ข่าว

พิษ"วิคเตอร์ บูท"มาร์คเลิกไปรัสเซีย

พิษ"วิคเตอร์ บูท"มาร์คเลิกไปรัสเซีย

18 พ.ย. 2553

นายกรัฐมนตรียกเลิกการเดินทางไปประชุมสุดยอดว่าด้วยเรื่องเสือที่รัสเซีย เผยไทยแนะช่องทางค้านคดี"บูท"กับรัสเซียแล้ว ยันส่งตัวตามกระบวนการยุติธรรม "ปณิธาน" ลั่นไทยไม่เคยถูก "สหรัฐฯ" บีบ เผย"นายกฯ"ส่ง"สุวิทย์"ไปประชุมที่รัสเซียแทน ชี้ติดภารกิจเรื่องการแก้ รธน.

(18พ.ย.) สำนักข่าว AFP รายงานว่า นายกรัฐมนตรีอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ ของไทย ได้ยกเลิกการเดินทางไปเข้าร่วมการประชุมสุดยอดที่รัสเซีย ซึ่งเกิดขึ้นหลังจากไทยสร้างความไม่พอใจให้รัสเซีย ในกรณีการส่งตัวนายวิคเตอร์ บูท ชาวรัสเซียที่ถูกระบุว่า เป็นหนึ่งในพ่ออาวุธสงครามรายใหญ่ที่สุด ไปเผชิญหน้ากับการถูกดำเนินคดีในสหรัฐ หลังจากมีการต่อสู้กันทางกฎหมาย และได้รับการต่อต้านจากรัสเซียอย่างรุนแรงเรื่องการส่งตัวเขาให้สหรัฐ
   
รายงานอ้างการเปิดเผยของนายปณิธาน วัฒนายากร รองเลขาธิการนายกรัฐมนตรีฝ่ายการเมืองว่า นายกรัฐมนตรีได้ยกเลิกการเดินทางไปยังนครเซนต์ ปีเตอร์สเบิร์ก ที่กำลังจะจัดการประชุมสุดยอดว่าด้วยเรื่องเสือ เนื่องจากติดภารกิจที่กำลังจะมีการอภิปรายเรื่องแก้รัฐธรรมนูญ
ในสภาผู้แทนราษฎรในสัปดาห์หน้า แต่ไม่ได้เกี่ยวข้องกับกรณีการส่งตัวนายบู้ทให้กับสหรัฐแต่อย่างใด และได้ส่งนายสุวิทย์ คุณกิตติรัฐมนตรีสิ่งแวดล้อมเป็นตัวแทนไปร่วมการประชุมแทน

นายกรัฐมนตรีวลาดิมีร์ ปูติน ของรัสเซีย ได้มีกำหนดจะเป็นเจ้าภาพจัดการประชุมสุดยอดครั้งนี้ที่จะเริ่มในวันอาทิตย์นี้ ซึ่งมีเป้าหมายยุติการลดจำนวนลงของเสือนานาชนิด
 
การส่งตัวนายบู้ทในฐานะผู้ร้ายข้ามแดนไปยังสหรัฐ ได้เกิดขึ้นในช่วงเวลาอันสั้น ภายหลังผ่านความเห็นชอบในครม. ซึ่งสร้างความไม่พอใจให้รัสเซีย ที่ประกาศว่าจะทำทุกวิถีทางเพื่อนำตัวเขากลับบ้าน ขณะที่กระทรวงต่างประเทศรัสเซีย ระบุว่า การส่งตัวผู้ร้ายข้ามแดนครั้งนี้ ไม่ชอบด้วยกฎหมาย และเป็นไปภายใต้แรงกดดันของสหรัฐ
 
นักการทูตของรัสเซียในนิวยอร์ค ที่นายบู้ทถูกนำตัวขึ้นศาลและยืนกรานว่าเขาไม่มีความผิดในข้อหาก่อการร้ายนั้น ได้กล่าวหาทางการไทยว่า เอาของส่วนตัวของนายบู้ทไปหมด

