
เชื่อมั่นเศรษฐกิจอีสานปี54ปรับเพิ่มอยู่ระดับ56.4
เผยดัชนีความเชื่อมั่นภาคการผลิต เอส เอ็ม อี เชื่อมั่นไม่ถึง 50 เปอร์เซ็นต์ แนวโน้มปี 54 เศรษฐกิจขยับตัวเพิ่มขึ้นทั้งประเทศในส่วนภาคการผลิต การค้า และบริการ ชี้ดัชนีความเชื่อมั่นภาคการผลิตอีสานปี 54ปรับเพิ่มขึ้นจนอยู่ที่ระดับ 56.4 เหตุเศรษฐกิจของประเทศอาจด
(17พ.ย.53)นายภักดิ์ ทองส้ม รองผู้อำนวยการสำนักงานส่งเสริมวิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อมหรือ สสว. กล่าวในงานสัมมนาเรื่อง "สถานการณ์ และความเชื่อมั่น เอส เอ็ม อี ภาคการผลิตรายภูมิภาค" ที่จัดขึ้นที่คณะวิทยาการจัดการ มหาวิทยาลัยขอนแก่นว่า ภาพรวมดัชนีความเชื่อมั่นด้านการผลิตของทุกภูมิภาคนั้นมีแนวโน้มค่อนข้างทรงตัวกับอดีตที่ผ่านมา โดยตอนนี้ประชาชนส่วนใหญ่ยังมีปัญหาทางด้านต้นทุนที่ยังมองว่าเป็นอุปสรรคอยู่และด้านกำไรกับต้นทุนที่ไม่สัมพันธ์กันนี้ จึงเป็นปัจจัยหลักที่ทำให้ดัชนีความเชื่อมั่นของภาคการผลิต การค้า และบริการยังค่อนข้างทรงตัวไม่ต่างจากอดีตที่ผ่านมา
ทั้งนี้ด้านความเชื่อมั่นของประชาชนยังมีไม่ถึงเกือบ 50 เปอร์เซ็นต์ แต่แนวโน้มในอนาคต 3 เดือนข้างหน้าโดยเฉลี่ยแล้วค่อนข้างจะเป็นไปในทางที่ดีขึ้น เนื่องจากผู้ประกอบการจะมีความเชื่อมั่นแม้จะไม่มั่นใจมากนักแต่ในภายใน 3 เดือนข้างหน้าน่าจะดีขึ้นกว่าภาวะปัจจุบัน ซึ่งส่วนหนึ่งมาจากเศรษฐกิจของประเทศน่าจะดีขึ้นอย่างเป็นอันดับและทั้งนี้ผลกระทบของปัญหาที่เกิดขึ้นก็ยังสามารถแก้ไขได้
นายภักดิ์ กล่าวต่อว่า ด้านแหล่งเงินทุนนั้นเป็นปัญหาที่ต้องเผชิญมาตลอดและต่อเนื่อง โดยทางฝั่งเอส เอ็ม อี นั้นก็มีข้อจำกัดทั้งในเรื่องของการจัดการ แผนธุรกิจ ศักยภาพธุรกิจ ซึ่งการแก้ปัญหาระยะสั้นนั้นจะเข้ามาช่วยในส่วนของการแก้ไขทางด้านสินเชื่อ อย่างผู้ประกอบการที่ไม่มีสินทรัพย์เป็นหลักประกันเพียงพอก็ต้องให้ บสย.เข้ามาช่วย ส่วนทางด้านการแก้ไขระยะยาวนั้นเป็นเรื่องของ สสว.ที่พยายามไปช่วยสร้างสมรรถภาพให้แก่ผู้ประกอบการให้มีประสิทธิภาพสูงขึ้น หรือนำผู้ประกอบการออกไปขยายโอกาศทางการตลาดมากขึ้น ซึ่งเชื่อว่าการทำอย่างนี้จะเป็นการสร้างรายได้ให้ดีขึ้น สภาพทางเศรษฐกิจก็ดีขึ้น ต้นทุนลดลง กำไรสูงขึ้นก็จะทำให้ผู้ประกอบการสามารถเข้าถึงเงินทุนได้สูงขึ้นโดยจะมองในระยะยาวเป็นหลัก
อย่างไรก็ตามในส่วนของเศรษฐกิจของภาคตะวันออกเฉียงเหนือนั้นซึ่งเป็นภาคที่มีโอกาสทั้งศักยภาพที่มีผลต่างจากพื้นที่ภาคอื่น โดยได้วางยุทธศาสตร์ของภาคตะวันออกเฉียงเหนือไว้เป็นยุทธศาสตร์การผลิตอาหาร การผลิตพืชพลังงาน การท่องเที่ยว และประตูเศรษฐกิจ ทั้งนี้ในเรื่องของของเอส เอ็ม อีนั้นต้องมีการผลักดันให้ภูมิภาคมีความเข้มแข็งและแข็งแกร่งมากขึ้น โดยการใช้เอส เอ็ม อีเป็นเครื่องมือในการสร้างความเข็มแข็งและส้รางรายได้ให้กับระดับล่างให้มีรายได้และอาชีพมากขึ้น นอกจากนี้ยังรวมถึงการสร้างศักยภาพให้มีความสำคัญระดับภูมิภาคเพื่อรองรับการเชื่อมโยงของเอส เอ็ม อี กับต่างประเทศ
“ จีดีพีของภาคตะวันออกเฉียงเหนือนั้นมีสัดส่วน 10 เปอร์เซ็นต์จาก 100 เปอร์เซ็นต์ของมูลค่าเศรษฐกิจของประเทศ จากภาคการค้าและเกษตรเป็นส่วนสำคัญ โดยเฉลี่ยต่อหัว 4 หมื่นกว่าบาทจากทั้งประเทศที่เฉลี่ยประมาณ แสนกว่าบาทถ้าเทียบไปแล้วก็ยังต่ำกว่าภูมิภาคอื่นๆ แต่รายได้เฉลี่ยต่อหัวนั้นมีอัตราการเพิ่มสูงมากขึ้นใกล้เคียงกับภาคใต้”นายภักดิ์ กล่าว
ด้านนายประเสริฐ วิจิตรนพรัตน์ อาจารย์คณะวิทยาการจัดการ มข.กล่าวว่า สถานการณ์โดยรวมของเอส เอ็ม อี ในพื้นที่ภาคตะวันออกเฉียงเหนือในไตรมาสที่ 3 ของปี 2553 นั้นดัชนีความเชื่อมั่นภาคการผลิตมีการปรับตัวลดลงเล็กน้อยจากไตรมาสที่ผ่านมาจากระดับ 40.3 เป็น 40.1 แต่จากการคาดการคาดว่าภายใน 3 เดือนข้างหน้าดัชนีความเชื่อมั่นจะสามารถปรับเพิ่มขึ้น 16.3 จนอยู่ที่ระดับ 56.4 แน่นอน
“ภาคเศรษฐกิจอีสานปัจจุบันค่อนข้างชะลอตัว เนื่องจากในช่วงที่ผ่านมาภาคตะวันออกเฉียงเหนือประสบปัญหาอุทกภัย ซึ่งประชาชนส่วนใหญ่ประกอบอาชีพเกษตรกรรมเป็นหลักทำให้รายได้ของเกษตรกรไม่ดีนัก ในขณะที่การจ้างงานยังทรงตัว แต่อย่างไรก็ตาม การลงทุนขนาดใหญ่มีแนวโน้มที่จะปรับตัวดีขึ้นในปี 2554 นี้แน่นอน ”นายประเสริฐ กล่าว



