ข่าว

วัดศรีบุญเรืองเดินหน้าไถ่บาปทำแท้ง

วัดศรีบุญเรืองเดินหน้าไถ่บาปทำแท้ง

18 พ.ย. 2553

จุรินทร์สั่งขยายผลค้นคลินิคทำแท้งเถื่อน ตร.เค้นสอบลูกชาย จนท.วัดไผ่เงิน ก่อนยอมรับสารภาพร่วมทำกับพ่อ รับซากทารกมาปีกว่า ได้ค่าจ้างครั้งละ 200 บาท เตรียมนำตัวมือทำแท้งเถื่อนฝากขัง-ค้านประกันตัว

(18พ.ย.) เวลา 09.30 น. พนักงานสอบสวน สน.วัดพระยาไกร นำนายสุชาติ ภูมี อายุ 38 ปี เจ้าหน้าที่ดูแลศาลาวัดไผ่เงินมาสอบปากคำเพิ่มเติ่ม ก่อนที่จะยอมรับสาราภาพว่า นายสุจินต์ ภูมี บิดาที่ถูกจับมาก่อนหน้านี้ ได้ให้มาช่วยดูแลในศาลาวัดนานแล้ว จึงทำให้รู้จักกับ น.ส.ลัญฉกร หรือ “โกะ” จันทมนัส อายุ 33 ปี ผู้ต้องหา โดยก่อนหน้านี้ตนเคยทำงานเป็นเจ้าหน้าที่มูลนิธิกู้ภัยแสงจันทร์มาก่อน โดยเบื้องต้นก็พอทราบว่าน.ส.ลัญฉกร มีครอบครัวแต่ไม่มีบุตร และเคยมีเด็กที่รอดตายจากการทำแท้งซึ่ง น.ส.ลัญฉกร  นำไปเลี้ยงจริง เป็นเด็กผู้ชายชื่อไฟท์ แต่ตนไม่เคยเห็นหน้า คาดว่าจะญาติ น.ส.ลัญฉกร คงนำไปเลี้ยงแล้ว

 นายสุชาติ กล่าวต่อว่า หลังออกจากงานกู้ภัยก็มาช่วยงานในวัด จนกระทั่ง น.ส.ลัญฉกร ได้มาติดต่อว่าจะนำศพให้มาทิ้งโดยให้ค่าจ้างครั้งละ 200 บาท และจะนำศพเด็กใส่ถุงดำมาให้ที่หน้าวัด ครั้งละ 2-3 ถุง หากไม่อยู่จะมีคนมารับแทน โดยทำมาปีกว่าแล้ว พอรับถุงมาแล้วก็ยังไม่เอาไปทำลายเลย โดยรับมาแต่ละครั้งก็เอามารวมๆกัน และคิดว่าทำอีกสักพักก็จะเลิกเพราะถุงศพเด็กเริ่มเต็ม ส่วนที่ตอนแรกไม่รับสารภาพก็เพราะกลัวความผิดและเห็นว่าพ่อและญาติอาจจะเดือดร้อน ก็เลยออกมายอมรับ รวมทั้งตำรวจก็จะกันตัวเป็นพยาน แต่จะเอาผิดกับทางคลินิก
เท่านั้น

 ด้าน พ.ต.อ.เมธี รักพันธุ์ ผกก.สน.วัดพระยาไกร กล่าวว่าได้มีการประชุมพนักงานสอบสวนและเห็นว่าจะมีการส่งคดีดังกล่าวให้ สน.หนองแขม ดำเนินคดี เพราะเป็นจุดเริ่มต้นที่พบว่ามีการทำแท้ง โดย สน.วัดพระยาไกร ก็จะทำการสอบปากคำพยาน 2 ปาก ก่อนจะส่งสำนวนและตัวผู้ต้องหาให้ สน.หนองแขม เบื้องต้นแจ้งข้อหามีส่วนร่วมในการซ่อนเร้นศพ

 พ.ต.อ.เมธี กล่าวถึง ประเด็นที่ผู้ต้องหาออกมายอมรับมีดาราดัง เคยเข้าไปรับบริการทำแท้ง ว่าในส่วนของดารา อาจจะมีการเข้าข่ายผิดกฏหมายบางข้อ ซึ่งเป็นเรื่องละเอียดอ่อน หากระบุชื่อต้องมีพยานหลักฐาน เพราะเป็นคนมีชื่อเสียง

