
เรียงข่าวร้อยคน (ศุกร์ที่ 19 พ.ย. 2553)
00 นายหัวไทรตกใจจริงๆ ครับกับข่าวที่ "พิทักษ์ เมืองโคตร" ผอ.สถานีอุตุนิยมวิทยาจังหวัดนครพนม เปิดเผยการเฝ้าติดตามระดับน้ำในแม่น้ำโขง พบว่าขณะนี้ระดับน้ำในแม่น้ำโขง ลดลงอย่างรวดเร็วเฉลี่ยวันละ 9-10 ซม. และเป็นการปรับตัวลดลงอย่างไม่ทราบสาเหตุ ทั้งๆ ที่ข่าวน้ำท่วมใหญ่ในภาคอีสานเพิ่งจะผ่านพ้นไปไม่ถึง 10 วันด้วยซ้ำ แต่เพียงพริบตาเดียวเท่านั้นกลับมีข่าวแม่น้ำโขงแห้งมาให้ได้ยิน
00 แน่นอนว่า การปรับตัวลดลงของน้ำในแม่น้ำโขงนั้น ประเทศจีนต้องตกเป็นขี้ปากคนอื่นอย่างหนีไม่พ้น เพราะก่อนหน้านั้น จีนซึ่งเป็นประเทศต้นกำเนิดของแม่น้ำโขงมีการก่อสร้างเขื่อนกั้นแม่น้ำโขงหลายแห่งด้วยกัน และมีข่าวออกมาว่า ช่วงน้ำหลากจีนได้ปิดเขื่อนกั้นน้ำโขงไว้ใช้ในยามหน้าแล้ง ขณะที่ฝั่งสาธารณรัฐประชาธิปไตยประชาชนลาว (สปป.ลาว) ก็มีการสร้างเขื่อนเพื่อผลิตกระแสไฟฟ้า ทำให้น้ำโขงแห้งเร็วขึ้น ในขณะที่ระหว่างนั้นไทยเรากำลังประสบปัญหาน้ำท่วม จึงต้องเร่งระบายน้ำออกไป
00 ปัญหาระดับน้ำในแม่น้ำโขงลดลงอย่างรวดเร็วนั้น ถือว่าเป็นปัญหาที่น่าสนใจยิ่งครับว่าเกิดอะไรขึ้น และเราจะรับมือกับปัญหาภัยแล้งในปีหน้าที่กำลังจะมาเยือนเราในอีกไม่กี่เดือนข้างหน้าอย่างไร เพราะปีที่แล้ว เกษตรกรที่ทำมาหากินอยู่ริมฝั่งแม่น้ำโขง ได้รับผลกระทบอย่างแสนสาหัสมาแล้ว และในปีนี้ขนาดยังไม่เข้าสู่หน้าแล้ง ระดับน้ำในแม่น้ำโขงแห้งแล้ว ซึ่งจากการตรวจสอบพบว่าบริเวณริมตลิ่งโขงเขตเทศบาลเมืองนครพนมช่วงท้ายเมืองได้เกิดหาดทรายเป็นบริเวณแนวยาวนับสิบกิโลเมตร ขึ้นไปทางเขตบ้านหนองจันทร์ ต.ท่าค้อ อ.เมือง และหาดทรายกินลึกลงสู่กลางลำน้ำโขงจนเห็นเกาะกลางแม่น้ำโขงที่จมน้ำโผล่ขึ้นมา ซึ่งปกติจะไม่เกิดขึ้น ถือว่าเป็นปรากฏการณ์ครั้งแรกในรอบ 30 ปี และส่วนใหญ่การเกิดหาดทรายจะอยู่ในช่วงเดือนมีนาคม-เมษายนเท่านั้น
00 นี่ถือเป็นปรากฏการณ์ที่นักวิชาการด้านอุตุนิยมวิทยา หรือนักชลประทานต้องเร่งศึกษาว่า "เกิดอะไรขึ้น" เพราะถ้าปล่อยให้เป็นไปตามธรรมชาติ ในที่สุดเราจะรับมือกับภาวะภัยแล้งในปีหน้าไม่ไหว และไม่รู้ด้วยว่า ปีนี้น้ำท่วมหนักมาก เราได้มีวิธีการในการบริหารจัดการน้ำอย่างมีประสิทธิภาพหรือไม่ ซึ่งไม่ได้หมายถึงการแก้ไขปัญหาน้ำท่วมแต่เพียงสถานเดียว แต่หมายถึงเราได้กักเก็บน้ำไว้ใช้ในยามหน้าแล้งหน้าได้อย่างเพียงพอหรือเปล่าด้วย ไม่งั้นปีหน้าเราก็จะกลับมานั่งพูดกันเรื่องเดิมๆ ซ้ำซาก และจะเป็นอย่างนี้ต่อไปอย่างไม่มีที่สิ้นสุด
00 อยากให้รัฐบาลใช้ปรากฏการณ์นี้เป็นจุดเริ่มต้นศึกษาอย่างจริงจัง ก่อนบ้านเมืองจะเกิดกับวิบัติอีกคำรบ หลังจากเจอ "น้ำ-ลม-ไฟ" ถล่มมาแล้ว 00
"นายหัวไทร"



