ข่าว

มติปชป.ส่งอภิรักษ์เลือกตั้งซ่อมกทม.

มติปชป.ส่งอภิรักษ์เลือกตั้งซ่อมกทม.

19 พ.ย. 2553

“บัญญัติ”นั่งหัวโต๊ะเคาะชื่อผู้สมัครเลือกตั้งซ่อมให้กก.บห.ฟันธง มติกก.บห.ปชป.ส่งเลือกตั้งซ่อมส.ส. “ กทม.-ขอนแก่น ” “ มาร์ค ” อุ้ม “ อภิรักษ์ ” อ้างทำหน้าที่ส.ส.ในฐานะฝ่ายนิติบัญญัติได้ยันยังถือเป็นผู้บริสุทธิ์ ลั่นหากถูกตัดสินว่ามีความผิดพร้อมจ่ายค่าเลื

เมื่อเวลา 10.30 น.วันที่ 19 พ.ย. ที่ห้องประชุมชั้น 2 อาคารม.ร.ว.เสนีย์ ปราโมช พรรคประชาธิปัตย์ มีการประชุมคณะกรรมการคัดเลือกผู้สมัครรับเลือกตั้งของพรรคโดยมีนายบัญญัติ บรรทัดฐาน กรรมการสภาที่ปรึกษาพรรคประชาธิปัตย์ เป็นประธานในที่ประชุม ทั้งนี้คณะกรรมการคัดเลือกผู้สมัครต่างเข้าร่วมประชุมโดยพร้อมเพียงประกอบด้วย นายสุเทพ เทือกสุบรรณ นายอภิรักษ์ โกษะโยธิน  นายอลงกรณ์ พลบุตร นายเทอดพงษ์ ไชยนันทน์ นายนิพนธ์ พร้อมพันธุ์ นายวิฑูรย์ นามบุตร นายธีระ สลักเพชร และนายชำนิ ศักดิเศรษฐ์ ขณะที่นายองอาจ คล้ามไพบูลย์ รัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรี ก็ได้เดินทางมาร่วมสังเกตุการณ์ด้วย โดยใช้เวลาในการหารือประมาณ 1 ชั่วโมง จากนั้นในเวลา 11.30 น.จึงได้ส่งรายชี่อให้กับที่ประชุมคณะกรรมการบริหารพรรคที่มีนายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ นายกรัฐมนตรี ในฐานะหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์เป็นประธาน พิจารณาในขั้นตอนสุดท้าย

 จากนั้นเวลา 12.45 น.นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ นายกรัฐมนตรี ในฐานะหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ แถลงภายหลังการประชุมคณะกรรมการบริหารพรรคว่า คณะกรรมการบริหารพรรคมีมติส่งผู้สมัครรับเลือกตั้งซ่อมส.ส.เขต 2 กทม.คือนายอภิรักษ์ โกษะโยธิน อดีตผู้ว่าฯกทม. ซึ่งปัจจุบันทำหน้าที่ที่ปรึกษาของตน แต่จะลาออกจากทุกตำแหน่งเพื่อไปลงสมัครรับเลือกตั้งซ่อมในวันนี้( 19 พ.ย.) ส่วนเขต 2 จ.ขอนแก่นคือนายอธิปปรัชญ์ ทัดพิชญางกูร ซึ่งเป็นข้าราชการครู เป็นผู้บริหารด้านการศึกษาที่จ.ขอนแก่นมาเกือบ 6 ปี ตนยืนยันว่าผู้สมัครทั้ง 2 คนพรรคพิจารณาจากประวัติการทำงาน ความรู้ความสามารถ ความมุ่งมั่น และความพร้อมในการที่จะรับใช้ประชาชน

 ผู้สื่อข่าวถามว่า คดีรถและเรือดับเพลิงของนายอภิรักษ์นั้นเรียบร้อยแล้วใช่หรือไม่ นายอภิสิทธิ์กล่าวว่า เรื่องของคดีนั้นอยู่ระหว่างการพิจารณาของปปช. ซึ่งเท่าที่ตนติดตามคือคณะกรรมการพิจารณาร่วมระหว่างอัยการและปปช.นั้นยังไม่มีข้อยุติ อยากทำความเข้าใจเกี่ยวกับเรื่องนี้ว่า นายอภิรักษ์ขณะที่ดำรงตำแหน่งผู้ว่าฯ กทม.เมื่อถูกชี้มูลตามกฎหมายก็ได้หยุดปฏิบัติหน้าที่ ซึ่งนายอภิรักษ์เห็นว่าการหยุดปฏิบัติหน้าที่นั้นไม่เป็นธรรมกับคนกทม.จึงตัดสินใจลาออกจากตำแหน่ง จนถึงวันนี้เกือบ 2 ปีได้มีการดำเนินการตามขั้นตอนของปปช.และอัยการ ซึ่งพรรคเคารพต่อกระบวนการพิจารณาที่กำลังจะเกิดขึ้น ดังนั้นจะเห็นว่านายอภิรักษ์ซึ่งความจริงมีคุณสมบัติพร้อมที่จะดำรงตำแหน่งบริหารได้แต่พรรคก็ยังเคารพในกระบวนการตรงนั้น นายอภิรักษ์จึงไม่ได้ดำรงตำแหน่งในฐานะรัฐมนตรี และจนถึงปัจจุบันก็ยังดำรงอยู่ในฐานะเช่นนั้นจนกว่าการพิจารณาจะเสร็จสิ้น แต่กรณีนี้เป็นเรื่องของฝ่ายนิติบัญญัติซึ่งนายอภิรักษ์พร้อมที่จะทำหน้าที่ในการรับใช้ประชาชน และไม่มีผลอะไรทั้งสิ้นในเรื่องคดี

