ข่าว

ลดความยากจนคือลมหายใจแห่งความยุติธรรม

ลดความยากจนคือลมหายใจแห่งความยุติธรรม

19 พ.ย. 2553

คงไม่มีใครจะปฏิเสธได้ว่าสังคมประเทศมีช่องว่างเรื่องฐานะความเป็นอยู่ของผู้คนพลเมือง เกิดช่องว่างมากหนักหนาสาหัส ช่องว่างนี้ได้ตอกย้ำความแปลกแยกในชุมชนของประเทศในเกือบทุกๆ ด้าน แม้แต่เรื่องสิทธิพื้นฐานของประชาชนดูเหมือนจะถูกลิดรอนจากความแตกต่างอันเนื่องมาจ

 หลายคนพยามยามจะสื่อความหมายถึงความยากจนว่าเป็นเพราะความขยันน้อย ความเป็นอยู่แบบเดิมๆ ตามปรัชญาวิถีชีวิตแบบไทยๆ คือสนุก สะดวกและสบาย เข้าทำงานช้ากลับบ้านเร็ว เช้าทำงานพลบค่ำตะวันรำไรพี่ไทยสนุกสนานกับยาดองของเมา อยู่ที่ไหนในโลกนี้ก็เป็นเช่นนี้ หรือหลายคนจะชอบพูดว่าคนไทยสบายๆ เช้าฮาเย็นเฮ เหล่านี้เป็นต้น และพยายามจะสื่อให้คนยากคนจนทั้งหลายได้เข้าใจว่าสังคมคนรวยเศรษฐีมีเงินทั้งหลายเขาเข้ามาตัวเปล่าเล่าเปลือย เสื่อผืนหมอนใบ ทำงานหนักเลือดตาแทบกระเด็นทุกข์ยากแสนเข็ญมาตั้งแต่รุ่นปู่รุ่นทวด มรดกตกทอดเป็นคนรวยมีเงินมากมายเป็นมหาเศรษฐีในปัจจุบันคือความสำเร็จที่เคยฟันฝ่ามาอย่างยาวนาน

 ความจริงเหล่านี้ไม่มีใครจะปฏิเสธมากนักเพราะฐานะทางสังคมมันเป็นเช่นนี้จริง ถึงขนาดพยายามจะสร้างความรู้สึกที่ต้องยอมรับในเรื่องของวิถีความเชื่อเกี่ยวกับบุญบาปแต่ปางก่อน ดังเช่นที่กล่าวว่าบุญมาวาสนาส่งหรือที่กล่าวว่าแข่งเรือแข่งรักแข่งได้ แข่งบุญแข่งวาสนานั้นไซร้อย่าได้ฝันใฝ่อีกเลย คำกล่าวนี้ดูเหมือนจะทำให้คนยากคนจนส่วนใหญ่ในสังคมจะยอมรับโดยดุษณี ก้มหน้าก้มตารับชะตาชีวิตเฉกเช่นที่เป็นอยู่ คิดไม่ออกฝันไม่ถูกที่อยากแก้ไขปัญหาอะไรอย่างจริงจังมากนัก คงปล่อยไปตามยถา หากมีบุญจริงแทงหวยซื้อสลากกินรวบคงจะเป็นสิ่งเดียวที่จะวาดหวังนำโชคลาภอันยิ่งใหญ่มาให้ตนได้กระมัง วิถีคิดเหล่านี้ทำให้คนที่มีฐานะดีกว่าซ้ำเติมช่องว่างในสังคมให้มากขึ้น

 หากแม้รัฐผู้มีความปรารถนาอย่างแรงกล้า ผู้แทนปวงชนทั้งหลายคิดอยากจะช่วยลดช่องว่างเหล่านี้ได้(บ้าง)ย่อมทำได้ไม่หนักหนามากมายนัก เพราะส่วนหนึ่งของความเหลื่อมล้ำทางสังคมไม่ใช่เรื่องของบาปของบุญแต่เก่าก่อนเพียงอย่างเดียว หากเกิดขึ้นเพราะการวางนโยบายของรัฐหลายส่วนมันไปไม่ถึงแก่นแท้ของความต้องการและความจำเป็นที่แท้จริงของประชาชน หรือถ้าเป็นจริงก็เพียงวาทกรรมที่สวยหรูบนหน้ากระดาษที่โปรยบินและลอยละล่องอยู่บนฟากฟ้าเท่านั้น หาจับหาสัมผัสความเป็นจริงได้ยากนัก

 สังคมชนบทที่ไกลห่างยังคงเป็นเฉกเช่นเมื่อก่อนเก่า ขาดทั้งโอกาส ด้อยทั้งการดูแล ยังถูกดูถูกดูแคลนว่าไม่ยอมเปลี่ยนแปลงและพัฒนาเฉกเช่นเดิม การไหลทะลักของคนชนบทสู่เมืองใหญ่และต่างเมืองคือทางออกที่แสนสาหัสสำหรับเขาทั้งปวง นักปกครองทั้งหลายจะพยายามให้สังคมส่วนใหญ่ได้เข้าใจว่ากระบวนการปกครองตนเองในรูปแบบการปกครองท้องถิ่นทั้งหลายคือทางออกให้แก่ประชาชนอยู่แล้ว ก็มีส่วนที่เป็นจริง แต่หากมันยังเป็นลูกไล่ของส่วนกลาง ของภูมิภาคอยู่ หาได้เป็นอย่างที่พูดมากมายนัก ยิ่งกลไกเครือข่ายทางการเมืองที่โยงนัวเนียเป็นใยแมงมุม ตั้งแต่ศูนย์กลางแห่งอำนาจที่กรุงเทพฯ จรดหมู่บ้านในป่าลึกคือฐานอำนาจอันแข็งแกร่งของงานการเมืองอย่างที่เป็นอยู่ การต่อรองเพื่อสิทธิพื้นฐานของประชาชนก็จะยิ่งมีอำนาจน้อยลง...น้อยลง จนในที่สุดจะง่อยเปลี้ยเพลียแรงพิกลพิการอย่างที่เป็นอยู่ไปหมด

 คำตอบที่ประชาชนกำลังแสวงหาคือการพัฒนาและเปลี่ยนแปลงในทางที่พึงประสงค์ ส่วนหนึ่งที่สำคัญยิ่งคือการยกระดับความรู้ความเข้าใจความสามารถในทักษะอาชีพทักษะชีวิตของประชาชนให้สูงขึ้น โดยผ่านกระบวนการศึกษา ที่รัฐบาล(บางท่าน)เข้าใจดีว่าใน 100 ปีที่ผ่านมาการศึกษาของไทยคือส่วนสำคัญส่วนหนึ่งที่เป็นปัญหาต่อประเทศชาติ แผนงานการพัฒนาประเทศชาติในรอบ 20 ข้างหน้าเราจะให้ลูกหลานพลเมืองไทยมีโอกาสทางการศึกษาที่...ทัดเทียม...กันทั่วตำบลและมีเด็กไทยสำเร็จปริญญาตรีร้อยละ 30 ของประชากรเป็นอย่างต่ำได้ไหม ? เพราะนี่คือลมหายใจที่รัฐต้องทำให้จริงจัง มิเช่นนั้นสังคมเราจะอยู่บนความเหลื่อมล้ำและอยุติธรรมอีกยาวนาน

อัฮหมัด สมบูรณ์ บัวหลวง [email protected]