ข่าว

“บุตรี”แห้วไทย2ทองแดง“ปฏิวัติ-ชณาภา”ประเดิมเหรียญ

“บุตรี”แห้วไทย2ทองแดง“ปฏิวัติ-ชณาภา”ประเดิมเหรียญ

17 พ.ย. 2553

“น้องสอง” บุตรี เผือดผ่อง ฮีโร่โอลิมปิกเกมส์ร่ำไห้ตกรอบ 8 คนไร้เหรียญ “กวางโจวเกมส์” กลับบ้าน ขณะที่ ปฏิวัติ ทองสลับ และ ชณาภา ซ้อนขำ ช่วยกันประเดิมเก็บ 2 เหรียญทองแดงให้ทีมเทควันโดไทย


 เทควันโด “กวางโจวเกมส์” เปิดฉากชิงชัยเหรียญทองกันเป็นวันแรก ที่กวางตุ้ง ยิมเนเซียม เมื่อวันที่ 17 พฤศจิกายน โดยมีนักกีฬาไทยลงสนาม 3 คน  เริ่มจากรุ่นฟินเวทหญิง (46 กก.) ซึ่งไทยส่ง “น้องสอง” บุตรี เผือดผ่อง เจ้าของเหรียญเงินโอลิมปิกปักกิ่งเกมส์ ลงสนาม รอบแรกเอาชนะ ทานดิน เดมา จากภูฎาน บายๆ 19-1 ผ่านเข้ารอบ 8 คนสุดท้าย หรือรอบชิงเหรียญทองแดง ไปพบกับ หวง เทียน ยุน จากไต้หวัน ทั้งสองคนต่างชิงจังหวะกันแบบสูสี ช่วง 30 วินาทีสุดท้ายของยกสาม บุตรี ต่อยเข้าที่หน้าอกของ หวง เทียน ยุน แต่จอมเตะจากไต้หวันลงไปนอนดิ้น เหมือนถูกชกคอหอยจนผู้ตัดสินตัดแต้มไทย ทำให้ เช ยอง ซุก ผู้ฝึกสอนต้องยืนประท้วงทันที
 ภายหลังจากผู้ตัดสินดูเทปแล้วได้กลับคำตัดสินใหม่ไม่ตัดแต้มบุตรี ทำให้จบ 3 ยกเสมอกัน 0-0 ต้องมาสู้กันในช่วงซัดเดนเดทใครทำแต้มได้ก่อนชนะทันที ผลปรากกฏว่า บุตรีพลาดโดนเตะเข้าที่หัว แม้ว่าผู้ตัดสินจะไม่กดแต้ม แต่ผู้ฝึกสอนไต้หวันได้ยืนประท้วงแล้วมีการพิจารณาใหม่ให้ ไต้หวันได้ 3 แต้มทำให้ บุตรี แพ้ 0-3 คะแนน ตกรอบไปอย่างน่าเสียดาย กลับบ้านมือเปล่าโดยไม่ได้เหรียญรางวัลใดๆ
 หลังจบเกม บุตรีร่ำไห้เดินลงจากเวทีกลับเข้าสู่ห้องนักกีฬาแบบไม่ยอมให้สัมภาษณ์กับสื่อมวลชนที่รอไปทำข่าว จากนั้นได้โทรศัพท์กลับเมืองไทยไปหามารดาก่อนกลับมาเปิดใจสั้นๆ ว่า จังหวะที่เสียแต้มหากดูจากมุมกล้องรีเพลย์แล้วเหมือนว่าจะโดน แต่ส่วนตัวแล้วคิดว่าไม่โดนเตะแน่นอน


 ส่วนรุ่นไลท์เวทชาย (74 กก.) “เจ้าที” ปฏิวัติ ทองสลับ ประเดิมรอบแรกเอาชนะ วังดี คูซอง จากภูฎาน 8-3 ก่อนที่รอบสองจะเอาชนะ มอร์ริสิน ซามูเอล จากฟิลิปปินส์ 20-11 คะแนน แต่ไปพลาดในรอบรองชนะเลิศ พ่ายต่อ อาลีเรซา นาซราชาตานี จากอิหร่าน 3-5 ได้เพียงเหรียญทองแดงปลอบใจ
 ปฏิวัติ เปิดเผยว่า ตัวเองมีอาการบาดเจ็บที่เข่าขวาแต่ไม่ได้บอกใคร จุดเปลี่ยนอยู่ที่ตอนนำอยู่ 1-0 แล้วโดนเตะที่หัวจนโดนทำคะแนนนำ ผลงานในครั้งนี้ถือว่าต่ำกว่าเป้าหมายที่วางไว้ เพราะต้องการอยากจะเข้าไปชิงชนะเลิศ ส่วนอนาคตของตัวเองต้องดูสภาพร่างกายก่อนว่าจะไหวหรือไม่


 ปิดท้ายด้วยรุ่นฟลายเวทหญิง (49 กก.) “น้องเล็ก”ชณาภา ซ้อนขำ รอบแรกชนะผ่าน รอเล่นรอบสอง เอาชนะ เอลีน ซูห์ เฟรินห์ เทโอ จากมาเลเชีย 6-3 แต่รอบรองชนะเลิศไปแพ้ให้กับนักกีฬาเจ้าภาพ หวู จิง หยู่ ของจีน 0-5 อดเข้าไปชิงชนะเลิศและได้เพียงเหรียญทองแดงปลอบใจไปอีกคน
 ชณาภา กล่าวหลังจบเกมว่า ผลงานถือว่าผิดคาดเพราะทำไม่ได้ตามที่โค้ชแก้แกมให้ การที่ บุตรี ตกรอบไปก่อนหน้านี้อาจจะมีผลต่อตัวเองนิดหน่อยที่ไปรู้สึกกดดันตัวเอง ถือว่าผลงานต่ำกว่าเป้าหมายเพราะอยากจะเข้าไปลุ้นเหรียญทองในรอบชิงชนะเลิศ


 ขณะที่ เช ยอง ซุก ผู้ฝึกสอนชาวเกาหลีของทีมเทควันโดไทยเปิดเผยว่า ไม่พอใจผลงานของนักกีฬาในวันนี้เลย แต่การแข่งขันยังเหลืออีก 3 วันเชื่อว่านักกีฬาไทยยังมีความหวังในการคว้าเหรียญทองแน่ ส่วนการทำหน้าที่ของผู้ตัดสินในวันนี้ถือว่าทำได้ดีแล้ว
 ส่วนในวันที่ 18 พ.ย.นี้ จะมีนักเทควันโดไทยลงชิงเหรียญทองอีก 2 คน ประกอบด้วย "น้องหยิน" สาริตา ผ่องศรี รุ่นแบนตัมเวทหญิง (53 กก.), รังสิยา นิสัยสม รุ่นเฟเธอร์เวทหญิง (57 กก.)