ข่าว

พ่อคูณอาการดีขึ้นคาด22พ.ย.กลับวัด

พ่อคูณอาการดีขึ้นคาด22พ.ย.กลับวัด

18 พ.ย. 2553

แพทย์ระบุ หลวงพ่อคูณอาการดีขึ้น รอสังเกตอาการอีก 48 ชม. หากไม่มีอาการแทรกซ้อน น่ากลับวัดได้ 22 พ.ย.นี้ แนะญาติโยมที่แวะไปกราบนมัสการต้องอยู่ห่างหลวงพ่อ ส่วนลูกศิษย์ไม่ควรให้หลวงพ่อคูณรับกิจนิมนต์

(18พ.ย.) ผู้สื่อข่าวรายงานว่า รายงานความคืบหน้าอาการอาพาธพระเทพวิทยาคม หรือหลวงพ่อคูณ ปริสุทโธ เจ้าอาวาสวัดบ้านไร่ ต.กุดพิมาน อ.ด่านขุนทด นครราชสีมา วันนี้(18พ.ย.) ที่ห้องผู้ป่วยพิเศษ 9821 ชั้น 8 ตึกเฉลิมพระเกียรติ รพ.มหาราชนครราชสีมา หลวงพ่อคูณ ตื่นจากจำวัดเวลา 06.00 น. ด้วยสีหน้าที่สดชื่นแจ่มใส อารมณ์ดีอย่างเห็นได้ชัด เมื่อเสร็จจากการทำธุระส่วนตัวลูกศิษย์ใกล้ชิดได้ประ คองหลวงพ่อคูณ เดินออกกำลังกายบริเวณหน้าห้องผู้ป่วย และเดินชมวิวทิวทัศน์ที่บริเวณระเบียงหน้าห้อง โดยหลวงพ่อคูณ ได้พูดคุยกับลูกศิษย์อย่างร่าเริงแจ่มใส

 จากนั้นลูกศิษย์ได้จัดเตรียมภัตตราหารนำมาถวายวันนี้ ได้แก่ข้าวสวย ปลานิลทอด ผักต้ม แกงเต้าหู้ ผัดผักรวม หมูทอด และน้ำพริกหมู ส่วนของหวาน ได้แก่ ขนมครก มะละกอ กล้วยน้ำว้า และชมพู่ โดยวันนี้หลวงพ่อคูณ ฉันภัตตาหารได้มากขึ้นจนเกือบเป็นปกติ จากนั้นหลวงพ่อคูณได้ฉันยาเม็ดรักษาโรคที่เกี่ยวข้องกับหัวใจ และความดัน ยาลดอาการคลื่นไส้ และยาลดกรดในกระเพาะ เมื่อฉันอาหารเสร็จสิ้น ลูกศิษย์ได้ประคองหลวงพ่อคูณฯเดินออกกำลังกายบริเวณในห้องและหน้าห้องผู้ป่วยอีกครั้งเพื่อช่วยย่อยอาหาร โดยมีบรรดาญาติโยม ศิษ ยานุศิษย์ มารอกราบไหว้พร้อมกับถวายสิ่งของปัจจัย

 นพ.พินิศจัย นาคพันธุ์ แพทย์ประจำตัวหลวงพ่อคูณฯ และแพทย์ผู้เชี่ยวชาญโรคหัวใจ และหลอดเลือด เปิดเผยว่า เวลา 10.30 น.ผลตรวจร่างกาย อุณหภูมิร่างกาย 36.2 องศาเซลเซียส ชีพจร 78 ครั้ง/นาที ความดัน 120/73 มิลลิเมตรปรอท หายใจ 22 ครั้ง/นาที อาการอา าธในภาพรวมของหลวงพ่อคูณดีขึ้นจากเดิมค่อนข้างมาก การตอบสนอง ความรู้สึกตัวดี ไม่มีไข้ สามารถฉันอาหารได้มากจนเกือบเป็นปกติ

 ซึ่งวันนี้สามารถออกกำลังกายได้มากขึ้น จากผลการตรวจสอบร่างกาย ผลการเพาะเชื้อในกระแสเลือด และระบบทางเดินปัสสาวะ ยังไม่พบการติดเชื้อใดๆ รวมทั้งภาวะแทรกซ้อนของโรคอื่นๆอยู่ในเกณฑ์ปกติ ทางคณะแพทย์ได้วางแผนหลังวันนี้ต่อไป หากหลวงพ่อคูณฯ ไม่มีอาการแทรกซ้อนใดๆและหายจากอาการอาพาธจนปกติ จะเปลี่ยนยาปฏิชีวนะที่ฉีดเข้าทางหลอดเลือดดำ เป็นยาปฏิชีวนะชนิดเม็ดแทน แต่ก็ยังคงเฝ้าสังเกตอาการอย่างใกล้ชิด อย่างน้อย 48 ชั่วโมง เนื่องจากต้องรอสังเกตอาการว่าจะมีไข้ขึ้นอีกหรือไม่ เพราะประสิทธิภาพของยาที่ฉีดเข้าเส้นเลือดโดยตรง ต่างจากยาชนิดเม็ดมาก

 "อย่างไรก็ตามทางแพทย์ได้พยายามให้หลวงพ่อคูณอยู่พักรักษาที่โรงพยาบาลให้นานที่สุด แต่เมื่อหลวงพ่อ มีอาการดีขึ้นมากจนถึงอยู่ภาวะปกติ หลวงพ่อคูณฯก็ขออนุญาตแพทย์กลับวัดก่อนกำหนด แต่ขณะนี้เชื่อว่าอาการไม่ดีเท่าที่ควร หลวงพ่อคูณ จึงยังไม่ขอกลับวัดก่อนเหมือนที่ผ่านมา หากเป็นไปตามแผนที่วางไว้ไม่มีสิ่งใดผิดพลาด น่าจะอนุญาตให้กลับวัดได้เร็วที่สุดภายในวันที่22 พย.นี้" นพ.พินิศจัย กล่าว

 แพทย์ประจำตัวหลวงพ่อคูณ  กล่าวว่า หลังจากหลวงพ่อคูณเข้ารักษาอาการอาพาธด้วยโรคติดเชื้อรุนแรง ภูมิต้านทานในร่างกายของหลวงพ่อ ลดลงมาก แต่มีแนวโน้มที่จะสามารถรับเชื้อโรคใหม่ ค่อนข้างสูงเมื่อกลับไปวัดแล้ว จึงขอความร่วมมือบรรดาลูกศิษย์ ดูแลป้องกันภาวะโอกาสเสี่ยงที่จะติดเชื้ออย่างใกล้ชิด และไม่ควรให้หลวงพ่อคูณ รับกิจนิมนต์ สำหรับญาติ โยม ที่จะมากราบไหว้ควรอยู่ห่างจากหลวงพ่อคูณอย่างน้อย 1 เมตร หากใครที่รู้ตัวว่าไม่สบาย หรือมีอาการป่วยก็ไม่ควรมากราบท่าน