
ใหม่ กฤษฏิ์ ชูพินิจ พิชิตฝัน ก่อนก้าวสู่ชีวิตจริง
หลังจากบริษัท เจ เอส แอล โกลบอล มีเดีย จำกัด เปิดตัว 4 ทายาทผู้บริหารรุ่นใหม่ไปเมื่อไม่นานมานี้ ชื่อของ "ใหม่" กฤษฏิ์ ชูพินิจ ลูกชายหัวแก้วหัวแหวนของ กิตติ ชูพินิจ และลาวัลย์ กันชาติ ประธานกรรมการ บริษัท เจ เอส แอลฯ คงเป็นที่รู้จักกันมากขึ้นในฐานะผู้บริห
ฮอตๆ อย่างนี้ คม ชัด ลึก ไม่พลาดโอกาส เจ้าตัวก็แสนใจดีเปิดบ้านพักย่านลาดพร้าวให้เราเข้าคุยเรื่องส่วนตั๊ว...ส่วนตัว ถึงเวลานัดหมายบ่ายกว่าๆ หนุ่มหน้าใสวัยย่างเข้า 33 ปี ออกมาต้อนรับด้วยสีหน้ายิ้มแย้มแต่แฝงไปด้วยความตื่นเต้นเล็กๆ ที่ยังพอสังเกตเห็นได้ ซึ่งเราแอบรู้มาว่า แม้พ่อหนุ่มคนนี้จะเป็นลูกชายของผู้บริหารระดับสูงของบริษัทที่ผลิตรายการโทรทัศน์ แต่สำหรับเรื่องของการทำงานแล้วเขากลับไม่มีประสบการณ์ทางด้านนี้มากนัก
ด้วยว่าเจ้าตัวจบการศึกษาสาขาธุรกิจดนตรี คณะดุริยางคศิลป์ มหาวิทยาลัยมหิดล ซึ่งฟังดูแล้วขัดแย้งกับหน้าที่การงานของเขาอยู่ไม่น้อยทีเดียว ด้วยเหตุนี้เอง "ใหม่" กฤษฏิ์ จึงต้องเริ่มต้นลงมือศึกษางานทีวีทั้งหมดด้วยตัวเอง โดยเริ่มจากการเป็นเด็กแบกกล้อง จัดเก็บอุปกรณ์ ก้าวสู่ครีเอทีฟ หาข้อมูล สำรวจสถานที่ เขียนบท จนกลายมาเป็นโปรดิวเซอร์ในที่สุด
"ผมเริ่มเข้ามาทำงานที่ เจ เอส แอล ประมาณปี 2548 ตอนนั้นผมยังไม่ค่อยรู้ระบบการทำงานมากนัก ทั้งที่ก่อนหน้านี้ก็มีโอกาสเห็นการทำงานด้านนี้มาบ้างแล้วก็ตาม ทางคุณแม่จึงเห็นควรว่าน่าจะเริ่มต้นจากการฝึกงานก่อน ผมจึงเริ่มต้นจากการเป็นเด็กแบกกล้อง เก็บอุปกรณ์ซึ่งมีมากมายหลายอย่างด้วยกัน ถือไมล์ก็เคย ฝึกทุกอย่างที่เกี่ยวข้องจนตอนนี้ทำเป็นหมดทุกอย่างแล้ว ก่อนจะก้าวขึ้นรับตำแหน่งโปรดักส์ชั่น ไดเรกเตอร์ ซึ่งมีหน้าดูแลการผลิตรายการทั้งหมดของบริษัท รวมถึงรายการใหม่ที่กำลังจะเกิดขึ้นในอนาคตด้วย" หนุ่มนักบริหารหน้าใหม่เล่าอย่างอารมณ์ดี
ด้วยความสงสัยที่ยังคาใจ ทำให้อดไม่ได้ที่จะถามถึงเหตุผลในการเลือกเรียนทางด้านดนตรีแทนที่จะเป็นด้านบริหาร และความสงสัยของเราก็หายไปในทันทีหลังจากได้ฟังเหตุผลของพ่อหนุ่มคนนี้ที่ว่า ด้วยใจรักด้านดนตรีและมีความใฝ่ฝันที่อยากจะเรียนทางด้านดนตรี ทำให้เลือกสอบเข้าเรียนต่อระดับปริญญาตรีในสาขาธุรกิจดนตรี คณะดุริยางคศิลป์ ที่มหาวิทยาลัยมหิดล ซึ่งเป็นความใฝ่ฝันตั้งแต่เด็กทั้งที่รู้ว่าคงไม่มีโอกาสได้ทำงานทางด้านดนตรีแน่นอน แต่เขาก็ขอทำความฝันของเขาให้สำเร็จเสียก่อนที่จะต้องเริ่มทำงานในชีวิตจริง
