
ก็เท่านี้
เล่นเอาชาวไทยลุ้นกันใจหายใจคว่ำเลยทีเดียวสำหรับขุนพลนักเตะทีมชาติไทยที่ต้องออกแรงถึง 120 นาทีกว่าจะเอาชนะ เติร์กเมนิสถาน ได้หวุดหวิด 1-0 แบบที่ต้องเล่นแค่ 10 คนในช่วงต่อเวลาพิเศษ ถึงจะลุ้นเหนื่อย แต่สุดท้ายแล้วนักเตะ ช้างศึก ก็สามารถผ่านเข้าสู่รอบ 8 ท
แต่ในชัยชนะของทีมไทยไม่ได้มีแค่การแซ่ซ้องยินดี เพราะเกิดเสียงวิจารณ์เกี่ยวกับฟอร์มของนักเตะไทยตามมาแบบมหาศาล
ใครที่นั่งดูการถ่ายทอดสดอยู่ที่เมืองไทยก็คงอดวิพากษ์วิจารณ์ไม่ได้แน่นอน ส่วนผมและเพื่อนนักข่าวไทยอีกหลายสิบชีวิตในสนามนี่ตะโกนกันแทบจะคอแตก
ถ้าว่ากันตามตรงต้องบอกว่าทีมชาติไทยควรจะเอาชนะไปได้ตั้งแต่ในเกม 90 นาทีแล้ว
มาตรฐานของฟุตบอลไทยกับเติร์กเมนิสถานถ้าเทียบกันจริงๆ ทีมไทยยังเหนือกว่า
ขนาดนักข่าวของเติร์กยังถาม “ร็อบโบ้” ไบรอัน ร็อบสัน ตอนหลังจบเกมเลยว่า “เติร์กคู่ควรจะเป็นคู่แข่งของไทยในรอบนี้หรือเปล่า”
รูปเกมของไทยเหนือกว่าเยอะ แต่ทีมไม่อาจใช้ความได้เปรียบในสนามปิดเกมได้ ลูกจุดโทษที่ได้ยิงถึง 2 ครั้งแต่พลาดเป้าทั้งหมดก็ไม่น่าจะเป็นเรื่องที่ปล่อยผ่านไป
หลายคนสงสัยว่าทำไมต้องเป็น วิชะยา เดชมิตร ที่รับหน้าที่เพชฌฆาต
“ร็อบโบ้” บอกว่าเคยถามลูกทีมตอนหลังฝึกซ้อมแล้วว่าใครจะยิงจุดโทษ แต่ก็ไม่มีใครเสนอตัวยิงมีเพียง วิชะยา ที่บอกว่าพร้อมจะยิง
พอถึงเวลาได้จุดโทษจริงๆ เลยรับหน้าที่ยิงแต่ไม่เข้า เพราะฉะนั้นจะไปกล่าวหา วิชะยา ว่า “สะเออะ” มายิงคงไม่ได้
แต่ “ร็อบโบ้” ก็ควรจะเข้าใจและรู้พื้นฐานของลูกทีมว่าควรจะมอบหมายความไว้วางใจให้ใคร
การที่ “ร็อบโบ้” บอกว่ายิงจุดโทษไม่เข้า เพราะโชคก็คงจะไม่ถูก ผมยังชอบกับคำพูดของ “โค้ชเฮง” วิทยา เลาหกุล ที่ว่า “จุดโทษคือการฝึกฝน ไม่ใช่ดวง” มากกว่า
การออกมาปกป้องลูกทีมที่โดนใบแดงแบบ “เสียค่าโง่” ก็ไม่น่าจะถูกต้องเหมือนกัน จังหวะนั้นยังไง วิชะยา ก็ไม่ควรจะเอามือไปจับบอลไม่ว่าลูกกำลังจะออกหรือไม่ก็ตาม
นักฟุตบอลไทยโดนใบแดงแบบเสียค่าโง่มาเยอะแล้ว คนทำทีมไม่ควรจะปกป้องในสิ่งที่ไม่ถูกต้อง กรณีอย่างนี้ต้องโดนตำหนิครับ
ตัวของ “ร็อบโบ้” เองก็ต้องทบทวนการทำทีมของตัวเอง มีอย่างที่ไหนปล่อยนักเตะเล่นเต็มเวลา 90 นาทีแบบไม่ยอมเปลี่ยนตัวเลย
แถมช่วงต่อเวลาและตอนที่เหลือ 10 คนก็ยังไม่ยอมเปลี่ยน ปล่อยให้ 10 คนจาก 90 นาทีสู้กับ 11 คนอยู่นั่นล่ะ จนบางคนเท้าสะเอวหอบแฮกๆ ไม่ไหวอยู่แล้ว
นี่ถือว่าโชคดีนะครับที่ทีมชาติไทยยังเอาตัวรอดชนะผ่านเข้ารอบไปได้ ไม่งั้นฟุตบอลไทยเกิดอาการ “วงแตก” อีกแน่นอน
แต่การผ่านเข้ารอบไปไม่ใช่สิ่งที่คนทำทีมชุดนี้หรือสมาคมฟุตบอลไทยจะโอ้อวดพรรณา หากดูผลงานจริงๆ ทีมชาติไทยชุดนี้ยังถือว่าสอบไม่ผ่าน
ถ้าไม่นับที่ถล่ม ปากีสถาน ในเกมแรกแล้ว ทีมชาติไทยยังเอาชนะใครใน 90 นาทีไม่เป็นเลย ตั้งแต่การเสมอ โอมาน เจ๊า มัลดีฟส์ และชนะ เติร์กเมนิสถาน ในช่วงต่อเวลา
ดังนั้นเกมต่อไปหากทีมชาติไทยจะไปแพ้ ญี่ปุ่น ก็ไม่ต้องไปเสียใจอะไร คุณภาพนักเตะเท่านี้ กึ๋นโค้ชมีเท่านี้ มาได้ไกลขนาดนี้ก็บุญท่วมหัวแล้วครับ



