ข่าว

สองกำปั้นจะคว้าทอง
พิสูจน์ศักดิ์ศรีนักชกไทย

สองกำปั้นจะคว้าทอง พิสูจน์ศักดิ์ศรีนักชกไทย

18 พ.ย. 2553

มวยสากลสมัครเล่น เป็นกีฬาแรกที่คว้าเหรียญระดับโอลิมปิกเกมส์ ให้แก่ประเทศไทย ตั้งแต่เหรียญทองแดง เหรียญเงิน จนกระทั่งคว้าเหรียญทองแรกในประวัติศาสตร์ และไม่เคยสร้างความผิดหวังให้แก่ทัพนักกีฬาไทย ในช่วงเวลากว่า 6 ทศวรรษที่ผ่านมา


 ในกีฬาเอเชี่ยนเกมส์นั้น หลังจากที่ สัมพันธ์ พยนรัตน์ คว้าเหรียญทองแรกได้การแข่งขัน ครั้งที่ 4 ที่ประเทศอินโดนีเซีย เป็นเจ้าภาพเมื่อปี 2505 หลังจากนั้นขุนพลกำปั้นเสื้อกล้ามไทยก็เดินทางผ่านทั้งความสำเร็จและความยากลำบาก แต่ก็มีเหรียญเอเชี่ยนเกมส์ คล้องคอให้แฟนกีฬาได้ชื่นชมทุกครั้ง และในเอเชี่ยนเกมส์ ครั้งที่ 13 ที่ประเทศไทยเป็นเจ้าภาพเมื่อปี 2541 ความสำเร็จก็พุ่งทะยานสู่จุดสูงสุดด้วยการคว้าได้ถึง 5 เหรียญทอง สูงที่สุดแบบที่ไม่เคยมีครั้งใดทำได้มาก่อน
 มาถึงเอเชี่ยนเกมส์ ครั้งที่ 16 “กวางโจวเกมส์” ที่ประเทศจีนจะเป็นเจ้าภาพระหว่างวันที่ 12-27 พฤศจิกายนนี้ ก็เป็นบทพิสูจน์สำคัญอีกครั้งของนักไทยที่ต้องต่อสู้ตั้งแต่ยังไม่ขึ้นเวที


 “เสธ.วีป” พล.อ.ทวีป จันทรโรจน์ นายกสมาคมมวยสากลสมัครเล่นแห่งประเทศไทย มีปัญหากับ สหพันธ์มวยสากลสมัครเล่นนานาชาติ (ไอบ้า) ตั้งแต่กีฬาโอลิมปิกเกมส์ 2008 โดย “เสธ.วีป” วิพากษ์วิจารณ์การตัดสินของ “สิงห์เชิ้ตขาว” อย่างตรงไปตรงมา และในเวลาต่อมา “เสธ.วีป” ก็เปิดตัวเองเข้าสู่การชิงตำแหน่งประธานไอบ้ากับ ชิง กัวะ วู เจ้าขอตำแหน่งเดิมชาวไต้หวัน กระทั่ง “เสธ.วีป” ถูกไอบ้าสั่งแบน และรวมไปถึงทีมนักชกไทยที่อาจจะไม่ได้บรรเลงกำปั้นใน “กวางโจวเกมส์”
 ปัญหานี้กลายเป็น “ทอล์ก ออฟ เดอะ ทาวน์” เพราะจะเกิดผลเสียหายใหญ่หลวง หากไม่มีขุนพลนักชกไทยที่เป็นความหวังเหรียญทองร่วมแข่งขันในเอเชี่ยนเกมส์ ครั้งที่ 16 ทำให้ทุกฝ่ายในวงการกีฬาต้องออกมาร่วมแก้ไขปัญหาที่เกิดขึ้น กระทั่งศาลกีฬาโลกตัดสินให้ความคุ้มครองนักชกไทย สามารถร่วมการแข่งขัน “กวางโจวเกมส์” ได้ ทำให้ทุกฝ่ายโล่งอก กระนั้นแล้ว ในการประชุมผู้จัดการทีมก่อนการชก 1 วัน อะไรจะเกิดขึ้นก็ยังไม่มีใครทราบได้