พบศพเด็กยัดใส่ถุงลอยน้ำแฟลตดินแดง

  เมื่อเวลา 14.00น. รับแจ้งจากมูลนิธิร่วมกตัญูญู  พบศพเด็กลอยน้ำมา บริเวณคลองด้านหลังของแฟลตดินแดง จึงไปตรวจสอบยังจุดเกิดเหตุ พบศพเด็กทารก ถูกยัดใส่ถุงพลาสติก ศพมีสภาพอืด ลอยตามน้ำมา ติดหลังแฟลตดินแดง เจ้าหน้าที่ตำรวจคาดว่า น่าจะเสียชีวิตมาอย่างน้อย 2-3 วัน ทั้งนี้ คาดว่าเสียชีวิตจากการทำแท้ง แล้วนำศพมาโยนทิ้ง ซึ่งเจ้าหน้าที่จะติดตามมาดำเนินคดีต่อไป

 อย่างไรก็ตาม การเสียชีวิตของเด็กทารก ได้กลายเป็นข่าวครึกโครม หลังจากเกิดเหตุการณ์พบศพเด็กทารกกว่า 300 ศพ ที่วัดไผ่เงิน ท่ามกลางกระแสวิจารณ์ของสังคมประณามการท้องโดยไม่พึงประสงค์ และการทำแท้งของเด็กวัยรุ่น

พศ.เข้มวัดเผาศพต้องมีใบมรณบัตรเท่านั้น

 นายนพรัตน์ เบญจวัฒนานันท์ ผอ.สำนักงานพระพุทธศาสนาแห่งชาติ (พศ.) กล่าวว่า จากกรณีมีการพบซากศพทารกซุกซ่อนภายในโกดังเก็บศพของวัดไผ่เงินโชตนารามนั้น ทางพศ.ในฐานะดูแลวัดทั่วประเทศได้มอบหมายให้สำนักเลขาธิการมหาเถรสมาคม(มส.) ทำหนังสือเวียนแจ้งไปยังเจ้าคณะปกครองเพื่อแจ้งให้วัดที่มีฌาปณสถานให้ความระมัดระวังกรณีที่อาจจะมีคนแอบนำมาศพมาเผาโดยไม่ได้รับอนุญาตอย่างถูกต้อง โดยการเผาศพต้องมีใบมรณบัตรและมีชื่อของบุคคลที่นำมาเผา นอกจากนี้ทางวัดจะต้องมีการดูแลสัปเหร่อ ไม่ควรปล่อยให้ทำงานโดยลำพัง เพราะเรื่องที่เกิดขึ้น มองว่าเป็นการลักลอบนำศพทารกเข้ามาเผา เพราะจากที่ได้สอบถามไปยังเจ้าอาวาสวัดแล้วไม่ทราบเรื่องดังกล่าว

 “สำหรับเรื่องของเมรุเผาศพนั้น ตามพ.ร.บ.สุสานและฌาปนสถาน พ.ศ.2528 ไม่จำเป็นต้องสร้างที่วัด ซึ่งชุมชนสามารถกำหนดสถานที่สร้างเมรุเผาศพได้ แต่ต้องอยู่ภายใต้การควบคุมดูแลเรื่องสิ่งแวดล้อม ของหน่วยงานที่อยู่ในพื้นที่ ไม่ว่าจะเป็นเรื่องควัน กลิ่น การจัดเก็บศพ โดยพื้นที่กรุงเทพมหานครจะมีกรุงเทพมหานครหรือสำนักงานเขตเป็นผู้ดูแล ส่วนต่างจังหวัดจะมีเทศบาลเป็นผู้ดูแล อย่างไรก็ตาม ปัจจุบันประชาชนก็ยังคงนิยมสร้างเมรุคู่กับวัดเพราะการสร้างที่วัดจะมีพระประกอบพิธีทางศาสนาให้ด้วย” นายนพรัตน์ กล่าว

 ด้านดร.อำนาจ บัวศิริ ผอ.สำนักเลขาธิการ มส. กล่าวว่า เจ้าหน้าที่ได้ลงพื้นที่ตรวจสอบกรณีดังกล่าวแล้ว ทราบว่าเจ้าอาวาสวัดไม่ทราบเรื่อง เพราะแอบเผาช่วงเวลากลางคืนและวัดทุกแห่งเป็นสถานที่เปิด อยู่คู่กับชุมชน จะให้ปิดประตูห้ามเข้าห้ามผ่านคงไม่สามารถทำได้ ดังนั้น จึงขอให้วัดทั่วไป เพิ่มมาตรการดูแลความปลอดภัยในช่วงเวลากลางคืนมากขึ้น เช่น จัดเวรยามเป็นพระหรือลูกศิษย์ในวัดช่วยคอยเป็นหูเป็นตาหรือเป็นอาสาสมัคร หรือหากมีกำลังไม่เพียงพอก็ให้ขอการสนับสนุนจากเจ้าหน้าที่ตำรวจส่งสายตรวจตระเวนมาสอดส่องดูแล ส่วนสัปเหร่อนั้น ไม่ใช่คนที่อยู่ในวัดเพียงแต่คุ้นเคยกับวัด จึงปล่อยให้เข้าออก โดยอิสระ ตอนนี้ก็ต้องดูแลด้วยเพราะกรณีที่เกิดขึ้น ถือเป็นอุทธาหรณ์