นายกฯเผยไทยแนะช่องทางค้านคดีบูทกับรัสเซียแล้ว

 นายอภิสิทธ์ ให้สัมภาษณ์ถึงกรณีที่ทางการรัสเซียออกแถลงการณ์ตำหนิรัฐบาลไทยเรื่องส่งตัวนายวิคเตอร์ บูท ผู้ต้องหาคดีค้าอาวุธข้ามชาติ ไปให้สหรัฐอเมริกาในฐานะผู้ร้ายข้ามแดน ว่า ทุกอย่างเป็นไปตามกระบวนการ จะเห็นได้ว่ามีช่วงที่สหรัฐฯส่งเครื่องบินมารอรับ ซึ่งเราบอกว่าเมื่อกระบวนการไม่เรียบร้อย เราแนะนำให้เขานำเครื่องบินกลับไป ต่อมามีการยื่นคดีที่ 2 และค้างอยู่ เราก็รอให้คดีถึงที่สุด ซึ่งไม่มีฝ่ายใดอุทธรณ์ แต่ถ้าจะอุทธรณ์ ก็ต้องทำก่อนวันที่ 5 พ.ย.ที่ผ่านมา

 ขณะเดียวกัน ถ้าเราไม่ทำอะไรจนถึงวันที่ 20 พ.ย.นี้ ก็ต้องมีการปล่อยตัวไป ซึ่งจะทำให้ถูกตั้งคำถามว่ากรณีที่ศาลวินิจฉัยแล้วว่าไม่มีเหตุผลที่จะคัดค้านการคุมขังเพื่อนำไปสู่การส่งตัว แต่ทำไมเราจึงไม่ดำเนินการ อีกทั้ง ตนและนายกษิต ภิรมย์ รมว.ต่างประเทศ ได้เคยอธิบายเรื่องนี้และให้คำแนะนำต่อทางรัสเซียแล้วว่ามีช่องทางในการต่อสู้หรือโต้แย้งใดบ้าง แต่เขาก็ไม่ได้ดำเนินการเลย ซึ่งตนไม่ทราบว่าทำไมเขาจึงไม่ทำตาม ตนจึงขอยืนยันว่ากระบวนการพิจารณาทั้งในส่วนของศาลและของรัฐบาล เป็นไปตามหลักเกณฑ์ปกติที่พึงพิจารณากัน

 เมื่อถามว่าทำไมทางสถานเอกอัครราชทูตรัสเซีย ประจำประเทศไทย จึงออกแถลงการณ์ว่าไม่ได้รับคำอธิบายกรณีของนายบูท นายกรัฐมนตรี กล่าวว่า ให้ทางสถานเอกอัครราชทูตรัสเซียฯ ไปถามรัฐมนตรีต่างประเทศของเขาเองดีกว่า   เมื่อถามต่อว่าในระยะยาว เรื่องนี้จะส่งผลกระทบต่อความสัมพันธ์ระหว่างไทยกับรัสเซีย หรือไม่ นายอภิสิทธิ์ กล่าวว่า คงไม่กระทบ ตนคิดว่าการดำเนินการในบางเรื่องจะให้เป็นที่พอใจของทุกฝ่ายนั้นคงไม่ได้ แต่เรื่องใดก็ตามมีเกณฑ์หรือหลักของมันอยู่ เราก็ดำเนินการ และเราระมัดระวังมาตลอด เพราะถ้าเรายอมตามข้อเรียกร้องของสหรัฐฯ คงดำเนินการส่งตัวไปนานแล้ว

