
เสนาะชี้พ้นบ่วงมารศาลยกฟ้องอัลไพน์
ศาลฎีกานักการเมือง พิพากษายกฟ้อง ป๋าเหนาะ คดีที่ดินสนามกอลฟ์อัลไพน์ ชี้คดี ป.ป.ช.ขาดอายุความ ตามประมวลกฎหมายอาญา เจ้าตัว เปรย สาธุพ้นบ่วงมาร ถูกอภิปรายในสภานับครั้งไม่ถ้วน ขณะที่ ทนาย ป.ป.ช. ยอมรับผล
ที่ศาลฎีกาแผนกคดีอาญาของผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง สนามหลวง วันที่ 19 พ.ย.53 เวลา 11.30 น. นายธานิศ เกศวพิทักษ์ ประธานแผนกคดีผู้บริโภคในศาลฎีกา เจ้าของสำนวนที่ดินอัลไพน์ พร้อมองค์คณะผู้พิพากษา 9 คน ออกนั่งบัลลังก์นั่งพิจารณาคดีแรก คดีหมายเลขดำที่ อม.4/2553 ที่คณะกรรมการป้องกันและปรามปราบการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) เป็นโจทก์ ยื่นฟ้องนายเสนาะ เทียนทอง อดีตรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย และหัวหน้าพรรคประชาราช เป็นจำเลย ในความผิดฐานเป็นเจ้าพนักงานใช้อำนาจในตำแหน่งโดยมิชอบ ข่มขืนใจหรือจูงใจเพื่อให้บุคคลใด มอบให้หรือหามาให้ซึ่งทรัพย์สินหรือประโยชน์อื่นใดแก่ตนเองหรือผู้อื่น ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 148
โดยคดีนี้ ป.ป.ช. โจทก์ ยื่นฟ้องเมื่อวันที่ 20 ส.ค.53 สรุปว่า เมื่อวันที่ 12 ก.พ. – 21 ส.ค.33 จำเลยดำรงตำแหน่งรัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงมหาดไทย ปฏิบัติราชการแทนรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทยมีคำสั่งไม่อนุญาตให้วัดธรรมิการามวรวิหาร จ.ประจวบคีรีขันธ์ รับมอบที่ดินมรดกของนางเนื่อม ชำนาญชาติศักดา จำนวน 2 แปลง เนื้อที่รวม 927 ไร่เศษ ตั้งอยู่ อ.คลองหลวง จ.ปทุมธานี เป็นของวัดโดยไม่ชอบด้วยกฎหมาย เนื่องจากที่ดินดังกล่าวเป็นที่ธรณีสงฆ์เรียบร้อยแล้วหลังจากนางเนื่องเสียชีวิต โดยจำเลยได้ใช้อำนาจข่มขืนใจให้เจ้าพนักงานที่ดินจังหวัดปทุมธานี จดทะเบียนซื้อขายที่ดังกล่าวให้กับบริษัทอัลไพน์ เรียลเอสเตท จำกัด และบริษัท อัลไพน์ กอล์ฟ แอนด์ สปอร์ตคลับ จำกัด ซึ่งมีภรรยาและน้องชายของจำเลยเป็นผู้ถือหุ้นอยู่
ขณะที่วันนี้นายเสนาะ จำเลย เดินทางมาพร้อมนางอุไรวรรณ เทียนทอง ภรรยาและผู้ติดตาม ซึ่งก่อนเริ่มการพิจารณานายเสนาะ จำเลยได้ยื่นเอกสารคำให้การปฏิเสธว่าไม่ได้ทำผิดตามฟ้อง และแถลงยืนยันว่า เป็นการปฏิบัติหน้าที่ไปตามกรอบที่กฎหมายและคุณธรรมทุกประการ ขอให้ศาลยกฟ้อง นอกจากนี้ทนายจำเลย ยังยื่นคำร้องอีกหนึ่งฉบับ ให้ศาลวินิจฉัยชี้ขาดข้อกฎหมายเบื้องต้นว่าฟ้องโจทก์ขาดอายุความหรือไม่ พร้อมแนบคำวินิจฉัยของศาลฎีกาในคดีต่างๆ มาให้องค์คณะพิจารณา