เตรียมนำตัวมือทำแท้งเถื่อนฝากขัง-ค้านประกันตัว

 เมื่อเวลา 09.00 น.วันที่ 18 พฤศจิกายน เจ้าหน้าที่ตำรวจสน.หนองแขม ได้ควบคุมตัว น.ส.ลัญฉกร จันทมนัส หรือ โก๊ะ อายุ 33 ปี ผู้ต้องหาคดีประกอบกิจการสถานพยาบาลโดยไม่ได้รับอนุญาต ออกจากห้องควบคุมเพื่อพิมพ์ลายนิ้วมือ เพื่อส่งกองทะเบียนประวัติอาชญากร โดยไม่ได้ให้สัมภาษณ์กับสื่อมวลชนที่มารอทำข่าว

 ต่อมาเวลา 10.00 น. พ.ต.ท.สมธิชัย กลีบบัว พนักงานสอบสวน (สบ 2)สน.หนองแขม ได้เบิกตัวน.ส.ลัญฉกร ผู้ต้องหาเพื่อสอบปากคำเพิ่มเติม โดยมีเจ้าหน้าที่ศูนย์ประชาบดี จังหวัดนครปฐม ได้เดินทางมาเพื่อขอข้อมูลเกี่ยวกับเด็กที่รอดชีวิตจากการทำแท้งทั้ง 8 คน โดยพบว่าอยู่กับแม่ผู้ต้องหา 5 คน และอยู่กับญาติผู้ต้องหา 2 คน และอยู่กับผู้ต้องหา 1 คน โดยเจ้าหน้าที่ศูนย์ได้ใช้เวลาประมาณ 30 นาที จึงเดินทางกลับไปพร้อมน้องสาวผู้ต้องหา

 ขณะที่ พ.ต.ท.ปราชญาน จิเนราวัต รอง ผกก.สส.สน.วัดพระยาไกร เดินทางมาประสานกับ พ.ต.ท.สมธิชัย เพื่อนำสำนวนการสอบสวน นายสุเทพ ชะบางบอน นายสุชาติ ภูมี และพยานปากอื่นๆ มาส่งให้ เพื่อรวบรวมเป็นสำนวนเดียวกัน

 ด้านเจ้าหน้าที่พัฒนาสังคมและสวัสดิการบ้านพักเด็กและครอบครัว จังหวัดนครปฐม กล่าวภายหลังการพูดคุยกับผู้ต้องหาว่า มาเพื่อต้องการช่วยเหลือดูแลเด็กที่อยู่ในความดูแลของผู้ต้องหา โดยมีเด็กดังกล่าวรอดจากการทำแท้ง ซึ่งผู้ต้องหา เล่าว่า เด็กที่อยู่ในความอุปการะของตนทั้งหมดมีจำนวน 7 คน อายุระหว่าง 9 เดือน-8 ปี โดยการอุปการะของมารดาผู้ต้องหา จำนวน 4 คน อยู่ที่บ้าน อ.นครไชยศรี จ.นครปฐม โดยผู้ต้องหายืนยันกับเจ้าหน้าที่ว่าจะขอเลี้ยงดูเอง ซึ่งทางผู้ต้องหาแจ้งว่าหลังเด็กรอดชีวิตก็ได้แจ้งเป็นมารดาของเด็กเองด้วย ซึ่งสภาพความเป็นอยู่ของเด็กโดยเฉพาะเด็กที่อายุ 8 ขวบนั้น ทางผู้ต้องหาได้เลี้ยงดูส่งเสียให้เรียนหนังสือ ซึ่งขณะนี้ศึกษาอยู่ชั้นประถมศึกษาปีที่ 2 ส่วนเด็กอีก 2 คนผู้ต้องหาแจ้งว่าอยู่ในพื้นที่เขตหนองแขม ส่วนอีกคนทางผู้ต้องหาเลี้ยงดูเอง