 “ทางรัสเซียคงต้องคิดถึงความสัมพันธ์ในภาพกว้าง ความสัมพันธ์ระหว่างประเทศ ถ้าปล่อยให้มีเรื่องใดมากระทบความสัมพันธ์โดยรวม ก็คงไม่ดี ซึ่งผมคิดว่าจริงๆแล้ว เรากับรัสเซียไม่ได้มีปัญหาอะไรกัน และกรณีนี้เราไม่ได้ปฏิบัติต่อรัฐ แต่เป็นการปฏิบัติต่อตัวบุคคล ซึ่งเขาถูกจับกุมมาตั้งแต่ก่อนสมัยรัฐบาลชุดนี้ ผมคิดว่าเขาต้องแยกแยะปัญหาเรื่องตัวบุคคลกับเรื่องความสัมพันธ์ระหว่างรัฐต่อรัฐ ให้ได้ ” นายอภิสิทธิ์ กล่าว

 ต่อข้อถามว่าเรื่องดังกล่าวจะเป็นปมขัดแย้งระหว่างสหรัฐฯกับรัสเซียโดยมีไทยอยู่ตรงกลาง หรือไม่ นายอภิสิทธิ์ กล่าวว่า เราหวังว่าทุกคนจะพูดคุยกัน ซึ่งจากการที่ตนได้สอบถามรัฐมนตรีต่างประเทศของสหรัฐฯและรัสเซีย เขาบอกว่าเขามีการพูดคุยกัน แต่ไม่ได้แปลว่าเมื่อพูดคุยกันแล้วทุกคนจะพอใจ ทั้งนี้ เราทราบมาตั้งแต่ต้นว่าเป็นเรื่องยาก เพราะอยู่ในจุดที่ประเทศใดประเทศหนึ่งไม่พอใจอยู่แล้ว ไม่ว่าจะทำไปในทางใดทางหนึ่ง แต่เราต้องดูว่าบนความพอใจหรือไม่พอใจ มันต้องมีคำตอบ และคำตอบของเราอิงอยู่กับการพิจารณาของศาลและการที่เราทำตามกฎหมายสนธิสัญญา อย่างไรก็ตาม เราคงต้องค่อยๆอธิบายกับทางรัสเซีย ส่วนจะทำหนังสือชี้แจงอีกครั้งหรือไม่นั้น ตนคิดว่ากระทรวงการต่างประเทศคงดูแลเรื่องนี้

 เมื่อถามว่าทนายความของนายบูท เตรียมจะฟ้องร้องนายกรัฐมนตรีที่ใช้อำนาจฝ่ายบริหารในการส่งตัวนายบูท ไปให้สหรัฐฯ นายกรัฐมนตรี กล่าวว่า ตนไม่ได้ทำอะไรผิด   เมื่อถามต่อว่ามีความผิดสังเกตหรือไม่ว่าทำไมรัสเซียจึงไม่ร้องขอให้ส่งตัวนายบูท กลับรัสเซีย   นายอภิสิทธิ์ กล่าวว่า เขาก็มีเหตุผลของเขา

 ต่อข้อถามถึงการที่นายกรัฐมนตรีไม่ไปร่วมประชุมสุดยอดผู้นำประเทศด้านอนุรักษ์เสือ ระหว่างวันที่ 21-24 พ.ย.นี้ ที่รัสเซีย แต่ให้นายสุวิทย์ คุณกิตติ รมว.ทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม ไปแทน นายกรัฐมนตรี กล่าวว่า ตนไม่ได้เพิ่งเปลี่ยนใจไม่ไป แต่ได้แจ้งเรื่องนี้ต่อทางรัสเซียเมื่อครั้งที่พบกับนายดมีตรี เมดเวเดฟ ประธานาธิบดีรัสเซีย ให้ทราบตั้งแต่ก่อนหน้านี้ โดยตนคาดว่าช่วงการประชุมดังกล่าว รัฐสภาของไทยจะมีการพิจารณาเรื่องรัฐธรรมนูญ

