
จตุพรเตรียมเข้าคุกหลังสภาปิด"เมธี"อ้างถูกข่มขู่
จตุพร เตรียมตัวเข้าคุกหลังปิดประชุมสภา "ธาริต" เผยส่งหนังสือถึงอัยการขอคัดค้านประกันตัวกรณีพิเศษ หลัง"เมธี"อ้างถูกข่มขู่ โต้ ศปช. รัฐไม่เคยเปิดเผยสำนวนคดีการตาย 89 ศพ ต้องรอผลศาลไต่สวนตามป.อาญา 150
(18พ.ย.) นายธาริต เพ็งดิษฐ์ อธิบดีกรมสอบสวนคดีพิเศษ (ดีเอสไอ) แถลงภายหลังนายวิเชียร ขาวขำ ส.ส.อุดรธานี พรรคเพื่อไทย และทนายเข้าพบเพื่อมอบตัวตามหมายเรียกคดีก่อการร้าย โดยระบุว่า ดีเอสไอจะไม่คัดค้านการขอประตัวของนายวิเชียรต่อพนักงานอัยการ เนื่องจากไม่มีพฤติการณ์หลบหนี ไม่ยุ่งเหยิงกับคดี และไม่เข้าไปก่อความวุ่นวาย โดยระหว่างนี้แม้จะปิดสมัยประชุมวิสามัญสภาผู้แทนราษฎรในวันที่ 28 พ.ย.แล้วดีเอสไอก็จะไม่มีการออกหมายเรียกเพื่อขอให้ศาลควบคุมตัว แต่ในวันที่ดีเอสไอต้องส่งสำนวนให้อัยการ นายวิเชียรจะต้องไปปรากฏตัวที่สำนักงานอัยการสูงสุด ส่วนการดำเนินคดีหลังจากนี้เป็นเรื่องที่พนักงานอัยการจะพิจารณา หากอัยการมีคำสั่งไม่ฟ้องคดีก็จบ แต่ถ้าคดีมีการสั่งฟ้องนายวิเชียรก็ต้องไปศาล
ส่วนกรณีของนายจตุพร พรหมพันธุ์ และนายการุณ โหสกุล ส.ส.พรรคเพื่อไทยนั้น นายธาริต กล่าวว่า บุคคลทั้งสองมีพฤติการณ์แตกต่างกัน ทั้งๆที่คดีส่งฟ้องแล้ว โดยนายการุณไม่ได้มีปัญหาใดๆ ขณะที่นายจตุพรได้มีการร้องเรียนจากนายเมธี อมรวุฒิกุล พยานซึ่งอยู่ในความคุ้มครองดูแลของดีเอสไอ ว่าถูกนายจตุพรข่มขู่คุกคาม เมื่อวันที่ 17 พ.ย.ที่ผ่านมาดีเอสไอจึงได้ทำหนังสือแจ้งไปยังสำนักงานอัยการสูงสุดและพนักงานอัยการขอคัดค้านการประกันตัวนายจตุพร หลังจากปิดสมัยประชุมวิสามัญแล้ว ซึ่งเป็นการขอเฉพาะรายเป็นกรณีพิเศษ
ขณะที่นายวิเชียร กล่าวว่า ที่ผ่านมาตนไม่ได้เดินทางมาพบพนักงานสอบสวนหลังจากถูกแจ้งข้อกล่าวหาในคดีก่อการร้าย เนื่องจากมีอาการป่วยและต้องได้รับการผ่าตัดจากโรงพยาบาล จึงต้องส่งทนายเข้าไปชี้แจงต่อพนักงานสอบสวนดีเอสไอ และเมื่อตนมีอาการดีขึ้นแล้วจึงได้มาพบนายธาริตด้วยตนเอง เพราะกังวลว่าอาจจะถูกคุมขังเพราะขณะนี้ใกล้ช่วงปิดประชุมสภาแล้ว จะไม่ได้รับเอกสิทธิคุ้มครอง แต่ดีเอสไอชี้แจงว่าหากตนไม่เข้าไปยุ่งเกี่ยวใน 3 ประเด็นตามที่ดีเอสไอร้องขอ ดีเอสไอก็จะไม่คัดค้านการประกัน และจะให้ความเป็นธรรมทุกเรื่องก็ทำให้ตนหมดข้อกังวล
วันเดียวกัน นายธาริต ได้ออกมาชี้แจงข้อกล่าวของศูนย์ข้อมูลประชาชนผู้ได้รับผลกระทบจากการชุมนุมกรณีเมษา - พฤษภา 53 (ศปช.)ที่ออกมาระบุว่า การแถลงของความคืบหน้าของดีเอสไอเกี่ยวกับการเสียชีวิตของทหาร ตำรวจและประชาชนในช่วงเวลาดังกล่าวว่ายังมีความคลุมเครือ ไม่ชัดเจน โดยเฉพาะการชี้ว่ามีผู้เสียชีวิตที่เกิดจากการกระทำของนปช.ขณะที่คดีที่สาธารณสงสัยว่าทหารหรือเจ้าหน้าที่ทำให้ประชาชนเสียชีวิตกลับไม่ชัดเจนนั้น ดีเอสไอยืนยันว่า การชันสูตรพลิกศพเพื่อให้ศาลไต่สวนตามป.วิอาญา 150 โดยเฉพาะ 4 เคส 6 ศพ เป็นหน้าที่ของตำรวจในท้องที่นั้นๆ ซึ่งตามกฎหมายระบุไว้ว่า การที่ศาลจะมีคำสั่งให้ไต่สวนหาสาเหตุการตายจะต้องเกิดจากกรณีหน้าที่รัฐเข้าไปเกี่ยวข้อง ส่วนการพิสูจน์ว่าจะเป็นทหาร หรือตำรวจ ทำผิดจริงหรือไม่นั้น ดีเอสไอไม่มีสิทธิก้าวล่วง ต้องรอผลการชันสูตรจากตำรวจในท้องที่เกิดเหตุและให้ศาลไต่สวนเสร็จสิ้นก่อน
อย่างไรก็ตามสำหรับข้อสงสัยว่าทำไมดีเอสไอไม่แถลงรายละเอียดของแต่ละสำนวนคดี ถือเป็นเรื่องละเอียดอ่อนและไม่เคยมีหน่วยงานไหนแถลง การเปิดเผยก็ทำไม่ได้ถือเป็นเรื่องสำคัญในคดีทั้งสำนวนและอาจจะส่งผลกระทบต่อตัวพยานด้วย และในสัปดาห์หน้าจะมีการแถลงความคืบหน้าในคดีดังกล่าวอีกครั้งหนึ่ง
“ ที่คปช.ระบุว่าการแถลงข่าวของดีเอสไอขาดหายไปเรื่องที่ประชาชนถูกอาวุธปืนความเร็วสูงยิงเสียชีวิต ขอชี้แจงว่ามีข้อมูลอยู่ในสำนวนการสอบสวนอยู่แล้ว และข้อมูลไม่ได้หายไปไหน ตอนนี้เราเพิ่งแถลงผลการชันสูตรไปได้ 18 ศพ ส่วนที่เหลือพนักงานสอบสวนกำลังเร่ง คาดว่าภายในสิ้นเดือน พย.นี้ก็จะทราบส่วนที่เหลือทั้งหมด” นายธาริต กล่าว



