ข่าว

ว่าด้วยข่าวและปฏิกริยาที่มีกับข่าวการเลือกตั้งพม่าในบ้านเรา

ว่าด้วยข่าวและปฏิกริยาที่มีกับข่าวการเลือกตั้งพม่าในบ้านเรา

18 พ.ย. 2553

สัปดาห์ที่แล้วเหมือนกับจะเขียนเรื่องการเลือกตั้งพม่าไว้สักนิดแต่ก็ไม่ได้เขียนอะไร สัปดาห์นี้ก็อยากจะลองขยับมาเขียนเรื่องนี้อีกสักหน่อยครับ

 บ้านเมืองเรานี่สนใจเรื่องราวของพม่าจริงๆ ซึ่งส่วนหนึ่งก็น่าดีใจ เพราะว่าในจำนวนประเทศเพื่อนบ้านของเรานั้น เห็นจะมีแต่พม่านี่แหละครับที่เรามีความสัมพันธ์อย่างแนบแน่นลึกซึ้งที่สุด เพราะเราติดตามข่าวอย่างต่อเนื่อง อย่างจริงๆ จังๆ กว่าประเทศอื่นรอบบ้าน

 ลองคิดถึงประเทศอื่นๆ สิครับ เราคงไม่สามารถลงข่าวหน้าหนึ่งได้เหมือนที่เราลงข่าวพม่ามาโดยตลอด

 แต่ก็นั่นแหละครับ ข่าวพม่าในบ้านเรานั้นมีเรื่องอะไรบ้างที่น่าสนใจ (ไม่ใช่ข่าวพม่าเฉยๆ แต่หมายถึงการที่พม่า "เป็นข่าวในบ้านเรา")

 ประการแรก เรื่องข่าวพม่านั้นเป็นที่สนใจเพราะว่ากระทบกับปัญหาภายในประเทศเรา โดยเฉพาะเรื่องของการผลักดันผู้ลี้ภัยและแรงงานต่างด้าวที่หลบหนีเข้าเมืองผิดกฎหมายกลับประเทศ

 แต่เรื่องนี้คงจะต้องพูดกันทั้งในสองระดับ คือในระดับที่ว่าเมื่อการเมืองพม่านิ่ง ในความหมายของการที่จะมีใครเป็นรัฐบาลต่อไป ก็จะได้มีการเจรจาตกลงกันต่อไป

 แต่ในอีกระดับหนึ่งก็คงต้องทำใจด้วยว่า ต่อให้การเมืองพม่านิ่ง แต่ถ้านิ่งในแบบเดิมๆ คือ คนชาติพันธุ์อื่นๆ ไม่ได้รับผลประโยชน์จากระบบการเมืองของเขา สถานการณ์ที่ชายแดนก็เหมือนเดิม และการหลบหนีเข้าเมืองก็ยังเหมือนเดิม

 นั่นหมายความว่าในท้ายที่สุดแล้วเรื่องชายแดนของเรานั้น(ของเขาด้วย) มันมีชีวิตของมันเอง ไม่ได้ถูกกำหนดโดยส่วนกลางของทั้งสองประเทศเสมอไป
 
 ประการที่สอง เรื่องข่าวพม่าที่น่าสนใจทั่วโลกรวมทั้งของประเทศเราด้วยนั้นไม่ใช่เรื่องของผลการเลือกตั้งอีกต่อไป นับตั้งแต่มีการปล่อยตัวออง ซาน ซูจี กลายเป็นว่าการก้าวสู่ประชาธิปไตยของพม่านั้นอยู่ที่เรื่องของการต่อสู้ทางการเมืองของ ออง ซาน ซูจี และพรรคการเมืองของ ออง ซาน ซูจีซึ่งไม่ได้เข้าไปเป็นส่วนหนึ่งของการเลือกตั้ง

 ถ้าเรื่องการเมืองพม่าสำหรับโลกนี้ถูกมองด้วยมุมมองทางด้านสิทธิมนุษยชนในด้านหนึ่ง และมุมมองเกี่ยวเนื่องกับบทบาทของจีนในภูมิภาคนี้ สำหรับเมืองไทยนั้นเรื่องของพม่าน่าจะมีมุมมองอื่นๆ มากกว่านั้น ในความหมายที่ว่า ทำไมทหารพม่านั้นสามารถปกครองประเทศได้อย่างยาวนาน และสามารถกำหนดจังหวะเคลื่อนไหวทางการเมืองได้เช่นนี้แม้ว่าจะมีแรงกดดันอย่างมหาศาลจากโลก

 และในขณะเดียวกัน การเมืองบนท้องถนนของ ออง ซาน ซูจี เองนั้นจะสามารถสร้างแรงกดดันและความเปลี่ยนแปลงในพม่าได้มากน้อยแค่ไหน เพราะความสำคัญของประชาธิปไตยในแบบที่ดำเนินไปในพม่านั้นไม่ใช่เรื่อของการโค่นล้มรัฐในลักษณะแตกหักได้อย่างง่ายๆ เพราะรัฐบาลพม่าพยายามสร้างกฏเกณฑ์บางอย่างและอย่างน้อยก็พยายามสร้างหนทางเชื่อมโยงกับประชาชนอย่างเป็นระบบมากขึ้น มากกว่าการใช้กลไกทหารและระบบราชการในแบบเดิมเท่านั้น

 อย่างน้อยเมื่อมี "ระบบตัวแทน" แม้ว่าจะบิดเบี้ยวอย่างไร ระบบการเลือกตั้งก็ยังจะพอเป็นช่องทางให้เกิดการเจรจาต่อรองกันระหว่างประชาชนกับผู้ที่มาจากเลือกตั้งได้บ้าง หรืออย่างน้อยก็ยังมีการถกเถียงกันในสภาได้บ้าง ซึ่งระบบแบบนี้แม้ว่าอาจไม่ได้มาตรฐาน (ในแง่ของการวิจารณ์จากหลายประเทศ) แต่ก็มีส่วนในการลดทอนความชอบธรรมของการต่อสู้ในแบบท้องถนนและการใช้แรงกดดันจากภายนอกอยู่มิใช่น้อย

 ผมหวังว่าการวิเคราะห์เรื่องราวการเมืองของพม่านั้นคงจะมีมากขึ้นเรื่อยๆ ในสังคมเรา และสามารถยกระดับความเข้าใจของเราที่มีต่อพม่าไปมากกว่าเรื่องของ ศัตรูที่รัก หรือ ภัยชายแดน มาสู่การเรียนรู้พัฒนาการทางการเมืองของประเทศที่อยู่ข้างบ้านเรามากขึ้นครับ