
มาร์คชี้มีคนแฝงในพธม.อยากให้มีปฏิวัติ
นายกฯระบุมีคนแฝงในพธม.อยากให้มีปฏิวัติ วอนสังคมปฏิเสธความรุนแรง บี้คนที่ไม่สนใจบ้านเมืองจะวุ่นวายให้หมดเสียงจากสังคม ยันไม่เคยใช้อำนาจยับยั้งประกันตัวแกนนำเสื้อแดง ยันไม่สอดไส้นิรโทษกรรมในการแก้ไขรธน. แย้มถ้ามีเหตุให้ยุบสภาก็ต้องยุบหากแก้ปัญหาบ้านเมืองได
(18พ.ย.) ที่รัฐสภา เมื่อเวลา 14.15 น. นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ นายกรัฐมนตรี ให้สัมภาษณ์ที่อาคารรัฐสภาถึงกรณีที่กลุ่มพันธมิตรประชาชนเพื่อประชาธิปไตยต้องการความชัดเจนที่นายกฯเคยบอกว่าการเคลื่อนไหวของกลุ่มพันธมิตรจะนำไปสู่การรัฐประหารว่า “ผมไม่ได้พูดครับ ถ้าพูดอย่างนี้ ผมก็พูดตามตรง ผมไม่ปิดบังหรอก ผมบอกว่ามันมีคนบางกลุ่มซึ่งไปแอบอิงอยู่กับพันธมิตร คนบางกลุ่มเหล่านี้ อยากให้มีปฏิวัติ ผมไม่ได้ว่าพันธมิตร” ผู้สื่อข่าวถามว่าบางกลุ่มที่ระบุคือใคร นายอภิสิทธิ์ กล่าวอย่างขึงขังว่า “ บางคนนะครับ ”
เมื่อถามว่าการเคลื่อนไหวของกลุ่มต่างๆจะส่งผลต่อการยกเลิกพระราชกำหนดการบริหารราชการในสถานการณ์ฉุกเฉินหรือไม่ นายกฯ กล่าวว่า ยังหวังว่าทุกฝ่ายที่มีความเห็นและเคลื่อนไหวในทางใดก็ตาม จะยึดในเรื่องของความสงบเรียบร้อย ถ้าเป็นอย่างนั้นอยู่ เราก็มีความพยายามที่จะยกเลิก อย่างไรก็ตามที่แต่ละกลุ่มแต่ละสีนัดชุมนุมในช่วงนี้ก็เป็นเจ้าหน้าที่ดูแลให้การใช้สิทธิ์เป็นไปด้วยความเรียบร้อย
เมื่อถามว่าบริษัทที่ปรึกษาความเสี่ยงทางการเมืองและเศรษฐกิจ(เพิร์ก)จัดลำดับประเทศไทยเป็นกลุ่มเสียงต่อการก่อการร้าย นายกฯ กล่าวว่า เหตุการณ์วุ่นวาย ความรุนแรง และวิธีที่เขาทำ เขาทำรายงานดังกล่าวจะดูความถี่ของเหตุการณ์ที่มันเกิดขึ้นก่อนหน้านี้ ซึ่งทำให้เหตุการณ์ช่วงที่ผ่านมามีผลต่อลำดับของประเทศไทย
“ถ้าพวกเราไม่ต้องการให้ประเทศไทย อยู่ในสภาพที่ถูกมองอย่างนี้ก็ต้องช่วยกันทำให้บ้านเมืองสงบ แน่นอนว่าถ้าประเทศไทยถูกมองว่าไม่สงบ ก็กระทบต่อความเป็นเป็นอยู่ของประชน ที่หวาดกลัว และกระทบต่อความเชื่อมั่นทางเศรษฐกิจ สังคมในภาพรวม ผมถึงบอกว่าเราเห็นแตกต่างในเรื่องอะไรก็ตาม ขอให้ทุกคนเห็นตรงกันได้ซักที ว่าเราต้องพยายามหลีกเลี่ยง ไม่ให้เกิดเหตุการณ์ความรุนแรงวุ่นวาย ทุกอย่างมีเวทีในการที่จะคลี่คลายปัญหาตามเหตุผล ” นายกฯ กล่าว
