
"อ.ขวัญชัย" สอนกีฬากลางสงคราม ปั้นเด็ก 2,000 หนีปัญยาเสพติด-ไฟใต้
บางปากเหน็บแนมเรื่องสงครามทำนองว่า คนแก่ประกาศสงคราม แต่คนที่ตายคือคนหนุ่มและเด็กๆ สงครามหาใช่สิ่งน่ารื่นรมย์ มีแต่ทำให้ย่อยยับสูญเสียทั้งผู้ชนะและผู้แพ้ แต่สงครามก็ยังคงอยู่ทั่วโลก ด้วยเหตุผลที่ว่าคนยังขัดแย้งกัน สงครามมีหลายรูปแบบ แต่สงครามที่น่ากลัวท
ปัญหาความไม่สงบในสามพื้นที่จังหวัดชายแดนใต้ คือ ยะลา ปัตตานี นราธิวาส และบางอำเภอของ จ.สงขลา ไม่ใช่สงครามที่รบแบบเปิดเผยซึ่งหน้าเหมือนนักรบโบราณในอดีตทำกัน แต่เป็นสงครามรบไร้รูปแบบ แย่งชิงมวลชน ทุกครั้งที่มีเสียงปืนและระเบิดดังขึ้น นอกจากเจ้าหน้าที่ทหารตำรวจ-โจรใต้จะบาดเจ็บล้มตายแล้ว ประชาชน ลูกเด็กเล็กแดงคุณครูมักตกเป็นเหยื่อด้วยเสมอ
ทำอย่างไรจะดับไฟใต้ นี่คือคำถามที่อยู่ในใจคนไทยทั้ง 60 ล้านกว่าชีวิต แต่คำตอบนั้น “อยู่ในสายลม” จวบจนนาทีนี้
อ.ขวัญชัย วัฒนศักดิ์ หนุ่มใหญ่ชาวโคราช ที่ไปอยู่ใต้มาหลายสิบปีก็คิดแบบนั้น แต่เขาไม่ใช่แค่คิด เขาลงมือทำด้วย ในฐานะที่เป็นคนกีฬา เป็นอาจารย์สอนอยู่ที่ภาควิชาพลศึกษา คณะศึกษาศาสตร์ ที่ ม.อ.วิทยาเขตปัตตานี จึงใช้กีฬาช่วยเยียวยาดึงเด็กให้พ้นจากการโดนชักจูงเข้าขบวนการ “ป่วนใต้” และ “ติดยาเสพติด” สอนกีฬาการต่อสู้ ทั้งปันจักสีลัต ซึ่งมีดีกรีเป็นอดีตโค้ชทีมชาติไทย และสอนเทควันโด คาราเต้-โด
“ผมเป็นคน จ.นครราชสีมา ชอบกีฬาการต่อสู้มาตั้งแต่หนุ่มๆ จากบ้านไปเรียนต่อพละที่ จ.ยะลา จากนั้นก็ไปทำงานที่ ม.อ.ปัตตานี จนมาตั้งรกรากและมีครอบครัวอยูที่ปัตตานีจนถึงทุกวันนี้ ปัตตานีคือบ้านของผม" อ.ขวัญชัย เล่าที่มาที่ไป
บางประเทศแม้จะปิดประตูความสัมพันธ์กันเพราะมีปัญหาความขัดแย้ง มีแต่กีฬาที่จะทำให้คู่กรณีมีความสัมพันธ์ที่ดีต่อกันอีกครั้ง อย่างเมื่อหลายสิบปีก่อน จีนกับสหรัฐอเมริกา แม้จะขัดแย้งเรื่องอุดมการณ์ทางการเมือง ระหว่างระบอบประชาธิปไตยกับคอมมิวนิสต์ แต่ปัญหาก็จบได้ที่โต๊ะปิงปอง เพราะมะริกันส่งนักกีฬาปิงปองมาเล่นที่จีน เป็นการเปิดประตูความสัมพันธ์จวบจนทุกวันนี้
กีฬาจึงเป็นสื่อสากล เป็นกาวใจที่จะประสานรอยร้าว และเป็นเข็มและด้ายที่ร้อยรัดความแบ่งแยก อ.ขวัญชัย เชื่อแบบนั้น
อ.ขวัญชัย จึงเริ่มงานเอาเด็กมาเล่นกีฬาภายในโรงยิมของ ม.อ.วิทยาเขตปัตตานี ใครชอบกีฬาอะไรก็จะสอนให้ โดยไม่เลือกว่าจะเป็นเด็กไทยพุทธ หรือไทยมุสลิม เพราะเขาเชื่อว่าต่างศาสนา ต่างเผ่าพันธุ์ แต่เลือดคนมีสีเดียวคือ “สีแดง” จึงเริ่มทำแบบจริงจังมาตั้งแต่ปี 2543 รวมเวลาปฏิทินการทำดี 9 ปีเต็ม มีเด็กที่มาเล่นกีฬากับ อ.ขวัญชัย ไม่ต่ำกว่า 2,000 คน การสอนไม่เน้นธุรกิจ สอนด้วยใจ บางครั้งก็ต้องควักเงินเองด้วยซ้ำ
คน 2,000 คนที่ อ.ขวัญชัย สอนเมื่อเทียบกับจำนวนประชากรสามจังหวัดชายแดนใต้ ถือว่า “น้อยนิด” แต่เมื่อเทียบอัตราส่วนคน 1 คน สามารถดึงเด็กได้ 2,000 คน ถือว่า “มหาศาล”