"ผมชอบดนตรีมานานแล้ว เริ่มเล่นดนตรีมาตั้งแต่ตอนเรียนมัธยมที่สาธิตเกษตร ลองหัดเล่นมาหลายอย่าง แต่ก็มาลงตัวที่กีตาร์คลาสสิก ตอนแรกที่อยากเล่นกีตาร์ เพราะตอนนั้นเห็นคนอื่นเล่น เวลาเขาเล่นแล้วมีเพื่อนฝูงมาล้อมวงช่วยร้องกันเยอะแยะ ดูแล้วผมว่ามันสนุกดี ถ้าเราเล่นเป็นบ้างก็คงดี คงมีคนมารุมล้อมเราบ้าง (หัวเราะ) ก็เลยไปหาซื้อคู่มือการเล่นกับหนังสือเพลงมาหัดเล่นเองเลย จนตอนหลังก็มารวมตัวกับเพื่อนๆ ที่เล่นกีตาร์คลาสสิกเหมือนกันจนมีวงเป็นของตัวเอง ซึ่งจะผลัดเปลี่ยนหมุนเวียนไปซ้อมตามบ้านเพื่อนในกลุ่ม จำได้ว่าเคยมีโอกาสได้เล่นงานโรงเรียนด้วย รู้สึกว่าจะเป็นงานเลี้ยงรุ่น ซึ่งตอนนั้นผมรู้สึกว่าชีวิตผมสนุกและมีความสุขมากๆ"
พอถึงเวลาสอบเข้ามหาวิทยาลัยจึงไม่น่าแปลกเลยที่ "ใหม่" กฤษฏิ์ จะเลือกนำกีตาร์คลาสสิกนี่แหละไปสอบเข้าที่คณะดุริยางคศิลป์ มหาวิทยาลัยมหิดล ด้วยเหตุผลที่ว่ากีตาร์คลาสสิกเป็นเครื่องดนตรีที่เขามีพื้นฐานมากกว่าเครื่องดนตรีชนิดอื่นๆ และคิดว่าจะเป็นเครื่องดนตรีที่เล่นได้ดีที่สุด
"หลังจากที่เข้าเรียนที่มหิดล วิชากีตาร์คลาสสิกเป็นหนึ่งในวิชาพื้นฐานที่จำเป็นต้องเรียนตลอด 2 ปีแรกของหลักสูตรการศึกษา ทำให้ผมกับกีตาร์คลาสสิกมีความผูกพันกันมากขึ้น บวกกับที่ต้องการทำความฝันทางด้านดนตรีนี้ให้สำเร็จ ทั้งๆ ที่รู้อยู่แล้วว่าหลังจากเรียนจบก็ต้องหันมาทำงานทางด้านทีวี เพราะเป็นธุรกิจของครอบครัวที่ตัวผมเองคลุกคลีมาตั้งแต่เด็ก ทุกวันนี้หลังจากการทำงานที่ค่อนข้างหนักพอสมควรในแต่ละวัน ผมจึงเลือกที่จะเล่นกีตาร์คลาสสิกนี่แหละเป็นงานอดิเรกเพื่อช่วยผ่อนคลายความเครียดจากงานประจำที่ต้องรับผิดชอบ"
แต่จากจุดประสงค์เริ่มแรกของการเล่นกีตาร์ที่อยากให้มีคนมารุมล้อม กลับไม่เป็นเช่นนั้นเลย เพราะเขามักจะหยิบกีตาร์ตัวโปรดมาเล่นเงียบๆ อยู่คนเดียว ในแนวเพลงถนัด อย่างเพลงคนเก็บฟืนของวงคาราบาว ที่ถูกเลือกมาโชว์ให้เราฟังกันในวันนี้ ซึ่งใหม่รีบออกตัวก่อนว่า "ไม่ได้หยิบมาเล่นซะนาน นิ้วคงจะแข็งไปบ้าง" แต่หลังจากได้ฟังและเห็นลีลาการเล่นของเขาแล้ว ต้องบอกเลยว่า ผู้ชายคนนี้มีดีจริงๆ
ก่อนจบการสนทนาวันนี้ "ใหม่" กฤษฏิ์ บอกกับเราว่า แม้สิ่งที่เขาเรียนมา กับงานที่ต้องรับผิดชอบทุกวันนี้จะแตกต่างจากกันโดยสิ้นเชิงในทางเนื้อหา แต่ในด้านของหลักการทำงานแล้วเขาสามารถนำสิ่งที่เรียนมานั้นมาประยุกต์ใช้ในการทำงานทุกอย่างให้เป็นขั้นเป็นตอน และยังนำมาใช้เพื่อเรียงลำดับความสำคัญในการทำงานได้อีกด้วย
เรื่อง... "วันวิสา โรจน์แสงรัตน์"
ภาพ... "ศุภกฤต คุ้มกัน"



