
ไทยชนะเติร์ก1-0ลิ่ว8ทีมนัดหน้าเจอปลาดิบ
บอลไทยลุ้นหืดจับได้ยิงจุดโทษในเวลา 2 ครั้งแต่ไม่เข้า ก่อนได้ประตูชัยจาก กีรติ เขียวสมบัติ ในช่วงต่อเวลานาที 107 ชนะ เติร์กมินิสถาน 1-0 ผ่านเข้าสู่รอบ 8 ทีมสุดท้ายกวางโจวเกมส์
การแข่งขันฟุตบอลชายกีฬาเอเชี่ยนเกมส์ ครั้งที่ 16 “กวางโจวเกมส์” เมื่อวันที่ 16 พฤศจิกายนที่ผ่านมาดวลแข้งในรอบ 16 ทีมสุดท้ายวันที่สอง เกมที่สนามเย่ซิ่ว ไทย ทีมอันดับ 2 ของกลุ่มเอฟเตะชี้ชะตาเข้ารอบกับ เติร์กมินิสถาน ทีมอันดับ 2 ของกลุ่มบี ซึ่งทั้งสองทีมอุ่นเครื่องเสมอกันมา 2-2 ที่กรุงเทพก่อนมากวางโจว
นัดนี้ไทยไม่มี กวิน ธรรมสัจจานันท์ นายประตูมือ 1 ที่บาดเจ็บจากการฝึกซ้อมจนหลังฝ่ามือแตก ขณะที่แดนกลาง นฤพล อารมณ์สวะ พลิกโผลงมาเป็นตัวจริงแทน ภูริทัต จาริกานนท์ โดยผู้เล่น 11 คนแรกประกอบด้วย ผู้รักษาประตู แซมมวล ป.คันนิ่งแฮม คู่เซนเตอร์แบ็ก ณัฐพร พันธุ์ฤทธิ์ กับ ภานุพงษ์ วงศ์ษา แบ็กขวา สุทธินันท์ พุกหอม แบ็กซ้าย ธีราทร บุญมาทัน กองกลาง ดัสกร ทองเหลา, ภูริทัต จาริกานนท์, อนาวิน จูจีน, วิชะยา เดชมิตร กองหน้า ธีรศิลป์แดงดา กับ กีรติ เขียวสมบัติ
เปิดเกมเล่นมาได้ 7 นาที อนาวิน ต้องโดนใบเหลืองเป็นคนแรกหลังจากไปเตะบอลทิ้งในจังหวะผู้ตัดสินเป่าหยุดเกมไปแล้ว นาทีถัดมาทีมไทยได้ลุ้นจากจังหวะโต้กลับเร็ว ธีรศิลป์ วางบอลให้ นฤพล หลุดเข้าไปในเขตโทษ แต่ดันชักช้ามัวแต่ไปล็อกหลบแล้วผ่านบอลให้ กีรติ เลยโดนแผงหลังเติร์กมาเคลียร์ได้ทัน หลังจากนั้นทีมไทยเริ่มครองบอลบุกได้มากกว่านิดๆ
นาที 17 ทีมไทยหวิดได้เฮอีก วิชะยา ล็อกบอลหลบแผงหลังเข้าไปซัดเหน่งๆ แต่ติดกองหลังเติร์กกระเด้งมาเข้าทาง กีรติ ยิงซ้ำอีกทีก็ยังติดบล็อก นาที 28 อนาวิน แทงบอลให้ วิชะยา หลุดเดี่ยวไปเตะหลบนายประตูเติร์กแต่วิ่งไม่ทันบอลหลุดออกเส้นหลังไปก่อน เกมของไทยยังได้บุกอย่างต่อเนื่องแต่จังหวะสุดท้ายยังขาดๆเกินๆและไม่เด็ดขาดพอทำให้ 45 นาทีแรกยังยิงไม่ได้ สกอร์เสมอกันอยู่ 0-0
แก้เกมลงมาใหม่ครึ่งหลังทีมไทยยังบุกต่อ นาที 59 อนาวิน โดน อเมียร์ กูร์บานี่ ดึงล้มในเขตโทษผู้ตัดสินเป่าให้ทีมไทยได้จุดโทษทันทีท่ามกลางการประท้วงของนักเตะเติร์ก ก่อนที่ วิชะยา จะรับหน้าที่ซัดไปโดนนายประตูเติร์กปัดเอาไว้ได้ แต่โชคยังดีที่ผู้ตัดสินให้เตะใหม่เพราะนายทวารเติรก์ขยับก่อนเสียงนกหวีด แต่พอยิงอีกที วิชะยา ก็ยิงชนคานออกหลังไปทำให้พลาดได้ประตูขึ้นนำอย่างน่าเสียดาย
พอยิงไม่ได้เกมของไทยเริ่มเฉื่อยลงปล่อยให้เติร์กได้ครองบอลมากขึ้น นาที 81 นฤพล โดนใบเหลืองอีกรายหลังจากไปตัดฟลาว์ในแดนกลาง ในช่วงเวลาที่เหลือทีมไทยยังคงไม่ยอมเปลี่ยนแปลงตัวผู้เล่น และทั้งสองทีมก็ไม่สามารถยิงประตูกันได้ หมด 90 นาทีเสมอ 0-0 ต้องต่อเวลาพิเศษออกไปอีก 30 นาที
ช่วงต่อเวลานาที 92 วิชะยา ไปเสียบข้างหลังนักเตะเติร์กโดนใบเหลืองเป็นคนที่สามของไทย ถัดไปนาที 95 กีรติ โดนสกัดล้มในเขตโทษแต่ผู้ตัดสินมองว่าพุ่งล้มเลยแจกใบเหลืองให้นักเตะไทย อีก 2 นาทีถัดมาสถานการณ์ของไทยแย่ลงไปอีกเมื่อ วิชะยา ไปเอามือคว้าบอลในจังหวะที่ลูกกำลังจะออกเส้นหลังเลยโดนผู้ตัดสินให้ใบเหลืองที่สองเป็นใบแดงไล่ออกจากสนามไปและไทยต้องเหลือแค่ 10 คน นาที 112 ทีมไทยเกือบโดนยิงเมื่อ อมานอฟ หลุดเดี่ยวแต่ แซมมวล ซูเปอร์เซฟบล็อกเอาไว้จบ 15 นาทีแรกของการต่อเวลายัง 0-0
ครึ่งหลังทีมไทยเปลี่ยนตัวเอา คัพฟ้า บุญมาตุ่น กับ จักรพันธ์ พรใส ลงแทน ธีรศิลป์ และ สุทธินันท์ พอเขี่ยบอลเล่นได้แค่ 2 นาที ดัสกร แทงบอลทะลุช่องให้ กีรติ หลุดเข้าไปซัดด้วยซ้ายตูมเดียวบอลพุ่งเรียดเสียบเสาไกลให้ทีมไทยออกนำ 1-0 แบบกองเชียร์ไทยในสนามเฮกันลั่น ท้ายเกมนาที 115 ทีมไทยเอา สุจริต จันทกล ลงไปแทน ดัสกร ก่อนจบเกมไทยเฉือนชนะ 1-0 คว้าอัดฉีดจากสมาคมฟุตบอล 1 ล้านบาทพร้อมผ่านเข้ารอบก่อนรองชนะเลิศไปพบ ญี่ปุ่น ที่ชนะ อินเดีย 5-0 ในวันที่ 19 พฤศจิกายน เวลา 15.30 น. ตามเวลาท้องถิ่น (14.30 น.เวลาไทย) ที่สนามหวาง ปู