 พ.ต.อ.ธนวัฒน์ ตั้งวงษ์เจริญ ผกก.สน.หนองแขม กล่าวถึงกรณีที่มีดารานางแบบ ที่ผู้ต้องหากล่าวอ้างว่าเคยทำแท้งนั้น ว่า ในส่วนนี้พบว่ายังเป็นเพียงชื่อย่อ ไม่มีพยานหลักฐานที่แน่ชัดอ้างอิงว่าเป็นบุคคลใด ซึ่งไม่สามารถตรวจสอบได้ จึงยังจะไม่มีการเรียกบุคคลเหล่านี้มาสอบปากคำต้องรอให้เสร็จสิ้นกระบวนการสอบสวนก่อนว่ามีใครที่เกี่ยวข้องกับคดี โดยในวันพรุ่งนี้เวลา 09.00 น.จะนำตัวผู้ต้องหาไปฝากขังที่ศาลจังหวัดตลิ่งชัน พร้อมยื่นคัดค้านประกันตัว เนื่องจากเป็นคดีที่เป็นที่สนใจของประชาชน และเกรงว่าจะมีผลต่อคดี

จุรินทร์สั่งขยายผลตรวจค้นคลินิคทำแท้งเถื่อน

 ที่กระทรวงสาธารณสุข จ.นนทบุรี นายจุรินทร์  ลักษณวิศิษฏ์  รัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุข ให้สัมภาษณ์ความคืบหน้าการดำเนินงานกรณีพบศพทารกที่เกิดจากการทำแท้ง ถูกนำมาทิ้งที่ช่องเก็บศพ วัดไผ่เงิน เขตบางคอแหลม กทม. ว่า ได้สั่งการให้กรมสนับสนุนบริการสุขภาพ ประสานงานกับเจ้าพนักงานสอบสวน ดำเนินการร่วมกันอย่างต่อเนื่องตลอด2-3วันที่ผ่านมา ล่าสุดวานนี้สามารถจับกุมผู้ต้องหาได้ 1 ราย ที่เขตหนองแขมเปิดเป็นคลินิกทำแท้งเถื่อน ในส่วนความรับผิดชอบของกระทรวงสาธารณสุข จะตั้งข้อหาอย่างน้อย 2 ข้อหา ข้อหาแรกคือ สถานพยาบาลเถื่อน มีโทษจำคุกไม่เกิน 3 ปี ปรับไม่เกิน 60,000 บาทหรือทั้งจำทั้งปรับ ข้อหาที่ 2 คือ ประกอบวิชาชีพเวชกรรมโดยไม่ได้รับอนุญาต โทษจำคุกไม่เกิน 3 ปี ปรับไม่เกิน 30,000 บาทหรือทั้งจำทั้งปรับ และจะถูกเจ้าหน้าที่ตำรวจดำเนินคดีอาญา เนื่องจากผู้ต้องหารายนี้ไม่ใช่แพทย์ ทั้งนี้ ผู้ที่สามารถทำแท้งได้ตามกฎหมายจะต้องเป็นแพทย์เท่านั้น และจะทำได้ใน 2 กรณี กรณีแรกคือ กรณีที่เก็บทารกไว้ในครรภ์ต่อไปจะเป็นอันตรายต่อแม่ และกรณีหญิงที่ถูกข่มขืน โดยมีแนวปฏิบัติตามหลักเกณฑ์ที่แพทยสภากำหนดไว้  นอกเหนือจาก 2 กรณีนี้ถือว่าผิดกฎหมาย

          นายจุรินทร์กล่าวต่อว่า ได้ให้กรมสนับสนุนบริการสุขภาพซึ่งรับผิดชอบเรื่องสถานพยาบาลโดยตรง ร่วมกับเจ้าหน้าที่ตำรวจดำเนินการปราบปรามหรือตรวจสอบคลินิกที่ผิดกฎหมาย เพื่อขยายผลและติดตามผู้ที่กระทำความผิดมาดำเนินคดี ขณะนี้อยู่ระหว่างเตรียมการเข้าตรวจค้นมีพื้นที่เป้าหมายหรือสถานบริการเป้าหมายไว้แล้ว หากมีความคืบหน้าก็จะรายงานให้ทราบ แต่ไม่สามารถบอกล่วงหน้าได้ว่าจะไปที่ไหน ได้มอบนโยบายให้เอาผิดกับเรื่องนี้ เพราะถือว่าเป็นเรื่องที่ผิดกฎหมาย และไม่ถูกต้อง 