เมื่อถามถึงมือที่สามที่จะก่อเหตุความวุ่นวาย นายกฯ กล่าวว่า ตนถึงบอกว่าทุกคนต้องระมัดระวัง อย่างไรก็ตามเราก็พยายามเดินหน้าเข้าไปสู่ความสงบปกติสุข ตนคิดว่าสังคมไทยส่วนใหญ่ไม่ได้มีปัญหา เพราะตนเห็นจากช่วงที่มีน้ำท่วม คนไทยก็แสดงน้ำใจเป็นน้ำหนึ่งใจเดียวกัน ซึ่งต้องรักษาตรงนี้ไว้ให้ได้ และทำอย่างไรไม่ให้คนจำนวนน้อยๆ ที่มีความต้องการและไม่สนใจว่าบ้านเมืองจะวุ่นวาย ว่าจะทำอย่างไรให้คนเหล่านี้หมดเสียงไปจากสังคม ทั้งนี้คนที่อยากจะเรียกร้องแสดงออกก็สามารถทำได้ ในกรอบของความสงบเรียกร้อง
ยันไม่เคยใช้อำนาจยับยั้งประกันตัวแกนนำเสื้อแดง
นายอภิสิทธิ์ กล่าวถึงการจัดชุมนุมใหญ่ของกลุ่มคนเสื้อแดงในวันที่ 19 พ.ย.ว่า ทราบว่าขณะนี้ทางแกนนำกลุ่มคนเสื้อแดงและฝ่ายเจ้าหน้าที่ตำรวจหารือกันเพื่อไม่ให้เกิดปัญหา
เมื่อถามว่าการเปลี่ยนตัวผู้นำแนวร่วมประชาธิปไตยขับไล่เผด็จการ (นปช.) จากนายวีระ มุกสิกพงศ์ มาเป็นนายจตุพร พรหมพันธุ์ จะทำให้สถานการณ์รุนแรงเพิ่มขึ้นหรือไม่ นายอภิสิทธิ์ กล่าวว่า ความจริงเขาก็มีระบบที่เป็นแกนนำหลายคนมาโดยตลอด เมื่อถามว่าแต่นายจตุพรถูกมองว่าเป็นพวกฮาร์ดคอร์จะทำให้เกิดปัญหาในการชุมนุมหรือไม่ นายกรัฐมนตรี กล่าวว่า “ คุณจตุพรก็ไม่ได้เปลี่ยนแปลงอะไร ”
เมื่อถามถึงข้อกล่าวหาว่าใช้อำนาจไปยับยั้งการอนุญาตให้ประกันตัวแกนนำคนเสื้อแดงที่ยังถูกควบคุมตัวตามข้อเสนอของพล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รมว.กลาโหม นายกฯ กล่าวว่า เรื่องนี้ยืนยันว่าไม่มีการกระทำดังกล่าว ตรงกันข้ามตนถูกกล่าวหาว่าไปทำเรื่องการประกันตัว เรื่องการไปใช้อำนาจยับยั้งการให้ประกันตัวนั้นไม่มี เมื่อถามว่ามีการอ้างว่า พล.อ.ประวิตร ส่งหนังสือมาถึงแต่ไม่ได้รับการพิจารณา นายอภิสิทธิ์ กล่าวว่า “ ไม่มีครับ มีแต่ผมนี่แหละที่ริเริ่มในเรื่องนี้ เพราะฉะนั้นอาจจะเป็นความพยายามที่จะมาบิดเบือนกลบเกลื่อน เมื่อผมมาทำเรื่องนี้ (การประกันตัว) อย่างจริงจังก็พยายามจะมาหาว่าผมทำอีกอย่างเท่านั้นเอง ”
เมื่อถามว่าตกลงว่าพล.อ.ประวิตร เคยทำหนังสือมาถึงหรือไม่ นายอภิสิทธิ์ กล่าวว่า พล.อ.ประวิตร ได้รับเรื่องร้องเรียนในตอนนั้นซึ่งตนจำไม่ได้ว่ามาจากกลุ่มไหน แล้วก็นำเรื่องดังกล่าวเข้าสู่การพิจารณาในศูนย์อำนวยการแก้ไขสถานการณ์ฉุกเฉิน (ศอฉ.) และเท่าที่ตนทราบ พล.อ.ประวิตรก็สรุปว่าเรื่องนี้เป็นอำนาจของศาล จะทำได้หรือไม่ก็อยู่ที่ศาล ถ้ามีการรายงานมาถึงตนตนสั่งดำเนินการทุกเรื่อง จะเห็นกรณีที่นายคณิต ณ นคร ประธานคณะกรรมการอิสระตรวจสอบและค้นหาความจริงเพื่อแนวทางปรองดองแห่งชาติ(คอป.) ทำหนังสือส่งมาตนก็สั่งการไปทันทีให้กระทรวงยุติธรรมพิจารณาถึงความเป็นไปได้ ความถูกต้อง ความเหมาะสม จุดยืนของตนเป็นอย่างนี้มาโดยตลอด จึงไม่มีเหตุผลอะไรเลยที่จะมากล่าวหาตนว่าไปทำอย่างนั้นอย่างนี้ ”
ยันไม่สอดไส้นิรโทษกรรมในการแก้ไขรธน.