 อย่างไรก็ตามนักชกไทยทั้ง 11 รุ่น ทั้งชาย-หญิงก็ยังเดินหน้าฝึกซ้อมตามปกติ ประกอบด้วย นักชกชาย 8 คน ได้แก่ อำนาจ รื่นเริง, ฉัตรชัย บุตรดี, วรพจน์ เพชรขุ้ม, สายสม อาดี, วุฒิชัย มาสุข, อภิเชษฐ์ แสนสิทธิ์, สุริยา ปราสาทหินพิมาย, เกรียงไกร สุขคุ้ม หญิง 3 คน ได้แก่ เปี่ยมวิไล เล่าเปี่ยม, ทัศมาลี ทองจันทร์ และสุดาพร สีสอนดี


 มีการตั้งความหวังว่านักชกไทยจะทำได้ไม่ต่ำกว่า 2 เหรียญทอง
 นักชกระดับตัวเต็งได้แก่ อำนาจ รื่นเริง รุ่น 51 กก.ที่พลาดเหรียญโอลิมปิกเกมส์ 2008 อย่างเจ็บปวด แต่กลับถูกยกย่องให้เป็น 1 ใน 100 นักกีฬาที่น่าจับตามองในโอลิมปิกเกมส์ น่าจะถึงเวลาที่ เขาจะคว้าเหรียญทองเอเชี่ยนเกมส์ครั้งนี้ได้ นอกจากนี้ก็ยังมีนักชกระดับโอลิมปิกเกมส์ อย่าง วรพจน์ เพชรขุ้ม และการกลับมาของ สุริยา ปราสาทหินพิมาย ที่น่าจะมีเหรียญคล้องคอเช่นกัน ในขณะที่ประเภทหญิง “เจ้าเอ็ม” ทัศมาลี ทองจันทร์ ที่คว้าเหรียญทองแดงจากศึก “ไอบ้า วีเมนส์ เวิลด์ แชมเปี้ยนชิพ 2010” ที่ประเทศบาร์เบโดส ก็เป็นอีกหนึ่งความหวังเช่นเดียวกัน


 ผู้สันทัดกรณีแสดงความเห็นว่า การงัดข้อของ “เสธ.วีป” กับไอบ้าในครั้งนี้ จะส่งผลกระทบอย่างมหาศาลในการชก “กวางโจวเกมส์” เพราะแฟนกีฬาทราบกันดีว่า กีฬามวยสากลสมัครเล่น ที่ควบคุมโดยองค์กรมวยทุกระดับนั้น เป็นยิ่งกว่า “แดนสนธยา” มาทุกยุคทุกสมัย การตัดสินที่ใช้สายตาของผู้ตัดสินรอบเวทีเกิดขึ้นได้เสมอ แม้จะสุ่มเสี่ยงกับการถูกตัดออกจากกีฬาโอลิมปิกเกมส์ก็ตาม แต่ความขาวสะอาด โปร่งใส ในการตัดสินกีฬาชนิดนี้ ดูเหมือนจะเชื่อใจได้ไม่ถึง 100 เปอร์เซ็นต์เสียที
 ศึก “กวางโจวเกมส์” หนนี้ของทีมนักชกไทย จึงเต็มไปด้วยขวากหนามอันแสนสาหัส หากจะไปให้ถึงฝัน เพราะต้องต่อสู้ตั้งแต่แต่ยังไม่ขึ้นเวที เสียงระฆังยังไม่ลั่น ด้วยเป้าหมาย 2 เหรียญทองเป็นอย่างน้อย ทั้งที่ในเอเชี่ยนเกมส์ 2 หนหลังสุด คือ ครั้งที่ 14 ปูซาน เกาหลีใต้ 2002 และครั้งที่ 15 โดฮา กาตาร์ 2006 ทีมนักชกไทยเก็บมาได้ครั้งละ 1 เหรียญทองเท่านั้น


 การเตรียมการของนักชกไทยจึงไม่มีอะไรดีไปกว่าการฝึกซ้อมอย่างหนัก พร้อมทั้งศึกษาการชกของคู่ต่อสู้ทุกสไตล์ที่จะต้องเจอ และการชกแบบ “เน้นๆ” ที่ได้คะแนนแบบเข้าตากรรมการ ซึ่งไม่ต่างกับการชกในทุกครั้งที่ผ่านมา การได้เหรียญทองก็มีความสำคัญ แต่สิ่งที่สำคัญยิ่งไม่แพ้กันนั่นก็คือ การต่อสู้ครั้งนี้จะเป็นบทพิสูจน์สำคัญของวงการมวยสากลสมัครเล่นของไทยว่าจะมีทิศทางเป็นอย่างไรในอนาคต
 อีกไม่นานเกินรอ “กวางโจวเกมส์” จะมีคำตอบ