ข่าว

เลี้ยงปลาในกระชังรอดเสียหาย
ปากน้ำโพอ่วมท่วมสวนกล้วย

เลี้ยงปลาในกระชังรอดเสียหาย ปากน้ำโพอ่วมท่วมสวนกล้วย

18 พ.ย. 2553

อุทัยธานี/นครสวรรค์ - ประธานกลุ่มผู้เลี้ยงปลาในกระชังยิ้ม น้ำท่วมคราวนี้ผลผลิตกลุ่มเสียหายน้อย เพราะมีการป้องกันอย่างดี ขณะที่ผู้ปลูกกล้วยปากน้ำโพซึม ผลผลิตเสียหายเฉพาะรายแตะ 5 แสนบาท

   นางวันเพ็ญ นาทอง ประธานกลุ่มผู้เลี้ยงปลากระชัง  ต.ท่าซุง อ.เมือง จ.อุทัยธานี เปิดเผยว่า พื้นที่ ต.ท่าซุง เป็นจุดบรรจบแม่น้ำเจ้าพระยากับแม่น้ำสะแกกรัง อยู่เหนือเขื่อนเจ้าพระยา และเป็นพื้นที่ได้รับผลกระทบจากภาวะน้ำท่วมที่เกิดขึ้นเป็นบริเวณกว้าง แต่ในปีนี้สมาชิกกลุ่มซึ่งเป็นผู้เลี้ยงปลาในกระชังที่มีกว่า 250 กระชัง และบ่อเลี้ยงอีกกว่า 50 ไร่ ได้รับผลกระทบจากครั้งนี้น้อยมาก เนื่องจากมีการเตรียมตัวรับมือสถานการณ์เป็นอย่างดี

 ทั้งนี้ก่อนที่น้ำจะหลากมา ผู้เลี้ยงได้จับปลาที่ได้ขนาดในกระชังและบ่อเลี้ยง ออกขายก่อนถึงฤดูน้ำหลากเพื่อลดความเสี่ยง และในช่วงน้ำหลากท่วมกรณีความเสียหายที่เกิดขึ้น จึงลดลงเหลือเพียงไม่ถึงร้อยละ10 บางรายกระชังปลาไม่ได้รับความเสียหายเลย ในขณะที่พื้นที่อื่นๆ เกษตรกรได้รับผลกระทบรุนแรง

 "การเฝ้าระวังภัย และวางแผนเผชิญเหตุอย่างไม่ประมาททำให้ลดความสูญเสียผลผลิตคิดเป็นมูลค่ารวมกันนับล้านบาท อีกทั้งประหยัดเงินของรัฐที่ต้องนำมาชดเชยความเสียหายแก่เกษตรกรได้อีกทางหนึ่ง" นางวันเพ็ญ กล่าว

 นายสุเทพ ฉลวยศรี เกษตรกรหมู่ 6 ต.ตะเคียนเลื่อน อ.เมือง จ.นครสวรรค์ เปิดเผยว่า ภาวะน้ำท่วมที่เกิดขึ้นกินเวลากว่า 3 เดือน ทำให้สวนกล้วย ทั้งกล้วยไข่และกล้วยหอมทองที่ปลูกไว้ได้รับความเสียหายเน่าตายเป็นจำนวนทั้งหมดกว่า 100 ไร่ ทำให้สูญเสียรายได้ไปกว่า 5 แสนบาท ขณะที่พื้นที่นครสวรรค์ที่คาดว่าเสียหายในขณะนี้สูงถึง 1 หมื่นไร่

 "ผมมีสวนกล้วยไข่และกล้วยหอมอยู่ริมแม่น้ำเจ้าพระยาหลายไร่ ซึ่งถูกน้ำท่วมจนหมดต้น กล้วยตายหลายร้อยต้น ได้รับความเสียหายเป็นจำนวนมากทั้งนี้กล้วยไข่ที่ตะเคียนเลื่อนเป็นสินค้าส่งออกไปขายต่างประเทศสร้างรายได้อย่างดี แต่ต้องกลับมาประสบปัญหาน้ำท่วมในครั้งนี้ทำให้ต้นทุนต้องสูญไปกับสายน้ำอีก ทั้งนี้ต้องรอเวลาให้สวนกล้วยน้ำแห้งก่อนที่จะไถกลบเพื่อหาหน่อกล้วยใหม่มาปลูกแทนทั้งหมด โดยคาดว่าประมาณต้นปีหน้าถึงจะปลูกกล้วยใหม่ได้" นายสุเทพ กล่าว