นายอภิสิทธิ์ ยังกล่าวถึงกรณีที่กลุ่มพันธมิตรประชาชนเพื่อประชาธิปไตยออกมาคัดค้านการแก้ไขรัฐธรรมนูญของรัฐบาลโดยอ้างว่าเกรงจะมีการสอดไส้เรื่องการนิรโทษกรรมว่าไม่มีการสอดไส้อย่างแน่นอน เพราะตนนั้นแยกแยะมาตลอดแล้วทำไมจะต้องไปสอดไส้ ตนจึงบอกว่าประเด็นใดที่เกี่ยวข้องกับการนิรโทษกรรมนั้นไม่เอาเลย
เมื่อถามว่าทำไมไม่แก้ไขปัญหาด้วยการทำประชามตินายอภิสิทธิ์ กล่าวว่า เมื่อตนจะทำประชามติก็มีฝ่ายที่ออกมาคัดค้าน อีกทั้งการที่จะต้องใช้เวลานานก็จะถูกต่อว่าว่าถ่วงเวลาอีก และประเด็นที่จะมีการแก้ไขขณะนี้ 2 ประเด็นนั้นไม่ใช่ประเด็นที่มีปัญหากันก่อนหน้านี้เลย เพราะเป็นเรื่องระบบเลือกตั้งกับการปฏิบัติตามมาตรา 190 เมื่อถามว่า 2 ประเด็นนี้ก็เป็นประเด็นที่พรรคร่วมรัฐบาลเสนอมาก่อนหน้านี้คงหนีข้อหาเอาใจพรรคร่วมรัฐบาลไม่ได้ นายอภิสิทธิ์ กล่าวว่า เรื่องนี้ต้องให้ความเป็นธรรม ถ้าเป็นเรื่องของพรรคร่วมฯมาเรียกร้องเฉยๆ รัฐบาลคงไม่ดำเนินการ แต่ได้มีการตั้งคณะกรรมการโดยสภาผู้แทนราษฎร แล้วมีการเลือกมา 6 ประเด็น ตนก็เอาไปสอบทานโดยมีคณะกรรมการจากนักวิชาการที่ไม่ได้มีส่วนได้เสียก็ยืนยันกลับมา 5 ประเด็น ตนก็แยกออกไป 3 ประเด็นที่ละเอียดอ่อนในเรื่องของผลประโยชน์ขัดกันและการนิรโทษกรรม รวมไปถึงจุดที่จะเป็นประโยชน์กับพรรคประชาธิปัตย์ จึงเอา 2 ประเด็นที่มีการพูดมาก่อนหน้านี้มาเสนอ ซึ่งไม่ได้เกี่ยวข้องกับพรรคร่วมฯเลย และเวลาที่ตนไม่ดำเนินการตามข้อเสนอของคณะกรรมการก็จะถูกต่อว่าว่าตั้งคณะกรรมการมาทำไม
“สุดท้ายก็กลายเป็นว่าเอาตามใจตัวเอง พูดกันง่ายๆ คือถ้ากรรมการพิจารณาตามใจตัวเองก็จะเห็นดีด้วย ถ้ากรรมการพิจารณามาไม่ตรงกับใจก็บอกว่าไม่ทำ ถ้าเป็นอย่างนั้นก็ไม่ต้องตั้งกรรมการหรอก ผมก็พยายามอยู่บนความพอดีและต้องใช้เหตุใช้ผลกัน ” นายอภิสิทธิ์ กล่าว