ทั้งนี้องค์คณะฯ ประชุมปรึกษาหารือกันแล้ว เห็นว่า คดีนี้มีข้อเท็จจริงพอที่ศาลฎีกาจะวินิจฉัยได้โดยไม่จำเป็นต้องไต่สวนพยาน จึงมีคำสั่งให้งดการไต่สวน พร้อมอ่านคำพิพากษาทันที
โดยศาลฎีกาฯ พิจารณาแล้วเห็นว่า มีประเด็นต้องวินิจฉัยว่าคดีขาดอายุความหรือไม่ ซึ่ง พ.ร.บ.ว่าด้วยการพิจารณาคดีอาญาของผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง พ.ศ.2542 ไม่ได้กำหนดเรื่องการขาดอายุความไว้เป็นการเฉพาะ เพียงแต่ระบุให้อำนาจในการฟ้องโดยไม่ต้องนำตัวจำเลยมาศาลในวันฟ้องได้ ขณะที่การฟ้องคดีอาญา ตามประมวลกฎหมายอาญา ม.95วรรคหนึ่ง กำหนดเรื่องการขาดอายุความไว้ว่า ถ้ายังไม่ได้ฟ้องและตัวผู้กระทำผิดมาศาลภายในกำหนดนับแต่วันกระทำความผิด คดีเป็นอันขาดอายุความ ซึ่ง ม.95 วรรคหนึ่ง (1) กำหนดว่า สำหรับคดีระวางโทษประหารชีวิต หรือ จำคุกตลอดชีวิต หรือจำคุก 20 ปี คดีจะมีอายุความ 20 ปี
เมื่อคดีนี้โจทก์ยื่นฟ้องจำเลยว่า กระทำผิดตามประมวลกฎหมายอาญา ม.148 ระวางโทษจำคุกตั้งแต่ 5 – 20 ปี หรือจำคุกตลอดชีวิต และปรับตั้งแต่ 2,000 – 40,000 บาทหรือประหารชีวิต โจทก์จึงมีอำนาจฟ้องภายในอายุความ 20 ปี นับตั้งแต่วันกระทำผิด ขณะที่โจทก์ ยื่นฟ้องเมื่อวันที่ 20 ส.ค.53 อ้างว่าคดียังไม่ขาดอายุความ เนื่องจากหากนับการกระทำผิดการจดทะเบียนซื้อขายที่ดินอัลไพน์ วันสุดท้ายจะครบในวันที่ 21 ส.ค.53 นั้น แต่ปรากฏว่าจำเลยมาปรากฏตัวต่อศาลในวันที่ 19 พ.ย.นี้ ตามกำหนดนัดพิจารณาคดีครั้งแรก จึงถือว่าโจทก์ไม่ได้นำตัวผู้กระทำผิดมาส่งศาลเพื่อฟ้องคดีอาญาตั้งแต่วันที่ 21 ส.ค.53 ตามที่อ้างว่าจะเป็นวันขาดอายุความ
องค์คณะจึงมีมติเสียงข้างมาก เห็นว่าฟ้องโจทก์ขาดอายุความ ตามประมวลกฎหมายอาญา ม.95 วรรคหนึ่ง ดังนั้นสิทธิ์การฟ้องคดีอาญาย่อมถูกระงับไป จึงพิพากษาให้ยกฟ้อง
ภายหลังฟังคำพิพากษา นายเสนาะ หัวหน้าพรรคประชาราช กล่าวว่า คดีนี้เกิดขึ้นยาวนานกว่า 20 ปี เมื่อศาลฎีกามีคำพิพากษายกฟ้องตนก็เหมือนกับรอดบ่วงมารและโมทนาสาธุกับทุกฝ่าย เพราะปัญหาเรื่องนี้ เคยถูกหยิบยกไปอภิปรายในสภาหลายหนถึงขนาดมีการสาปแช่งกัน ความจริงแล้วตนไม่เกี่ยวข้องกับการซื้อ- ขาย แต่ก็มีการกล่าวหาตนว่าเหมือนพาพวกไปโกง
ด้านนายสิทธิโชค ศรีเจริญ ทนายความรับมอบอำนาจจาก ป.ป.ช.รับผิดชอบคดีนี้ กล่าวว่า การฟ้องคดีในศาลฎีกาฯ สามารถฟ้องได้โดยไม่ต้องนำตัวจำเลยมาส่งศาล ซึ่งจะต่างกับคดีอาญาทั่วไปที่ผู้ต้องหาจะอยู่ในความดูแลของตำรวจ อัยการ อยู่แล้วทั้งที่ได้ประกันหรือถูกคุมตัวจึงสามารถนำตัวมาฟ้องได้ทันที อย่างไรก็ดีเมื่อศาลมีคำพิพากษาวินิจฉัยข้อกฎหมายดังกล่าวแล้วก็ต้องยอมรับ



