนุมนั้นทางรัฐบาลก็มีการประเมิน แต่ไม่สามารถบอกได้เพราะไม่ว่าจะบอกว่ามีจำนวนมากหรือน้อยก็จะเป็นปัญหา
เมื่อถามว่าเกรงว่าจะมีมือที่สามสวมรอยก่อเหตุหรือไม่ นายอภิสิทธิ์ กล่าวว่า ทุกครั้งที่มีการชุมนุมเราก็มีความเป็นห่วง แล้วก็ขอความร่วมมือหากมาด้วยเจตนาจะแสดงออกตามรัฐธรรมนูญก็ขอให้นร่วมมือกับเจ้าหน้าที่ในการดูแลให้เกิดความเรียบร้อย ซึ่งขณะนี้ก็มีการประสานงานและเท่าที่ทราบก็ประสานงานกันดีอยู่
เสื้อแดงชุมนุมราชประสงค์ถึง1ทุ่มสลาย
ผู้สื่อข่าวรายงานการชุมนุมของกลุ่มนปช.ที่บริเวณสี่แยกราชประสงค์ของกลุ่มคนเสื้อแดงว่า ได้ล้นทะลักออกมาตามแนวถนนพระราม 1 ทำให้รถที่จะมุ่งหน้าไปห้างสรรพสินค้าพารากอนมีการตกค้างที่ ถ.พระราม 1 ซึ่งเมื่อเวลา 16.45 น. พล.ต.ต.วิชัย สังข์ประไพ ผบก.น.1 ได้กล่าวผ่านเครื่องขยายเสียงว่า ขอให้ประชาชนที่อยู่แนว ถ.พระราม 1 เปิดทางให้รถได้ผ่านไปได้
จากนั้นเวลา 17.00 น. แกนนำนปช.ประกอบด้วย นายจตุพร พรหมพันธุ์ นายวรวุฒิ วิชัยดิษฐ์ และนายสมยศ พฤกษาเกษมสุข เดินทางมาที่สี่แยกราชประสงค์ จากนั้นนายจตุพร ได้ขึ้นรถขยายเสียงของเจ้าหน้าที่ตำรวจกล่าวกับผู้ชุมนุมว่า ขอให้ประชาชนที่มาร่วมรำลึกเหตุการณ์สลายชุมนุมถึงเวลา 19.00 น. และขอให้แยกย้ายกันกลับเพื่อไม่ให้ตกเป็นเครื่องมือของฝ่ายที่จ้องก่อกวน แต่หากยังมีกลุ่มเสื้อแดงในพื้นที่อยู่ ก็จะใช้วิธีขอร้องและอยากให้กลุ่มนปช.นำเวลาไปใช้กับกิจกรรมอื่นด้วย
โยนประทัดใส่ม็อบแดงราชประสงค์เจ็บ1
เมื่อเวลา 19 .20 น. ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ได้เกิดเหตุมือป่วนโยนประทัด บริเวณหน้าโรงแรมแกรนด์ ไฮแอท เอราวัณ ถนนราชดำริ แขวงลุมพินี เขตปทุมวัน กทม. ระหว่างมีการชุมนุมของกลุ่มคนเสื้อแดง ปรากฏว่าได้มีคนร้ายเป็นชาย 2 คน ไม่สวมหมวกกันน็อก ขี่รถจักกรยานยนต์ยี่ห้อ ฮอนด้าเวฟ สีดำ ไม่ทราบแผ่นป้ายทะเบียน ระหว่างกำลังขี่มอเตอร์ไซด์มุ่งหน้าไปทางสวนลุมพินี คนร้ายที่นั่งซ้อนท้ายรถมอเตอร์ไซด์คันดังกล่าว ได้โยนกระจับ (ประทัด) ไปยังถนนฝั่งตรงข้าม ซึ่งต่อมากระจับดังกล่าวได้โยนไปกระทบกับหม้อแปลงไฟฟ้า เป็นเหตุให้รถมอเตอร์ไซด์รับจ้าง เสื้อวินเบอร์ 19 วิ่ง เขตราชเทวี ซึ่งวิ่งรถส่งคนเสื้อแดงอยู่ภายในม็อบ ขับขี่ตามท้ายรถคันดังกล่าวมาโดยมีผู้โดยสารซ้อนท้าย ถูกสะเก็ดกระจับดังกล่าว ทำให้รถคว่ำลง
ทราบชื่อคนขี่มอเตอร์ไซด์ต่อมาคือ นายฉลวย รุ่งรัตน์ อายุ 41 ปี เบื้องต้น มีอาการจุกที่หน้าท้อง บาดเจ็บบริเวณขาข้างขวา และชายโครง หูทั้งสองข้างอื้อ และเปิดเผยว่า ได้รับผู้โดยสารมาจากในม็อบใกล้เคียงกับห้างเกสรพลาซ่า โดยผู้โดยสารเป็นหญิงเรียกให้ไปส่งที่สถานนีรถไฟฟ้าสวนลุมพินี กระทั่งขับมาถึงบริเวณดังกล่าว ไม่ทราบว่าเกิดอะไรขึ้น ยินเสียงดังคล้ายระเบิด รถจึงเสียหลักล้มลง หลังเกิดเหตุ ผู้เดินสารที่ซ้อนท้ายตนมาได้เดินจากไปเลย ซึ่งตนไม่ทันได้ถามว่าบาดเจ็บอะไรบ้าง ส่วนเองไม่ได้บาดเจ็บอะไรมากมาย
