
สุรินทร์แนะอปท.ไทยปรับทำงานรับโลกเปลี่ยนแปลง
เลขาธิการอาเซียน ระบุองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นไทย ควรปรับแนวทางกาทำงาน เพื่อขานรับความเปลี่ยนแปลงของโลก ย้ำนายกเล็กฯ ควรเร่งพัฒนาทรัพยากรมนุษย์ โดยเฉพาะด้านภาษา และการบริหารจัดการองค์กร สร้างโอกาสให้เกิดขึ้นในชุมชนอย่างต่อเนื่อง
เมื่อเวลา 09.30 น.วันที่ 18 พ.ย.53 ที่ห้องประชุมแกนด์บอลลูม โรงแรมพูลแมน ราชา ออคิด จ.ขอนแก่น ดร.สุรินทร์ พิศสุวรรณ เลขาธิการอาเซียน เป็นประธานเปิดการประชุมวิชาการนานาชาติด้านการปกครองท้องถิ่น ครั้งที่ 1 ซึ่งวิทยาลัยการปกครองท้องถิ่น มหาวิทยาลัยขอนแก่น ร่วมกับเทศบาลนครขอนแก่น,อบจ.ขอนแก่น
กรมส่งเสริมการปกครองส่วนท้องถิ่นและตำรวจภูธรภค 4 ได้จัดการประชุมขึ้น โดยมีผู้บริหารองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น ทั้งในระดับ อบจ.เทศบาล และ อบต.จากทุกจังหวัดในประเทศไทย รวมไปถึงนักวิชาการและนักปฏิบัติการในด้านของการบริหารงานท้องถิ่นจากปะเทศต่างๆทั่วโลกเข้าร่วมในการประชุมครั้งนี้รวมกว่า 500 คน
ดร.สุรินทร์ พิศสุวรรณ เลขาธิการอาเซียน กล่าวว่า ปัจจุบันมีหลายปัญหาที่เกิดขึ้นอยู่ในหลายประเทศขณะนี้ คือการที่รัฐบาลกลางไม่มีอำนาจในการตัดสินใจอำนาจในการบริหารประเทศได้เท่าที่ควร ด้วยเหตุเพราะความไม่พร้อมหรือไม่สมดุล ซึ่งหลายประเทศยังคงมีปัญหาดังกล่าวเกิดขึ้นอย่างมาก ไม่เว้นแม้กระทั่งในองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น เพราะอำนาจ ความรับผิดชอบและหน้าที่ ของ อปท.ต่างๆนั้น ล้วนแตกต่างกันในบางเรื่องและคล้ายกันในหลายเรื่อง
เพราะฉะนั่นเริ่มจาก ระดับ หมู่บ้าน ตำบล อำเภอ จังหวัดก่อนที่จะถึงส่วนกลาง ทุกส่วนต้องมีความรับผิดชอบมากขึ้น เพราะหากทุกหน่วยไม่ทำหน้าที่ที่ตนเองนั้นรับผิดชอบได้อย่างแท้จริงเราก็จะไม่สามารถที่จะแก้ไขปัญหาต่างๆที่เกิดขึ้นได้ อาเซียน ซึ่งเป็นองค์กรกลางที่ยังคงยืนยันและเน้นย้ำมาเสมอว่าหน่วยงานขอรัฐในทุกระดับโดยเฉพาะหน่วยงานระดับท้องถิ่นจะต้องทำงานเชิงรุก
เพราะนอกจากจะอยู่ใกล้ชิดกับประชาชนมากที่สุดแล้วยังคงรับทราบถึงปัญหา ความต้องการรวมไปถึงทุกเหตุการณ์ที่อาจะเกิดขึ้น หลายโครงการที่อาเซียนดำเนินการในประเทศไทย หรือในประเทศสมาชิก เพื่อที่จะร่วมกันก้าวสู่การเป็นประชาคมอาเซียนให้ได้ในปี 2558 เพราะจะก่อให้เกิดผลดีทางด้านการค้า เพราะตัวเลขที่กลุ่มประเทศอาเซียนนั้นสามารถที่ผลิตได้ในขณะนี้มีรายได้รวมอยู่ที่ 1.5 ล้านล้านดอลลาร์ ขณะที่ยอดการค้าที่อาเซียนทำได้คือ 1.77 ล้านล้านดอลลาร์ และในจำนวนนี้การค้ากันเองของกลุ่มประเทศอาเซียนด้วยกันมีเพียง 15 %