 สำหรับกรณีที่ผู้ต้องหาติดสินบนกับทางโรงพยาบาลเพื่อขอใบรับรองการเกิดนั้น นายจุรินทร์กล่าวว่า จะมีการสอบสวนต่อไปว่าเป็นความจริงหรือไม่ และเป็นโรงพยาบาลใด ซึ่งหากโรงพยาบาลนั้นออกใบรับรองการเกิดที่เป็นเท็จ โรงพยาบาลนั้นก็จะต้องรับผิดชอบ หากเป็นโรงพยาบาลเอกชนจะมีความผิดตามพระราชบัญญัติสถานพยาบาลมาตรา 73 โทษจำคุกไม่เกิน 2 ปี ปรับไม่เกิน 40,000 บาทหรือทั้งจำทั้งปรับ หากเป็นโรงพยาบาลของรัฐบาล เจ้าหน้าที่ที่รับแจ้งรู้เห็นกับการกระทำของผู้แจ้ง จะมีความผิดทั้งทางอาญาและมีความผิดทางวินัยด้วยส่วนผู้แจ้งให้เจ้าหน้าที่รัฐจดข้อความอันเป็นเท็จ มีโทษจำคุกไม่เกิน 3 ปี ปรับไม่เกิน 6,000 บาท หรือทั้งจำทั้งปรับ

วัดศรีบุญเรืองเดินหน้า"ไถ่บาปทำแท้ง"

 ส่วนจากกรณีวัดศรีบุญเรือง ถนนรามคำแหง ได้ติดป้ายโฆษณาเชิญชวน ผู้ที่เคยทำแท้ง เข้าร่วมพิธี "ซิโกเด็ก" หรือการสวดส่งวิญญาณทารกแท้ง เพื่อเป็นสะเดาะห์เคราะห์ ตลอดแนวถนนเส้นรามคำแหง จะพบป้าย จำนวนมาก   ความถี่ห่างกันไม่ถึงป้ายรถเมล์  เนื้อหาเป็นการโฆษณาพิธีกรรม "ซิโกเด็ก" สวดส่งวิญญาณทารกแท้ง สะเดาะห์เคราะห์ ณ วัดศรีบุญเรือง ซ.รามคำแหง 107 บางกะปิ โดยมีสโลแกนว่า พิธีกรรมดี พิธีกรรมใหญ่ มีความเข้มขลัง มีพลังความศักดิ์สิทธิ์ ในวันที่ 27 พ.ย. 2553 

  วันนี้(18พ.ย.) พระรุ่งแสง ฐิติญาโณ ผู้ช่วยเจ้าอาวาสวัดศรีบุญเรือง กล่าวว่า พิธีซิกโกเด็กเป็นพิธีตามหลักพระพุทธศาสนา ที่ไว้ให้ประชาชนเข้ามาทำบุญอยู่แล้ว ไม่ได้จัดทำขึ้นเพื่อตามกระแสนิยม แต่ทางวัดมีการทำพิธีดังกล่าวมาก่อนหน้านี้แล้วและจะจัดทำพิธีโกซิกเด็กนี้ต่อไป สำหรับพิธีซิกโกเด็กเป็นเพียงพิธีทำบุญสะเดาะห์เคราะห์ เพื่อเป็นการทำบุญให้ผู้ที่ล่วงลับไปแล้วเท่านั้น ไม่ใช่เพียงแต่การทำบุญให้กับเด็กที่ทำแท้งและไม่สามารถช่วยชำระล้างบาปที่ได้ทำผิดไว้

 "พระพุทธเจ้าได้สอนให้มนุษย์เชื่ออย่างมีปัญญา เชื่ออย่างมีสติและพิจารณาให้ถูกต้องก่อน ดังนั้น การทำแท้งเป็นการทำผิดศีลธรรม เป็นการทำบาป และไม่สามารถชำระล้างบาปได้ด้วยพิธีการต่างๆ แต่ถ้าเข้าร่วมพิธีสะเดาะเคราะห์แล้วสบายใจก็มาทำบุญ ดีกว่าไม่ได้ทำอะไรเลย"พระรุ่งแสงดกล่าว

 ผู้ช่วยเจ้าอาวาสวัดศรีบุญเรือง กล่าวแนะนำว่า พ่อแม่ต้องปลูกฝังให้เด็กวัยรุ่นรักนวลสงวนตัวและรู้จักศีลธรรมอันดีงาม ส่วนดาราต้องเป็นต้นแบบที่ดีให้กับเด็กวัยรุ่นและที่สำคัญคือสังคมและสิ่งแวดล้อม เพราะสิ่งแวดล้อมสามารถชักจูงให้ขาดความหยั้งช่างคิดในการดำรงชีวิตได้เป็นอย่างมาก เนื่องจากวัยรุ่นในปัจจุบันยังขาดความรับผิดชอบอย่างมาก ขาดความเกรงกลัวและละอายต่อบาปเป็นอย่างมาก