เมื่อถามว่าจะต้องยุบสภาก่อนเวลาอันควรเพื่อแก้ไขปัญหาเรื่องการแก้ไขรัฐธรรมนูญหรือไม่ นายอภิสิทธิ์ กล่าวว่า “ ก็ไม่ทราบ ผมยังไม่ทราบว่าจะมีเหตุต้องยุบสภาหรือไม่ แต่ถ้ามีแล้วต้องยุบสภา และแก้ไขปัญหาให้บ้านเมืองได้ เราก็ทำตามกระบวนการประชาธิปไตย ไม่เช่นนั้นเรื่องก็คาราคาซังอยู่อย่างนี้ กล่าวหากันไปมา”
นายอภิสิทธิ์ กล่าวว่าสถานการณ์วันนี้ความขัดแย้งพื้นฐานของแต่ละฝ่ายยังมีอยู่และยังไม่ได้หายไปไหน แต่รัฐบาลก็พยายามจะเดินในจุดที่เห็นว่ามีทางออกที่สามารถยอมรับในกระบวนการต่างๆ หากการแก้ไขรัฐธรรมนูญนั้นตนดำเนินการตามใจตนก็จะเป็นอีกอย่างหนึ่ง แต่วันนี้ก็พยายามแยกแยะว่าเรื่องไหนสามารถผ่อนให้กับฝ่ายที่มีการเรียกร้องและศึกษา ตรวจสอบกันมาแล้ว และอะไรที่ละเอียดอ่อนเกินไปก็ยังไม่ทำ เพราะสามารถเอาไว้ดำเนินการในอนาคตได้ และแม้แต่คณะกรรมการยังเข้าใจเลยว่าข้อเสนอ 5-6 ประเด็นแต่เหลือเพียง 2 ประเด็นนั้นเพราะอะไร
เมื่อถามว่าจะทำให้สถานการณ์วุ่นวายของการเมืองข้างถนนที่เงียบไปกลับมาอีกครั้งหรือไม่ นายอภิสิทธิ์ กล่าวว่า ก็ยังไม่ได้เงียบไปไหนเพราะยังมีการนัดชุมนุมใหญ่ตลอดเวลาทั้ง 19 พ.ย.และ 11 ธ.ค. แต่ก็อยากให้ทุกฝ่ายใช้เหตุใช้ผล เมื่อถามว่าจะจัดการในช่วงการชุมนุมใหญ่ของแต่ละกลุ่มสีอย่างไร นายอภิสิทธิ์ กล่าวว่า ขณะนี้แกนนำผู้ชุมนุมกับเจ้าหน้าที่ตำรวจกำลังหารือกันเพื่อไม่ให้เกิดปัญหา
“ส.ว.”ได้โควต้าอภิปรายรธน.7ชม. -กมธ.11คน
นายนิคม ไวยรัชพานิช รองประธานวุฒิสภา ในฐานะประธานคณะกรรมาธิการวิสามัญกิจการวุฒิสภา กล่าวภายหลังการประชุมว่า ในการจัดสรรเวลาอภิปรายร่างแก้ไขรัฐธรรมนูญที่จะมีขึ้นในวันที่ 23 - 24 พ.ย.นี้ โดยส.ว.ได้เวลาอภิปรายทั้งสิ้น 7 ชั่วโมงจากเวลาทั้งหมด 28 ชั่วโมง จึงขอให้สมาชิกวุฒิสภาที่ประสงค์อภิปรายแสดงความจำนงภายในเวลา 10.00 น.ของวันจันทร์ที่ 22 พ.ย.นี้ โดยจะให้เวลาอภิปรายคนละ 7 - 10 นาทีห้ามสลับตำแหน่งเด็ดขาด ส่วนการลงมตินั้นคาดว่าต้องใช้เวลาถึง 10 ชั่วโมงเนื่องจากรัฐธรรมนูญระบุให้ต้องขานชื่อรายฉบับ หากฉบับใดผ่านความเห็นชอบก็ให้ตั้งคณะกรรมาธิการร่วมกัน ซึ่งวุฒิสภาได้โควต้า 11 คนจากจำนวนกรรมาธิการ 45 คน