"ปณิธาน"ลั่นไทยไม่เคยถูก"สหรัฐฯ"บีบ

 ขณะที่นายปณิธาน รองเลขาธิการนายกรัฐมนตรี ปฏิบัติหน้าที่โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี ให้สัมภาษณ์ที่รัฐสภา ถึงกรณีที่ทางการรัสเซียออกแถลงการณ์ตำหนิรัฐบาลไทยเรื่องการส่งตัวนายวิกเตอร์ บูท ไปสหรัฐฯ ว่า เมื่อวันที่ 17 พ.ย.นายกษิต ภิรมย์ รมว.ต่างประเทศรายงานให้นายกรัฐมนตรีรับทราบว่าจะทำการชี้แจงต่อทางการรัสเซียอย่างต่อเนื่องเพื่อให้เกิดความเข้าใจที่ตรงกัน ความจริง รัฐบาลไทยได้ทำตามขั้นตอน กฎหมาย พันธะกรณีผูกพันทั้งในและต่างประเทศ รวมทั้งได้ใช้อำนาจฝ่ายบริหารในการใช้ดุลพินิจขั้นสุดท้ายก่อนที่จะดำเนินการให้เป็นไปตามกฎหมายการส่งผู้ร้ายข้ามแดน ทุกอย่างเป็นไปตามขั้นตอนทั้งหมดและฝ่ายอัยการแผนกประสานงานคดีต่างประเทศก็ได้ตรวจสอบหลักฐานแล้วว่าไม่ได้มีข้อกฎหมายหรือคดีความวมทั้งการอุทธรณ์ต่าง ๆ ก่อนส่งตัวกลับ   อย่างไรก็ตามไทยก็เข้าใจรัสเซียดีในเรื่องของการดูแลคนของประเทศ แต่ขณะนี้เราได้ประสานและชี้แจงทำความเข้าใจไปตั้งแต่แรกในการดำเนินการตามขั้นตอนต่างๆ เข้าใจว่าขณะนี้นายวิกเตอร์บูท ได้ขึ้นศาลที่สหรัฐฯ แล้ว ซึ่งไม่น่าจะมีปัญหาอะไร

 เมื่อถามว่าจำเป็นต้องทำหนังสือย้ำเพื่อชี้แจงกับทางรัสเซียอีกครั้งหรือไม่ เพราะมีการยืนยันว่าไม่ได้รับข้อมูล และการชี้แจงใดๆ นายปณิธาน กล่าวว่า คงต้องดูความเหมาะสม แต่ในช่วงที่นายกรัฐมนตรี และรมว.ต่างประเทศเดินทางไปต่างประเทศหลายครั้งก็ได้พบกับรัฐมนตรี หรือผู้แทนของรัสเซียก็ไม่มีปัญหาอะไร ความสัมพันธ์ของไทยกับรัสเซียในขณะนี้ก็ดีขึ้นตามลำดับ โดยเราจะส่งนายสุวิทย์ คุณกิตติ รมว.ทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม ไปร่วมประชุมสุดยอดผู้นำประเทศด้านอนุรักษ์เสือ (   International Forum on Tiger Conservation ระหว่างวันที่ 21-24 พฤศจิกายน 2553 ) ที่นครเซนต์ปีเตอร์สเบิร์ก สหพันธรัฐรัสเซีย   ซึ่งความจริงรัสเซียเชิญนายกรัฐมนตรีไปร่วมประชุม แต่บังเอิญว่านายกรัฐมนตรีติดภารกิจต้องร่วมประชุมสภาในการพิจารณาเรื่องการแก้ไขรัฐธรรมนูญจึงมอบหมายให้นายสุวิทย์เดินทางไปแทน