ดร.สุรินทร์ กล่าวอีกว่า สิ่งที่สำคัญที่สุดที่ผู้บริหารในระดับท้องถิ่นของไทยคือการเร่งพัฒนาทรัพยากรมนุษย์และบุคคลในความรับผิดชอบของตนเองให้ดีที่สุด โดยเฉพาะในการฝึกภาษา เพราะปัจจุบันการสื่อสารในรูปแบบต่างๆจะเห็นว่าภาษาอังกฤษนั้นเป็นภาษากลางที่ใช้กันอย่างแพร่หลายทั่วโลก ดังนั้นผู้นำจะต้องฝึกหัดและพัฒนาบุคคลากรให้ก้าวทันความเปลี่ยนแปลงที่เกิดขึ้นในโลกยุคโลกาภิวัฒน์
และในขณะเดียวกันนั้น การพัฒนาสินค้าในกลุ่ม เอสเอ็มอี ในระดับท้องถิ่นให้ก้าวขึ้นอย่างมีมาตรฐานเพื่อที่จะหาตลาดในต่างประเทศ โดยมีความสามารถในการแข่งขันมีเทคโนโลยีในการผลิตมีการบริหารจัดการที่ดีตลาดก็จะกว้างขึ้น จากลูกค้าทุนเดิมในไทยเพียง 60 ล้านคนก็จะขยับสู่กลุ่มลูกค้าทั่วอาเซียนรวม 600 ล้านคน มีตัวอย่างของกลุ่มผู้ประกอบการที่ท้องถิ่นควรเอาเป็นแบบอย่างที่ก้าวสู่การตลาดในระดับประเทศและต่างประเทศ
โดยเฉพาะในด้านบริการ การจัดหาวัตถุดิบเพื่อผลิตตามความต้องการาของตลาด โดยที่ท้องถิ่นซึ่งในไทยนั้นมีวัตถุดิบที่ทรงคุณค่ามาก ท้องถิ่นควรที่จะเน้นในเรื่องของการบริหารจัดการ และการบริการที่ดี โดยเฉพาะในด้านการท่องเที่ยวซึ่งก็จะทำให้คนในอาเซียนมาเที่ยวในอาเซียนเพิ่มมากขึ้นจากเดิมอีกเป็นจำนวนมาก ซึ่งก็จะสร้างรายได้ให้กับชุมชนได้ไม่น้อยเลยทีเดียว
ดร.สุรินทร์ ยังกล่าวอีกว่า ทุกหน่วยงานจะต้องร่วมมือกันโดยเฉพาะองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นที่จะต้องจับมือและทำให้ได้ เพื่อที่จะกระจายรายได้ให้เกิดขึ้นไม่ใช่เพียงการให้เกิดรายได้ที่ตกลงไปในเฉพาะเมืองใหญ่เท่านั้น ขณะนี้การพัฒนาของอาเซียนนั้นโตเร็วในปี 2553 อย่างน้อยที่สุด 7-8% ของกลุ่มอาเซียน ไทยจัดอยู่ในเกณฑ์ที่ดีที่มีการเติบโตขึ้นอย่างมาก แต่ก็ยังคงอยากเห็นการสร้างงานสร้างรายได้ให้กับท้องถิ่นในพื้นที่รอบนอกมากกว่าการกระจุกตัวอยู่แต่เฉพาะในเมืองใหญ่เท่านั้น
ดังนั้นการพัฒนาท้องถิ่นให้เกิดการมีส่วนร่วม มีส่วนในการผลิต มีส่วนในการจัดการ เพราะฉะนั้นแล้วที่ นายกองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นจะต้องการปรับตัวและให้ทันถึงการเปลี่ยนแปลง มีการบริหารจัดการที่ดี เน้นการพัฒนาคน ควบคู่ไปกับงานเดิมที่ทำอยู่แล้ว อย่ามองเพียงแค่การแก่งแย่งอำนาจ มีปัญหาคอรัปชั่น มีความขัดแย้งเกิดขึ้น กลุ่มบริษัทนายทุนที่จะมาลงทุนพอมาทราบถึงสภาพปัญหาก็เปลี่ยนใจทันที ดังนั้นการบริหารจัดการท้องถิ่นจะต้องเป็นไปอย่างมีประสิทธิภาพมองเห็นโอกาสและพร้อมที่จะแข่งขันและแลกเปลี่ยนกันทุกเมื่อ