“เด็กที่มาฝึกกีฬากับผม จะไม่มีใครไปยุ่งเกี่ยวกับยาเสพติด เด็กกลุ่มนี้มีความคิดและการดำเนินชีวิตที่ดี เขามีเพื่อน รู้จักช่วยเหลือกัน ตั้งใจเรียน ตั้งใจเล่นกีฬา แม้ชีวิตจะอยู่ในพื้นที่อันตราย แต่พวกเราไม่มีความรู้สึกแตกต่างหรือแปลกแยกต่อกัน เพราะทั้งเด็กไทยพุทธและไทยมุสลิมเป็นเพื่อนกัน คนไหนมีแววผมก็ผลักดันจนติดทีมจังหวัดเป็นตัวแทนเขตไปแข่งขันระดับประเทศ และมีลุ้นติดทีมชาติ”
หลังจากที่สอนนักกีฬาจนล้นมือ ก็ได้ ชูชาติ บกเขาแดง คนในพื้นที่มาช่วยอีกแรง ทำให้การทำงานสะดวกขึ้น แต่ไม่มีอะไรง่ายเลย อ.ขวัญชัย บอกว่า ทุกวันนี้ นักกีฬาและตนอยู่กับความเสี่ยง ชีวิตเหมือนแขวนอยู่บนเส้นด้าย อย่างนักกีฬาบางคนต้องนั่งรถหลายสิบกิโลเมตรไปกลับระหว่างบ้านกับโรงยิม ผ่านพื้นที่สีแดงที่มักมีเรื่องยิงมีระเบิดบ่อยครั้ง แต่เด็กก็ยังมาเรียน ส่วนตนก็รอดตายมาได้หลายครั้ง มีอยู่ครั้งหนึ่งหากขับรถเร็วอีกนิดประมาณ 2-5 นาที มีหวังโดนระเบิดหรือโดนยิงไปแล้ว เพราะคันก่อนหน้าตนโดนถล่มเละ แต่จะให้ทำอย่างไรได้ต้องสอนเด็กต่อไปเพื่ออนาคตของชาติ อนาคตของเด็ก ตนเกือบเสียภรรยา คือ สมศรี วัฒนศักดิ์ ไปแล้วเหมือนกัน เพราะโดนระเบิดในร้านก๋วยเตี๋ยวนำรส อ.เมือง จ.ปัตตานี จนสลบไป 2 วัน โชคดีที่ไม่เสียชีวิต
อ.ขวัญชัย ผู้เป็นขวัญใจของเด็ก ใช้ชีวิตอยู่กับความเสี่ยงมาตั้งแต่ปี 2522 พรรษาการใช้ชีวิตที่ยาวนานที่ปลายด้ามขวาน เขาได้บทสรุปหนึ่งที่ตกผลึกแล้วคือ กีฬาคืออีกหนึ่งตัวช่วยในการดับไฟใต้ กีฬาสามารถช่วยดึงเด็กให้พ้นจากการโดนชักจูงร่วมขบวนการ และหลีกหนีปัญหายาเสพติดได้ดี
มนุษย์ก่อสงครามขึ้นมาได้ มนุษย์ก็สามารถยุติสงครามได้เหมือนกัน บทสรุปประวัติศาสตร์สงครามในโลกนี้ หลายครั้งไม่ได้จบที่สมรภูมิสู้รบ มันมักจะจบลงด้วยดีที่บนโต๊ะเจรจา แต่วันนี้น่าใจหายที่ปัญหาไฟใต้เราไม่รู้ว่าจะเจรจากับใคร
เจ้าพระยา ท่าพระจันทร์-เรื่อง
นรินทร์ เครือคล้าย-ภาพ
"ดา" ซากียะห์ เปี่ยมใจจิ
นักคาราเต้-โด สาวมุสลิม ชาว อ.ยะหริ่ง จ.ปัตตานี อายุ 15 ปี เรียนอยู่ ม.2 ร.ร.ราชประชานุเคราะห์ 40 หมู่ 2 บอกว่า มาเล่นคาราเต้-โด แล้วชอบมาก เพราะใช้ป้องกันตัวได้ ช่วยเหลือคนอื่นได้ เด็กๆ จะไม่ยุ่งเกี่ยวยาเสพติด ไม่ไปเที่ยวเตร่ การเล่นกีฬามีแต่เรื่องดีๆ ได้เงินใช้ แถมสุขภาพร่างกายดีด้วย ที่สำคัญได้เพื่อนเยอะมาก หนูมีเพื่อนจากหลายโรงเรียนทั้งไทยพุทธ ไทยมุสลิม อีกทั้งช่วยแก้ปัญหาความไม่สงบได้อีก อยากชวนเพื่อนๆ มุสลิมให้มาเล่นกีฬา และอยากให้รัฐบาลสนับสนุนด้วย
"แตง" เนตรนภา เขี้ยวแก้ว
นักเทควันโด อายุ 17 ปี ร.ร.เดชะปัตตนยานุกูล ได้เหรียญทองแดงจากกีฬานักเรียนนักศึกษาแห่งประเทศไทย "สุโขทัยเกมส์" ครั้งที่ผ่านมา บอกว่า แต่ละวันต้องเดินทางไป-กลับวันละ 36 กม. จาก อ.หนองจิก มาที่ตัวเมือง ตอนเช้ามากับรถทหาร ส่วนตอนเย็นพ่อมารับ ที่โรงยิมมีทั้งเด็กไทยพุทธและไทยมุสลิม จะรวมกลุ่มกันเยอะมาก ต่างสนิทกัน เด็กที่เล่นกีฬาไม่มีปัญหา ไม่ไปยุ่งเกี่ยวกับยาเสพติด แต่คนอื่นที่ไม่ได้เล่นกีฬา จะโดนดึงตัวไปป่วนใต้ได้ง่ายมาก เพราะเขาไม่มีที่ยึดเหนี่ยว



