ข่าว

ธปท.เตรียมรับศึกหนักทุนไหลเข้านักลงทุนทิ้งหุ้นไทยดิ่ง28จุด-ตื่นจีนคุมราคาสินค้า

ธปท.เตรียมรับศึกหนักทุนไหลเข้านักลงทุนทิ้งหุ้นไทยดิ่ง28จุด-ตื่นจีนคุมราคาสินค้า

17 พ.ย. 2553

ธปท.ยอมรับปีหน้ารับศึกหนักทุนไหลเข้า หลังสหรัฐเพิ่มปริมาณเงินเข้าระบบ คลังเผยเงินเริ่มไหลออกจากตลาดหุ้น นักลงทุนกังวลความเสี่ยงจากเศรษฐกิจโลกและผลประชุมจี 20 ขณะที่ตลาดหุ้นไทยถูกเทขายหนักร่วง 28 จุด ผลจากจีนประกาศคุมราคาสินค้าเกษตรและอาหาร สกัดเงินเฟ้อ

 นายดอน นาครทรรพ ผู้บริหารส่วนดุลการชำระเงิน ฝ่ายเศรษฐกิจในประเทศ สายนโยบายการเงิน ธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) กล่าวถึงมาตรการเพิ่มปริมาณเงินในระบบ (QE) ของสหรัฐ ว่าอาจนำไปสู่ปัญหาเงินท่วมโลกได้ในอนาคต ซึ่งปริมาณเงินที่เพิ่มขึ้นในระบบ โดยส่วนหนึ่งอาจไหลเข้ามาลงทุนในตลาดเกิดใหม่แถบภูมิภาคเอเชีย รวมทั้งประเทศไทยด้วย ซึ่งมองว่าในปีหน้าประเทศไทยอาจต้องเผชิญปัญหาเรื่องเงินทุนเคลื่อนย้ายที่หนักขึ้นเมื่อเทียบกับในปีนี้ อย่างไรก็ตาม ธปท. ได้ติดตามดูว่าเงินทุนที่ไหลเข้ามาและศึกษาเพิ่มเติมถึงมาตรการที่จะรับมือกับปัญหาเงินทุนไหลเข้าอย่างหนักอีก

 นายนริศ ชัยสูตร ผู้อำนวยการสำนักงานเศรษฐกิจการคลัง (สศค.) กล่าวว่า สถานการณ์ตลาดเงินตลาดทุนของไทยหลังสหรัฐประกาศมาตรการเพิ่มปริมาณเงิน ตั้งแต่วันที่ 3-16 พฤศจิกายนที่ผ่านมา ในส่วนของค่าเงินบาทเทียบดอลลาร์สหรัฐ เคลื่อนไหวในช่วงแคบๆ ระหว่าง 29.80-30.00 บาทต่อดอลลาร์ ส่วนหนึ่งเป็นผลจากเงินทุนต่างชาติได้ไหลเข้าตลาดพันธบัตรในสัดส่วนที่น้อยลง

 สำหรับสถานการณ์เงินทุนไหลเข้าออกพบว่า นับตั้งแต่วันที่ 3-15 พฤศจิกายน 2553 เงินทุนไหลออกจากตลาดทุนไทยสุทธิ 143 ล้านบาท เนื่องจากความกังวลเรื่องความเสี่ยงของเศรษฐกิจโลกจากการที่ผลการประชุมจี 20 ไม่ได้มีข้อตกลงใดๆ ออกมาเป็นรูปธรรม นักลงทุนจึงหันไปถือครองสินทรัพย์ที่มีความเสี่ยงต่ำกว่า เช่น ทองคำ และสินทรัพย์ที่เป็นเงินสกุลเยน

 ด้านนายเชาว์ เก่งชน กรรมการผู้จัดการ ศูนย์วิจัยกสิกรไทย เปิดเผยว่า ศูนย์วิจัยคาดว่าในปี 2554 อัตราขยายตัวทางเศรษฐกิจของไทยจะอยู่ในระดับ 3.5-4.5% โดยการส่งออกมีแนวโน้มชะลอตัวลง แต่การลงทุนและการบริโภคจะกลับมาเป็นแรงหนุนให้เศรษฐกิจยังขยายตัวได้ต่อเนื่อง ซึ่งประเด็นที่จะต้องติดตามคือแรงกดดันทางด้านเงินเฟ้อ แนวโน้มการแข็งค่าของเงินบาท และชนวนที่นำไปสู่ภาวะฟองสบู่ รวมถึงฐานะการคลังที่จะต้องมีบทบาทเพิ่มมากขึ้น

 ขณะที่การลงทุนในตลาดหุ้นไทยเมื่อวันที่ 16 พฤศจิกายนที่ผ่านมา นักลงทุนได้เทขายหุ้นมาอย่างหนักในช่วงบ่ายหลังจากจีนประกาศมาตรการคุมราคาสินค้าเกษตร-อาหาร เพื่อป้องกันการเก็งกำไรในตลาดสินค้าโภคภัณฑ์ โดยดัชนีปิดการซื้อขายที่ระดับ 1,000.73 จุด ลดลง 28.41 จุด มีมูลค่าการซื้อขาย 46,143.25 ล้านบาท ซึ่งนักลงทุนสถาบัน ขายสุทธิ 609.42 ล้านบาท นักลงทุนบัญชีหลักทรัพย์ ขายสุทธิ 550.26 ล้านบาท นักลงทุนต่างประเทศขายสุทธิ 701.78 ล้านบาท ขณะที่นักลงทุนภายในประเทศซื้อสุทธิ 1,861.47 ล้านบาท