 เมื่อถามย้ำว่าหลังจากเกิดกรณีของนายวิกเตอร์บูท ความสัมพันธ์ของสองประเทศยังไม่ได้รับผลกระทบใช่หรือไม่ โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี กล่าวว่า ยังไม่มีผลกระทบใดๆ   ซึ่งความจริงรัสเซียเชิญนายกรัฐมนตรีไปร่วมประชุมสุดยอดผู้นำประเทศด้านอนุรักษ์เสือ ในวันที่ 24 พ.ย. ยืนยันว่าไม่ได้มีปัญหาอะไรหรือเกี่ยวข้องกับการส่งตัวนายวิกเตอร์บูทไปสหรัฐฯ   ยืนยันว่าปัจจุบันความสัมพันธ์ของสองประเทศดีขึ้นตามลำดับ การพบปะระหว่างกันมีอย่างต่อเนื่อง “ แต่ความกังวลของกระทรวงต่างประเทศรัสเซียเรารับไว้ และจะทำการชี้แจง ซึ่งกรณีนี้เห็นได้ชัดว่าการดำเนินคดีตั้งแต่แรกเป็นคดีที่เกิดขึ้นเกี่ยวข้องกับทางสหรัฐฯซึ่งพันธะกรณีผูกพันกับไทยในเรื่องการส่งผู้ร้ายข้ามแดน เราก็รอให้กระบวนการยุติธรรมเสร็จสิ้นลงก่อน จากนั้นฝ่ายบริหารก็ใช้อำนาจในการตัดสินใจ ซึ่งทางรัสเซียเองก็เข้าใจว่าต้องไปต่อสู้คดีกันในศาลที่สหรัฐฯ ก็มีโอกาสอยู่แล้ว ” นายปณิธาน กล่าว

 เมื่อถามว่ามีการตั้งข้อสังเกตจากภรรยาของนายวิกเตอร์บูทและทางการรัสเซียว่าไทยถูกบีบจากสหรัฐฯ จึงต้องตัดสินใจ นายปณิธาน กล่าวปฏิเสธว่า ไม่ใช่ เราเองยืนยันในหลักการมาตั้งแต่แรก ตอนแรกที่สหรัฐนเข้าใจผิดว่าการส่งผู้ร้ายข้ามแดนเป็นอำนาจของศาลโดยที่ฝ่ายรัฐบาลหรือ ครม.ไม่ต้องใช้ดุลพินิจ ซึ่งไม่ใช่ขณะนี้ทางสหรัฐฯก็เข้าใจขั้นตอนแล้ว   เพราะมีกฎหมายที่เกี่ยวข้องถึง 2 ฉบับ ฉบับแรกปี 2472   และฉบับปี 2551   ในเรื่องการส่งผู้ร้ายข้ามแดนอำนาจของฝ่ายบริหารอาจจะแตกต่างกันเล็กน้อย คดีแรกเข้าใจว่าขึ้นอยู่กับกฎหมายฉบับแรกซึ่งอำนาจของฝ่ายบริหารจึงชัดเจน ส่วนเรื่องความเป็นอิสระในการตัดสินใจดำเนินการของไทยเราดูผลประโยชน์ของประเทศ เป็นหลัก

 “ ยืนยันว่าการดำเนินการของรัฐบาลไทยในการส่งตัววิกเตอร์บูทนี้เราไม่ได้ถูกบีบ ไม่ได้มีเรื่องของเงิน หรือความเป็นมหาอำนาจของสหรัฐฯ เข้ามาเกี่ยวข้อง เราตัดสินใจด้วยผลประโยชน์ของประเทศ ผลประโยชน์ของคนไทยเป็นหลัก โดยใช้กรอบนโยบายต่างประเทศ ซึ่งทุกประเทศเข้าใจดี ” นายปณิธาน กล่าว

 เมื่อถามว่า เป็นห่วงว่าจะมีการปิดน่านฟ้ารัสเซียไม่ให้สายการบินไทยบินผ่านหรือไม่ โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี กล่าวว่า ก็คงเป็นข้อกังวลของคณะกรรมมาธิการการต่างประเทศ ซึ่งขณะนี้ยืนยันว่าไม่มีสัญญาน ในเรื่องดังกล่าว ในทางกลับกันกลับมาความต้องการที่จะเดินทางไปมาของประชาชนทั้งสองประเทศมากขึ้น