สั่งฟ้อง114 พันธมิตรหลังผบ.ตร.ตีกลับให้ลงความเห็น
ที่ บก.ป. พล.ต.ท.สมยศ พุ่มพันธุ์ม่วง ผู้ช่วย ผบ.ตร. ในฐานะหัวหน้าคณะพนักงานสอบสวนคดีกลุ่มพันธมิตรประชาชนเพื่อประชาธิปไตยชุมนุมปิดสนามบินดอนเมือง และสนามบินสุวรรณภูมิ กล่าวภายหลังเรียกประชุมพนักงานสอบสวนว่า ตามที่คณะพนักงานสอบสวนได้สรุปสำนวนการสอบสวนทั้งหมดเสนอต่อ พล.ต.อ.วิเชียร พจน์โพธิ์ศรี ผบ.ตร. เพื่อให้วินิจฉัยสั่งคดีว่าจะสั่งฟ้องหรือไม่นั้น พล.ต.อ.วิเชียร ได้ส่งสำนวนกลับมาเพื่อให้คณะพนักงานสอบสวนมีความเห็นทางคดีในเบื้องต้นซึ่งจากการประชุมคณะพนักงานสอบสวนมีความเห็นเป็นเอกฉันท์เห็นควรสั่งฟ้องผู้ต้องหาทั้งหมด ส่วนจะมีความเห็นทางคดีอย่างไรหรือใช้เวลาในการพิจารณาเท่าไรนั้นเป็นอำนาจโดยตรงของ พล.ต.อ.วิเชียร
ผู้สื่อข่าวรายงานว่า คณะพนักงานสอบสวนมีความเห็นส่งฟ้องผู้ต้องหาในคดีนี้ทั้งหมด 114 คน แต่ยังมีผู้ต้องหาอีก 23 คนที่ศาลอนุมัติหมายจับไว้แล้วแต่อยู่ระหว่างการติดตามจับกุม
"สุเทพ"ระบุนายกฯยังไม่แบ่งงานดูความมั่นคงหรือไม่
นายสุเทพ เทือกสุบรรณ รองนายกรัฐมนตรี เดินทางมายังทำเนียบรัฐบาล เพื่อรอเข้าเฝ้าฯถวายสัตย์ปฏิญาณตนก่อนเข้ารับตำเเหน่งที่โรงพยาบาลศิริราชในเวลา17.30น.โดยนายสุเทพได้ลงจากรถยนต์ประจำตำเเหน่งด้วยสีหน้ายิ้มเเย้มเเละยกมือชูห้านิ้วทักทายสื่อมวลชน โดยนายสุเทพกล่าวว่า "ขอห้าข้อ ห้ามเสียดสี ห้ามยั่วยุ ห้ามเยาะเย้ย ห้ามถากถางเเละห้ามยียวน ตนเพิ่งเป็นส.ส.ใหม่"
เมื่อถามว่า จะใช้ห้องทำงานเดิมหรือไม่(ชั้น5ตึกบัญชาการ1) นายสุเทพกล่าวว่าจะใช้ห้องทำงานเดิม ต่อข้อถามที่ว่าจะดูเเลงานความมั่นคงต่อไปหรือไม่ นายสุเทพกล่าวว่า ไม่ทราบ เเล้วเเต่นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ นายกรัฐมนตรี เพราะนายกฯยังไม่ได้ตั้ง
“บวรศักดิ์”ร่อนหนังสือแจ้งสื่อลาออกจากปธ.กก.สอบคลิป
ผู้สื่อข่าวรายงานว่าในวันนี้ (19 พ.ย.) ได้มีผู้ส่งโทรสารหนังสือลาออกของนายบวรศักดิ์ อุวรรโณ เลขาธิการสถาบันพระปกเกล้า จากการเป็นประธานกรรมการตรวจสอบข้อเท็จจริงกรณีคลิปวิดีโอเกี่ยวกับศาลรัฐธรรมนูญที่เผยแพร่ทางเว็บไซต์ยูทูป และสื่ออื่น ๆ ไปยังสำนักงานสื่อมวลชนต่าง ๆ โดยให้เหตุผลว่า “ในขณะที่ทาบทามให้ทำหน้าที่ดังกล่าวกระผมไม่ทราบว่าต้องสอบสวนให้แล้วเสร็จใน 30 วัน เนื่องจากขณะนี้กระผมมีภาระกิจค่อนข้างมากอันอาจส่งผลกระทบให้รายงานต่อท่านไม่ทันภายใน 30 วัน ดังนั้นกระผมจึงขอลาออก” ทั้งนี้เอกสารดังกล่าวใช้หัวกระดาษของสถาบันพระปกเกล้าและลงลายมือชื่อนายบวรศักดิ์



