ข่าว

เอกชนแห่เปิดปั๊มแอลพีจีปีนี้200แห่ง

เอกชนแห่เปิดปั๊มแอลพีจีปีนี้200แห่ง

18 พ.ย. 2553

ผู้ประกอบการไม่หวั่น แม้รัฐบาลจะมีแนวทางปรับราคาแอลพีจีในอนาคต เผยปีนี้เปิดปั๊มแอลพีจีแล้ว 200 แห่ง รวมทั่วประเทศ 865 แห่ง เหตุได้ค่าการตลาดดีกว่าน้ำมัน

นายพีระพล สาครินทร์ อธิบดีกรมธุรกิจพลังงาน เปิดเผยว่า ในช่วงที่ผ่านมามีผู้ประกอบการขยายสถานีบริการก๊าซปิโตรเลียมเหลว หรือแอลพีจี เพิ่มขึ้น 200 แห่ง รวมเป็น 865 แห่งทั่วประเทศ เพิ่มขึ้นจากปี 2552 ที่มี 665 แห่ง และมีผู้ค้าแอลพีจีตามมาตรา 7 ขอจำหน่ายเพิ่มเป็น 12 ราย อยู่ระหว่างอนุมัติอีก 1 ราย จากปี 2552 ที่มีผู้ค้า 8 ราย

 สาเหตุที่สถานีบริการแอลพีจีเพิ่มขึ้น เป็นเพราะค่าการตลาดดีกว่าน้ำมัน หรือประมาณ 2 บาทต่อลิตร และปริมาณใช้เพิ่มขึ้น แม้กรมจะชี้แจงว่าอนาคตอาจมีการปรับราคาแอลพีจี ซึ่งจะส่งผลให้ยอดการใช้ลดลง แต่ผู้ประกอบการยังมองโอกาสปัจจุบันเป็นหลัก โดยในช่วง 10 เดือนที่ผ่านมา มีการนำเข้าแอลพีจี 1.29 ตัน คาดว่าจะเพิ่มขึ้นเป็น 1.4 ล้านตันเมื่อสิ้นสุดปี 2553

 แหล่งข่าวจากกระทรวงพลังงาน กล่าวว่า ผู้ประกอบการมั่นใจว่ารัฐบาลจะไม่ปรับราคาแอลพีจีหลังสิ้นสุดมาตรการตรึงราคาในเดือนกุมภาพันธ์ 2554 จึงส่งผลให้สถานีบริการแอลพีจีขยายตัวเพิ่มขึ้น อีกทั้งมูลค่าการลงทุนต่ำ แห่งละประมาณ 5-6 ล้านบาท ขณะที่สถานีบริการน้ำมันต้องลงทุน 20 ล้านบาท

 นายพีระพล ยังกล่าวว่า ได้ออกประกาศสำรองแอลพีจีเพิ่มเป็น 1% ของยอดจำหน่าย จากเดิม 0.5% จะมีผลบังคับเดือนกันยายน 2554 เพื่อให้เวลาผู้ประกอบการสร้างถังเก็บสำรองเพิ่ม สาเหตุที่ให้สำรองเพิ่ม เพราะยอดการใช้เพิ่มขึ้นต่อเนื่อง ล่าสุดอยู่ที่ 4.8 แสนตันในเดือนตุลาคม 2553 เพิ่มขึ้นจากเดือนเดียวกันของปีก่อน 14% และกำชับให้สถานีงดให้บริการรถที่ไม่มีตราสัญลักษณ์รับรองจากกรม และกรมการขนส่งทางบก หากฝ่าฝืนจะถูกลงโทษโดยการปิดสถานีบริการ

 ส่วนการใช้น้ำมันในเดือนตุลาคมที่ผ่านมา พบว่ายอดการใช้ไม่ปรับขึ้นมากนัก ซึ่งเป็นผลจากภาวะอุทกภัย ส่วนพลังงานทดแทนมียอดการใช้เพิ่มขึ้นในทุกผลิตภัณฑ์ โดยเอ็นจีวีมียอดใช้เพิ่มขึ้น 2% แก๊สโซฮอล์ อี 85 เพิ่มขึ้น 12% แก๊สโซฮอล์ อี 20 เพิ่มขึ้น 4% และดีเซลหมุนเร็ว บี 5 เพิ่มขึ้น 0.2%