 เมื่อถามว่า แสดงว่าต่อไปคนของพรรคประชาธิปัตย์ถูกชี้มูลความผิดก็ยังสามารถลงสมัครรับเลือกตั้งได้ใช่หรือไม่ นายอภิสิทธิ์กล่าวว่า ที่ผ่านมาเมื่อมีการชี้มูลแล้วจะหยุดการปฏิบัติหน้าที่ แต่กรณีของพรรคประชาธิปัตย์อย่างกรณีที่นายอภิรักษ์เคยทำคือลาออกจากตำแหน่ง หรือกรณีของพล.ต.สนั่น ขจรประศาสน์ รองนายกรัฐมนตรี เมื่อครั้งยังอยู่กับพรรคประชาธิปัตย์แล้วถูกชี้มูลความผิดก็ได้ลาออกจากตำแหน่งบริหารเช่นกัน แต่กรณีของส.ส.นั้นถือเป็นอีกเรื่องหนึ่ง ดังนั้นต้องระวังเรื่องการพูดด้วยว่านายอภิรักษ์มีความผิดหรือไม่ เพราะข้อสันนิษฐานตามกฎหมายนั้นต้องบอกว่ายังเป็นผู้บริสุทธิ์ แต่เราถือว่าเมื่อมีกรณีเกิดขึ้นนายอภิรักษ์ก็ได้ตัดสินใจ และที่ผ่านมาตนและพรรคก็อยู่ในจุดยืนที่ว่าไม่แต่งตั้งให้ดำรงตำแหน่งบริหารเช่น เป็นรัฐมนตรีที่มีอำนาจหน้าที่เกี่ยวข้องกับการบริหารโดยตรง แต่กรณีการรับใช้ประชาชนในฐานะส.ส.นั้น 1. ตามรัฐธรรมนูญก็เข้าไปยุ่งกับการบริหารไม่ได้อยู่แล้ว 2. เป็นหน้าที่ตามกฎหมาย และ 3. เป็นเรื่องของประชาชนในการตัดสินใจเลือกเป็นส.ส.

 เมื่อถามย้ำว่า หากสุดท้ายแล้วนายอภิรักษ์ถูกตัดสินว่ามีความผิดและต้องมีการเลือกตั้งซ่อมใหม่ พรรคยืนยันว่าจะจ่ายค่าเรื่องตั้งซ่อมด้วยหรือไม่ นายอภิสิทธิ์กล่าวว่า ตนและพรรคก็ต้องรับผิดชอบในการตัดสินใจครั้งนี้ และพร้อมที่จะจ่ายค่าเลือกตั้งซ่อม ส่วนกรณีที่ปปช.มีมติแล้วว่าจะส่งฟ้องเรื่องนี้และได้มีการประสานไปยังสภาทนายความเพื่อดำเนินการนั้น นายอภิสิทธิ์กล่าวว่า ไม่ทราบว่าข้อเท็จจริงเป็นอย่างไร ตนไม่ทราบการทำงานภายในของปปช. แต่ก็มีข่าวจากทางสภาทนายความว่า เขามีความเห็นว่าอาจจะไม่ฟ้อง ซึ่งตนไม่ทราบเพราะก็อ่านจากข่าวเหมือนกัน ประเด็นคืออัยการได้แจ้งความเห็นกลับไปและเป็นเรื่องของปปช.ที่อยู่ในขั้นตอนที่เขาจะให้สภาทนายความไปดำเนินการ

 ผู้สื่อข่าวถามอีกว่า แสดงว่ามองว่ามาตรฐานของอัยการสูงกว่าปปช.ใช่หรือไม่ นายอภิสิทธิ์กล่าวว่า ไม่ใช่แต่เป็นเรื่องของกระบวนการที่ต้องว่ากันต่อไป พรรคก็ไม่ได้บอกว่าปปช.ผิดหรือถูก อัยการผิดหรือถูก เพียงแต่บอกว่าสถานะของนายอภิรักษ์ขณะนี้เราเห็นว่าสามารถที่จะรับใช้ประชาชนในฝ่ายนิติบัญญัติได้ สมมุติว่าวันที่ 12 ธ.ค.ประชาชนเลือกนายอภิรักษ์มาเป็นส.ส. ตนก็ไม่ได้มีความคิดที่จะให้นายอภิรักษ์มาดำรงตำแหน่งในทางบริหารจนกว่าคดีทั้งหมดจะจบ

 เมื่อถามย้ำว่าเหตุใดไม่รอให้คดียุติก่อน นายอภิสิทธิ์กล่าวว่า เราไม่ทราบว่าคดีจะเสร็จสิ้นเมื่อไหร่ ซึ่งจริง ๆ แล้วถ้านายอภิรักษ์ยังเป็นผู้ว่าฯกทม.ในขณะนี้กฎหมายก็อนุญาต แต่เราเห็นว่าไม่ควรจะทำ แต่วันนี้ถ้าถามว่านายอภิรักษ์มีความเหมาะสมจะเป็นส.ส.ที่จะรับใช้ประชาชนหรือไม่นั้นก็ต้องบอกว่ามีความเหมาะสม

 ต่อข้อถามที่ว่าแสดงว่าพรรคไม่มีใครที่เหมาะสมกว่านายอภิรักษ์แล้วใช่หรือไม่ นายอภิสิทธิ์กล่าวว่า มีคนที่มีความเหมาะสมเยอะ แต่นายอภิรักษ์เป็นบุคคลที่โดดเด่น